เกาะประเด็นการเมืองวันนี้ จับตา สภาเดือด ‘สส.หวิดต่อยกัน’

“วรงค์” ตีแผ่บำนาญ สส.-สว. ควรเลิกเพราะเลี้ยงทั้งชีวิตแม้เป็น สส.ปีเดียว ตั้งแต่ 21,300-42,700 บาท สส.อายุน้อยคงได้กันเปรม ถามใจคอจะให้ประชาชนเลี้ยงตลอดชีพเลยหรือ เก็บเงินเข้ากองทุนสวัสดิการฯ เดือนละ 3,500 บาท ได้สิทธิอู้ฟู่ระดับทะลุเพดาน สว.ถกค่าอาหารได้ข้อสรุป ควักเงินให้ฝ่ายเลขาฯ จัดซื้อคนละหมื่นบาทต่อเดือน มื้ออาหารหวานชื่น “หนู-เชน-หนิม” หวังการเมืองเข้มแข็งแม้ว่าก่อนเลือกตั้งจะฟาดๆ ทุบๆ กันอย่างไรก็ตาม แต่เมื่อจับมือจัดตั้งรัฐบาลกันแล้ว อะไรที่ผ่านๆ มาก็ให้ลืมๆ ไป มาทำงานด้วยกันอย่าขัดขากันเอง ในช่วงก่อนเที่ยงวันที่ 2 เม.ย. “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม “หัวหน้าหนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และรมว.แรงงาน เดินทางมาหา “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตามคำเชิญ เพื่อพูดคุยถึงการทำงานร่วมกันในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอาหารกลางวันที่เสิร์ฟบนโต๊ะอาหารประกอบด้วย ข้าวหน้าไก่ ขนมผักกาด ก๋วยเตี๋ยว-เกาเหลา และลูกชิ้นศรีย่านบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ช่วงบ่าย คณะที่ไปรับประทานอาหารให้สัมภาษณ์ร่วมกันหน้าตึกไทยคู่ฟ้าลงมาให้สัมภาษณ์ด้วยกัน เสี่ยหนูกล่าวว่า คิดว่าเมื่อรัฐบาลชุดใหม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณและเริ่มทำงาน การทำงานก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น เราได้พูดคุยไปถึงว่า ก่อนหน้านี้เคยมีอะไรที่ไม่เข้าใจกันในการทำงาน เพราะมีปัญหาใจอะไรต่างๆ จากนี้ไปหวังว่าคงจะไม่มี เพราะตอนนี้เปิดเส้นทางตรง จะนายยศชนัน นายจุลพันธ์ หรือใครก็ตามที่อยู่ใน ครม.ของพรรคเพื่อไทย สามารถมาคุยกับตนได้ตลอด จะมาหาตนหรือให้ไปหาเป็นเรื่องปกติ เราทำงานแบบเอาผลของงานเป็นเป้าหมาย“ได้แจ้งนายยศชนันว่าจะมีการประชุม ครม.ด้านเศรษฐกิจทุกวันจันทร์ รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ดูกระทรวงแรงงาน ดูกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ อว. ต่างมีความสำคัญเกี่ยวกับเศรษฐกิจก็ต้องมาร่วมประชุม”ดร.เชน กล่าวว่า เราต้องสนับสนุนกัน เสถียรภาพทางการเมืองจะทำให้หลายประเทศเชื่อมั่นเข้ามาลงทุน ทำให้ประเทศเดินก้าวหน้าไปให้ได้ ปัจจุบันภาวะวิกฤติมีหลายเรื่อง เราไม่สามารถทำงานแบ่งกระทรวงได้ เมื่อสามารถทำงานได้วันแรก รัฐบาลต้องพร้อม ทุกกระทรวงสามารถทำงานสอดรับกันได้ สื่อสารออกไปจะได้เป็นเนื้อเดียวกันและเรื่องเดียวกัน ประเทศไทยต้องหลุดพ้นจากเรื่องความขัดแย้งแล้วมุ่งหน้าไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชนเมื่อถามว่าจากการพูดคุยวันนี้ เรื่องใดที่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ดร.เชน กล่าวว่า “ผมคิดว่าเป็นเรื่องความอ่อนไหวของสถานการณ์โลกที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ต้องช่วยกันบริหารจัดการให้ดี”ดร.เชน กล่าวอีกว่า เมื่อจะบริหารบ้านเมืองต้องแยกเรื่องการเมืองออกไป เวลาเราทำงานในโหมดของรัฐบาล คือเรื่องภาษีของประชาชนและการทำงานไม่สามารถที่จะขัดแย้งแล้วเอาการเมืองมาผสมได้ เวลาตอบคำถามในหลายประเด็นต้องตอบในโหมดเกี่ยวกับรัฐบาล หน้าที่ในเดือนนี้ ในสัปดาห์นี้ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประชาชนในหลายเรื่อง ได้คุยกับนายอนุทินว่า เราพร้อมเดินหน้าทันทีและก้าวข้ามสิ่งที่เป็นอุปสรรคไปให้ได้“หัวหน้าหนิม” นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า ได้ทราบเรื่องกรณีที่มีคนนำเลขบัตรประชาชน 13 หลักของนายกฯ ที่หาได้จากอินเทอร์เน็ต ไปลงทะเบียนใช้งานระบบ e-self service ของสำนักงานประกันสังคม แล้วใส่อีเมลและเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองแทน จากนั้นก็นำภาพหน้าจอที่ปรากฏมาโพสต์เผยแพร่ ขอชี้แจงว่า ระบบประกันสังคมไม่ได้ถูกแฮก ข้อมูลในฐานข้อมูลของประกันสังคมไม่ได้รั่วไหล“สิ่งที่เกิดขึ้นคือการแอบอ้างข้อมูลบุคคลอื่น ซึ่งผิดกฎหมายชัดเจน ต้นตอที่แท้จริงของปัญหานี้คือการที่ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนถูกนำมาซื้อขายในอินเทอร์เน็ตอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้กันในระดับประเทศ เบื้องต้น สำนักงานประกันสังคมได้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายจนถึงที่สุดแล้ว” พร้อมทั้งยืนยันว่า ระบบ e-self service ปลอดภัยกว่าเดิมแน่นอนสรุปใครมือบอนอยากลองของก็รับคดีไป อาจมีไหว้สวยรวยกระเช้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์“สส.ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงข่าวไปยัง รมว.แรงงานคนใหม่ เรียกร้องให้มีการใช้บำนาญสูตรแคร์ ที่มีการทำประชาพิจารณ์และบอร์ดประกันสังคมได้มีมติไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ผู้ประกันตนกว่า 6 แสนคน รอบำนาญสูตรแคร์อยู่ส่วนเรื่องระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่ จากการประชาพิจารณ์ ผู้ประกันตน 90% เห็นด้วยในการใช้ระเบียบเดิม จึงอยากให้รัฐมนตรีฟังเสียงผู้ประกันตน ซึ่งขณะนี้มีการเสนอร่างระเบียบมา 4 ร่าง แต่อยากให้รัฐมนตรีพิจารณาเลือกใช้ร่างเดิม และให้มีการจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด และขอให้เร่งตรวจสอบเอาผิดการซื้อตึกสกายไนน์เกินจริง ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง อดีต รมว.แรงงาน ได้ปล่อยเกียร์ว่าง ในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด จึงขอเรียกร้องไปยังนายจุลพันธ์เร่งดำเนินการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุผลการตัดสินใจร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 ว่า “นายกฯ หนูได้ทาบทามให้มาช่วยทำงาน ตนเองก็คิดหนักเพราะเป็นข้าราชการมา 30 กว่าปี เหลืออายุราชการ 4 ปี ช่วงแรกยืนยันกับนายกฯ ว่าขอช่วยในฐานะเลขาฯ กฤษฎีกา แต่นายกฯ บอกว่าควรมาช่วยลงมือทำ และผลักดันงานต่างๆ ที่ยังคงต้องขับเคลื่อนอีกหลายอย่าง หากอยู่เฉพาะกฤษฎีกาคงผลักดันเรื่องต่างๆ ได้น้อย เห็นว่า หากจะผลักดันงานด้านกฎหมายของประเทศต่างๆ ก็ต้องลงมือทำเองจึงได้ตอบตกลง อยากผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมายของประเทศให้อยู่ในระดับสากล เป็นที่ยอมรับเพื่อให้ประเทศไทยอยู่ในจอเรดาร์โลก” นายปกรณ์ กล่าวในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายตอนหนึ่งถึง กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา (กองทุนสวัสดิการอดีต สส.-สว.) ว่า นี่คือกองทุนอภิสิทธิ์ สส. สว. จ่ายเดือนละ 3,500 บาท แต่เราจ่ายเงินจำนวนนี้เพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์ 5 สิทธิ ได้แก่ 1.เงินทุนเลี้ยงชีพ (บำนาญ) 2.ค่ารักษาพยาบาล/ตรวจร่างกาย ไม่เกิน 1.3 แสนบาทต่อปี 3.เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรเบิกได้ 2 คน 4.กรณีทุพพลภาพ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน และ 5.กรณีถึงแก่กรรม จำนวน 200,000 บาท“ผมคิดว่ามันเป็นสิทธิประโยชน์ที่ทะลุฟ้าทะลุเพดาน ไม่มีกองทุนไหนให้สวัสดิการมากมายขนาดนี้ จนผมรู้สึกว่าเราเอาเปรียบประชาชนมากเกินไปหรือไม่ อะไรลดได้ลด อะไรตัดได้เราควรจะตัด เพราะมิฉะนั้น วันหนึ่งกองทุนนี้ต้องถังแตก จากรายงานที่มีการชี้แจงมา ปี 66 ติดลบ 19 ล้านบาท ปี 67 ติดลบ 23 ล้านบาท ในเรื่องบำนาญ สส., สว. หากพวกเราเป็น สส. 1 ปี ถ้ามีการยุบสภา ได้บำนาญเลี้ยงดูตลอดชีวิต เริ่มต้นที่ 21,300 บาท จนถึงเพดานสูงสุดที่ 42,700 บาท ตามระยะเวลาการเป็นสมาชิกรัฐสภา ตั้งแต่ 1 เดือน–24 ปี (เป็นนานได้บำนาญเยอะ)วันนี้พวกเราอายุน้อยๆ กันเยอะ ผ่านไป 1 ปี หากมีการยุบสภา ประชาชนต้องเลี้ยงดูพวกเราตลอดชีวิต เผลอๆ เลี้ยงดูไป 40-50 ปี ในปี 69 ได้ตั้งงบประมาณกองทุนฯ ไว้ที่ 420 ล้านบาท เราเก็บเดือนละ 3,500 บาท สส. 500 คน และสว. 200 คน ปีหนึ่งได้ประมาณ 29.4 ล้านบาท รัฐจ่ายสมทบ 400-500 ล้านบาท มันต่างกับประกันสังคมถึง 13-15 เท่า อยากเรียกร้องให้พวกเราที่มีส่วนได้เสีย ลองช่วยกันเสียสละสักครั้ง โดยยกเลิกบำนาญ สิทธิประโยชน์อื่นผมยังพอรับได้เกิดเหตุเกือบตะลุมบอนกันเมื่อ “สส.ต้า” ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายสนับสนุนให้จำกัดสิทธิกองทุน สส.ต้า ได้อ่านข้อความบนกระดาษ ทำให้ คริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ (เคยร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ แต่ไม่ได้เป็น สส.) ประท้วงว่าผิดข้อบังคับจากนั้น คริสอภิปรายว่า “สส.ทำงานที่คุ้มค่าเงินภาษีประชาชนหรือไม่ เพราะใช้แชตจีพีที เขียนอภิปรายแล้วท่องไม่ได้ กลับมาอ่านในห้องประชุม บางคนเป็นสามล้อถูกหวย เกาะพรรคเข้ามา แต่ไม่เก่งไม่มีความเป็นตัวเอง แต่ได้เข้ามาสู่สภาต้องทำงานให้คุ้มค่าเงินเดือน”ภายหลังคริส อภิปรายเสร็จ “สส.เอิร์ธ” ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินปรี่เข้ามาหานายคริส และปะทะคารมกัน เนื่องจากมีการอภิปรายพาดพิงกันก่อนหน้านี้ จนส่อที่จะมีการวางมวยกัน ทำให้เพื่อนสมาชิกที่เห็นท่าไม่ดี ต่างกรูกันเข้าไปห้ามทางฝั่งของนายปกรณ์วุฒิ และนายคริส กันยกใหญ่ ก่อนจะจับทั้งคู่แยกย้ายกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า “บิ๊กหมง” มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ประชุม กมธ.วิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ประชุมหารือถึงแนวทางการจัดอาหารกลางวันให้แก่ สว. ในวันที่มีการประชุมวุฒิสภา โดยที่ประชุมมีมติให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จัดอาหารกลางวันให้สำหรับในสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2569 โดย สว.จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าอาหารเองคนละ 10,000 บาท โดยอาจหักจากเงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่มของ สว."ทีมข่าวการเมือง"


Posted

in

by

Tags: