“ฮุน มาเนต” โพสต์ หยุดยิงไม่ใช่ยอมแพ้ แต่คือการเห็นแก่ประชาชน ชี้ยังต้านทานได้

“ฮุน มาเนต” โพสต์ข้อความเนื่องในวันสันติภาพแห่งชาติ ระบุข้อตกลงหยุดยิงไม่ได้แปลว่ายอมแพ้ แต่คือการยึดประชาชนเป็นสำคัญ ย้ำยังต้านทานได้วันที่ 29 ธ.ค. 68 เมื่อเวลา 07.00 น. ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความ เนื่องในวันสันติภาพแห่งกัมพูชา ระบุว่าเป็นข้อความถึงเหล่าทหารและตำรวจผู้กล้าหาญ และเพื่อนร่วมชาติที่เคารพและรักยิ่งฮุน มาเนต ระบุว่า ในนามของประมุขแห่งรัฐบาล ขอส่งสารไปยังเพื่อนร่วมชาติทุกท่าน ในช่วงเวลาที่ประเทศกัมพูชาอันเป็นที่รักของเรากำลังเผชิญกับโศกนาฏกรรมจากสงครามการรุกรานหลังจากได้รับสันติภาพอย่างสมบูรณ์ในปี 2541 กัมพูชาต้องทนทุกข์ทรมานจากสงครามมาหลายร้อยปี รวมถึงระบอบการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งทำให้ชาวกัมพูชาทุกคนได้รู้คุณค่าที่แท้จริงของ “สันติภาพ” และในสถานการณ์เช่นนี้ เราปรารถนาเพียงสันติภาพและความสามารถในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าเท่านั้นในแง่นี้ กัมพูชาให้ความสำคัญสูงสุดกับ “สันติภาพและการพัฒนา” และสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามระเบียบระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างเป็นธรรมบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญา อนุสัญญา และข้อตกลงที่กัมพูชายอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎบัตรสหประชาชาติและกฎบัตรอาเซียน โดยมีเป้าหมายเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและสร้างสรรค์กับทุกประเทศ ทั้งประเทศเพื่อนบ้าน ในภูมิภาค และทั่วโลกด้วยจิตวิญญาณนี้ รัฐบาลกัมพูชายึดมั่นในจุดยืนของการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ และพยายามเจรจาในทุกวิถีทางเพื่อยุติการเผชิญหน้าด้วยอาวุธและกลับไปสู่การแก้ไขปัญหาพรมแดนตามกลไกทางเทคนิคและกรอบกฎหมายที่บังคับใช้ หลังจากความพยายามในการเจรจาอย่างอดทนที่สุด กัมพูชาและไทยตกลงที่จะดำเนินการ “หยุดยิงทันที” ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 68 เวลา 12.00 น. เป็นต้นมาการเลือกที่จะใช้มาตรการหยุดยิงนี้ไม่ได้หมายความว่ากัมพูชาได้ยอมแพ้หรือเต็มใจที่จะแลกเปลี่ยนบูรณภาพดินแดนของตนเพื่อสันติภาพ และไม่ได้หมายความว่ากัมพูชาได้สูญเสียความสามารถหรือสละสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง ในทางตรงกันข้าม การตัดสินใจนี้แสดงให้เห็นว่ากัมพูชาได้ตัดสินใจที่จะเดินบนเส้นทางแห่งสันติภาพและให้ชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกและสูงสุด ไม่ว่าจะเผชิญกับแรงกดดันหรือความยากลำบากมากเพียงใดก็ตามถึงแม้ว่าเราจะยังสามารถต่อต้านการสู้รบได้ แต่ในฐานะประเทศเล็ก ๆ เราไม่มีอะไรได้เปรียบจากการยืดเยื้อการสู้รบนี้ออกไปนาน ๆขณะนี้ ประชาชนผู้พลัดถิ่นกว่าครึ่งล้านคนกำลังรอคอยวันที่พวกเขาจะได้กลับบ้าน เด็กหลายพันคนกำลังรอคอยวันที่พวกเขาจะได้กลับไปโรงเรียน และครอบครัวของทหารและตำรวจหลายพันครอบครัวก็กำลังรอคอยอย่างกระวนกระวายใจให้พ่อ สามี ลูกชาย ลุง ป้า พี่ชาย หรือน้องสาวของพวกเขากลับจากสนามรบดังนั้น ในขณะที่ความเป็นไปได้ในการหาทางออกอย่างสันติให้กับข้อพิพาทชายแดนยังคงมีอยู่ รัฐบาลราชอาณาจักรจึงตัดสินใจที่จะดำเนินการเจรจาเพื่อยุติการสู้รบก่อนที่จะบานปลายไปมากกว่านี้ เพื่อลดความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของเพื่อนร่วมชาติของเรา และเพื่อหยุดยั้งการสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บของทหาร ตำรวจ และพลเรือน ซึ่งจนถึงขณะนี้มีพลเรือนเสียชีวิต 32 ราย และบาดเจ็บ 93 รายอันที่จริง “การหยุดยิงทันที” หมายความว่าทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงโดยคงกำลังทหารของตนไว้ในตำแหน่งของตน ณ เวลาที่หยุดยิง ในเรื่องนี้ ฮุน มาเนต เน้นย้ำว่า การคงกำลังทหารไว้ในตำแหน่งของตน ณ เวลาที่หยุดยิงนั้นได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่ายแล้วว่าไม่มีผลต่อการกำหนดเขตแดนระหว่างสองประเทศ ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาได้ระบุไว้อย่างชัดเจนใน “ปฏิญญาร่วมของการประชุมพิเศษของคณะกรรมการเขตแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 27 ธ.ค. 68”ข้อความนี้ระบุอย่างชัดเจนว่าพรมแดนระหว่างประเทศกัมพูชาและไทยยังคงกำหนดโดยสนธิสัญญาและอนุสัญญาที่มีอยู่ และกัมพูชายังคงมีสิทธิอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาพรมแดนนี้กับฝ่ายไทยตามกฎหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญา อนุสัญญา และกลไกทวิภาคีที่บังคับใช้ด้วยความมั่นใจว่าข้อตกลงในแถลงการณ์ร่วมเรื่องการหยุดยิงจะไม่ส่งผลกระทบต่อการสำรวจและปักหมุดเขตแดนระหว่างสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะมอบหมายให้คณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC) กลับมาดำเนินการสำรวจและปักหมุดเขตแดนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตามข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบซึ่งมีพลเรือนอาศัยอยู่ เพื่อให้มั่นใจถึงสันติภาพที่ยั่งยืนตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศเงื่อนไขของการหยุดยิงยังปูทางให้ผู้ลี้ภัยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนสามารถกลับบ้านได้โดยปราศจากอุปสรรค ด้วยความปลอดภัยและศักดิ์ศรีในพื้นที่ของตนในเรื่องนี้ ฮุน มาเนต บอกว่าขอใช้โอกาสนี้แจ้งให้เพื่อนร่วมชาติทราบว่า ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดสถานที่ที่ปลอดภัยเพียงพอและจัดเตรียมสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ลี้ภัยสามารถกลับบ้านได้โดยเร็วที่สุด สำหรับพื้นที่ที่ยังไม่เอื้อต่อการกลับคืนสู่ถิ่นฐานอย่างปลอดภัย รัฐบาลจะแสวงหาทางออกสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวนอกจากนี้ ภายใต้เงื่อนไขของปฏิญญาร่วมฉบับนี้ หลังจากที่การหยุดยิงมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบเป็นเวลา 72 ชั่วโมง ทหารกัมพูชา 18 นายจะได้รับการปล่อยตัวกลับไปยังกัมพูชา ตามเจตนารมณ์ของปฏิญญาร่วมกัวลาลัมเปอร์ที่ลงนามเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68ยิ่งไปกว่านั้น ปฏิญญาร่วมฉบับนี้ยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่ายในการส่งเสริมการดำเนินการตามมาตรการความร่วมมือที่สำคัญหลายประการโดยใช้กลไกและข้อตกลงที่มีอยู่ในส่วนนี้ ปฏิญญาร่วมฉบับนี้ยังเป็นการสานต่อสิ่งที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงปฏิญญาร่วมว่าด้วยการหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 68 และปฏิญญาร่วมกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 รวมถึงข้อตกลงอื่น ๆ ที่บรรลุภายใต้ข้อตกลงนี้ ตลอดจนข้อตกลงอื่น ๆ ที่มีผลบังคับใช้ระหว่างกัมพูชาและไทย“ในฐานะประมุขแห่งรัฐบาลกัมพูชา ข้าพเจ้าขอใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อประเทศมิตรสหายและประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศสมาชิกอาเซียน ภายใต้การประสานงานของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน สำหรับการสนับสนุนและการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกระบวนการนี้มาตั้งแต่ต้น กล่าวคือ ตั้งแต่การเตรียมการหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน” ฮุน มาเนต ระบุนายกฯ กัมพูชาเสริมว่า ขอเน้นย้ำว่ากัมพูชามุ่งมั่นที่จะดำเนินการตามปฏิญญาร่วมว่าด้วยการหยุดยิงอย่างเต็มที่และจริงใจ และยินดีต้อนรับการมีส่วนร่วมของประเทศมิตรสหายและประชาคมระหว่างประเทศในการสนับสนุนการดำเนินการตามปฏิญญาร่วมอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเสริมสร้างบทบาทของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) เพื่อตรวจสอบและรับรองการดำเนินการตามมาตรการที่ตกลงกันไว้ในการหยุดยิงอย่างมีประสิทธิภาพฮุน มาเนต บอกอีกว่า “ข้าพเจ้าขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อการเสียสละอันล้ำค่าของเหล่าทหารและตำรวจผู้กล้าหาญทุกท่าน ในการปฏิบัติหน้าที่อันสูงส่งเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติ และข้าพเจ้าขอแสดงความซาบซึ้งและขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อความรักชาติและความสามัคคีของชาติ ในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติของพระสงฆ์และประชาชนทุกคนจากทุกทิศทุกทาง ทั้งในและต่างประเทศ คุณงามความดีเหล่านี้มีค่าอย่างแท้จริงเหนือสิ่งอื่นใด และจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์สำหรับประชาชนชาวกัมพูชาทุกคนและทุกรุ่น”นายกฯ กัมพูชาบอกว่า ความทุกข์ทรมานและการเสียสละของวีรบุรุษของเราในสนามรบเป็นเครื่องเตือนใจว่า เราไม่ควรลืมแม้แต่วินาทีเดียวว่า “ความแตกแยกหมายถึงความตาย ความสามัคคีหมายถึงชีวิต”ดังนั้น ตามสุภาษิตโบราณที่ว่า “กิ่งไม้หนึ่งมัดไม่สามารถหักได้” เราต้องใช้ช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้เป็นโอกาสให้ชาวเขมรทุกคนร่วมมือกันสร้างชาติกัมพูชาของเราให้แข็งแกร่งและดีขึ้น ด้วยความเข้มแข็ง ภายใต้ร่มเงาอันร่มรื่นของพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพของเราฮุน มาเนต กล่าวว่า ประสบการณ์อันขมขื่นจากสงครามของกัมพูชาได้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า สงครามไม่สามารถยุติลงได้ด้วยสงครามเพียงอย่างเดียว และมีเพียงการเลือกทางออกที่อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย สันติภาพ และความเข้าใจซึ่งกันและกันเท่านั้น ที่จะยุติสงครามและหลีกเลี่ยงการสูญเสียชีวิต ความเจ็บปวด และความทุกข์ทรมานของเพื่อนร่วมชาติของเราได้“ข้าพเจ้าหวังว่าเพื่อนร่วมชาติของเราจากทุกสาขาอาชีพและทุกทิศทาง จะยังคงมีศรัทธาอันแรงกล้าต่อรัฐบาล และรวมใจเป็นหนึ่งเดียวในจิตวิญญาณของชาติกัมพูชา โดยใช้คุณค่าแห่งสันติภาพในการพัฒนาตนเองให้เป็นพลเมืองที่โดดเด่นของกัมพูชา และเป็นพลังที่แข็งแกร่งและไม่อาจทำลายได้ในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติ และในการพัฒนาประเทศและมาตุภูมิอันเป็นที่รักของเรากัมพูชา ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และกลายเป็นชาติที่มีความภาคภูมิใจและมีเกียรติสูงในเวทีระหว่างประเทศ” ฮุน มาเนต ระบุเขาเสริมว่า “สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าขอประทานพรแก่บรรดาภิกษุสงฆ์และเพื่อนร่วมชาติที่รักของข้าพเจ้าทุกคน ให้ได้รับพรแห่งพุทธคุณและพร 5 ประการ ได้แก่ อายุยืนยาว ความสุข ความเข้มแข็ง ความเจริญรุ่งเรือง และอย่าได้พรากจากกัน”ข่าวที่เกี่ยวข้องกัมพูชาโร่แจง หลังประชาชนเข้าใจว่าไทย-กัมพูชาหยุดยิงแค่ 3 วัน สหรัฐฯ แถลงยินดี ไทย-กัมพูชาประกาศข้อตกลงหยุดยิง อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ฮุน มาเนต” โพสต์ หยุดยิงไม่ใช่ยอมแพ้ แต่คือการเห็นแก่ประชาชน ชี้ยังต้านทานได้ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com


Posted

in

by

Tags: