‘เขมร’ ขี้เถ้าขัด ‘ไทย’

ทุกวันนี้ “ไทยกลัวเขมร” จนตัวสั่นกลัวว่า “ดีแต่เห่า”แล้วเมื่อไหร่จะ “กัด” ซักทีล่ะ!?เอาแต่ยืนตะโกนโหวกเหวก…ปราสาทคนา ก็ของเขมร ปราสาทตาเมือนธม ก็ของเขมร เนิน ๓๕๐ ก็ของเขมรปราสาทตาควาย ก็ของเขมร ภูมะเขือ ก็ของเขมร ช่องอานม้า ช่องคานม้า ก็ของเขมร ห้วยตามาเรีย ก็ของเขมร บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว ก็ของเขมรมันเป็นพวก “ขี้ตู่กลางนา-ขี้ตาตุ๊กแก” ซะจริงๆ ของไทยแท้ๆ มันยังหน้าด้านทึกทักว่าเป็นของมันไทยสร้างรั้ว “กั้นแดนเขมร” ตามแนวเขตไทย….กันสัตว์เลื้อยคลานลากหางเข้ามาเพ่นพ่าน มันก็ร้องโหยหวนเป็นชะนีเขมร ว่าไทยสร้างรั้วเข้าไปกินแดนมัน!พวกเขมรนี่…พิลึกชาติ อะไรๆ ของไทย มันเคลมเป็นของมันไปหมด เคราะห์ดีนะ ที่มันไม่เคยเข้าไปที่ “วัดโพธิ์” ท่าเตียนถ้าเข้าไป…เห็น “ศิวลึงค์” แท่งเบ้อเร่อตั้งตระหง่านบนเขามอ มันคงเคลมเป็นศิวลึงค์ของ “พระเจ้าสุริยวรมัน” องค์ใด-องค์หนึ่ง อีกจนได้!?ในเมื่ออะไรๆ ก็ของเขมร…อาวุธยุทโธปกรณ์จีนส่งมาให้เยอะแยะ ทั้งรถถัง ทั้งเรือบิน อยากได้ก็ “เปิด” เลยถ้าชนะ ก็เอาไปถ้าไม่ชนะ ต้องขนศพ-ขนซากพวกเดียวกันกลับไปด้วยนะ ห้ามจัดเลี้ยงบุฟเฟต์อีกาและเหี้ย ด้วยการทิ้งศพเพื่อนตัวเองไว้เกลื่อนป่าอย่างคราวที่แล้วเชียว!เขมรนี่ ถ้ามันเจียมกะลาหัวซักหน่อย มันคงไม่ต้องลากหางกินแต่ของเน่าตามชาติกำเนิดเพราะตั้งแต่เกิดมา เป็นทาสเขาตลอด เป็นทาสขนหินให้ขอมสร้างปราสาทแล้ว ต่อมาก็เป็นทาสไทย และทาสฝรั่งเศส ตามลำดับในฐานที่อยู่ติดกับไทย ไม่ต้องอะไรมาก แค่มี “สำนึกดี”ฟังเพลง “สยามเมืองยิ้ม” ที่ราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์”ร้องไว้ซักหน่อยที่ท่อนหนึ่งมีว่า…. "จงภูมิใจเถิดที่เกิดเป็นไทย มิเป็นทาสใคร แหละมีน้ำใจล้นปริ่ม….”ก็จะรู้ว่า คนไทยนั้น มีความภูมิใจในความเป็นชาติที่ไม่เคยตกเป็นทาสใครเหมือนเขมร แถมเป็นชาติที่มีน้ำใจฉะนั้น เขมร…ถ้าไม่อยากตายแบบทุเรศ อย่าสะแอ๋งกับไทย!และเขมรก็รู้ ไทย…ด้วยความเป็นชาติมีน้ำใจเคยมีบุญคุณกับเขมรขนาดไหน ยามบ้านแตก-สาแหรกขาด ไทยให้ทั้งที่กิน-ที่อยู่ก็ไม่ต้อง “ตอบแทนบุญคุณ” อะไรกับไทยหรอกแค่ “ไม่เนรคุณไทย” ก็นับว่าได้ตอบแทนบุญคุณแล้วเขมรก็จะสุขสบาย แค่เกาะตูด-เกาะตีนไทย ก็มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี สบายๆจากบ่อน จากสแกมเมอร์ จากคอลเซ็นเตอร์ และค้ามนุษย์แต่ทีนี้ พอรวยจากความเป็นแหล่ง “อาชญากรรมโลก”แล้วหยิ่ง!หยิ่งไม่พอ กำเริบเสิบสาน ท้าปิดด่าน ห้ามคนเขมรใช้ของไทย แล้วเปิดสงครามชายแดนกับไทยผลคือเขมร “ตายหยั่งเขียด” ทั้งประเทศ!คงคิดว่า การเป็น “ทาสเก่า” ฝรั่งเศส คือไพ่แต้มเหนือในมือของเขา เหมือน ๕๐-๖๐ ปีที่แล้วกระมัง จึงซ่าไทยฉีก MOU 44 ก็วิ่งโร่ไปหาฝรั่งเศส นึกว่ายังไงๆฝรั่งเศสก็ต้องช่วยทาสเอะอะฟ้องศาลโลก ฟ้อง UN ไปเวทีไหน ก็ไม่ดูกาลเทศะจับไมค์ได้ ก็เล่นบท “ประเทศเล็ก” ถูกไทยรังแกจนชาวโลกรู้เช่นเห็นสันดานว่า “เขมรลิ้น ๒ แฉก” ต่างระอา และพากันรังเกียจ!แม้กระทั่งฝรั่งเศส ยังเอียนและเอือมระอา!ยังโชคดีอยู่หน่อย ที่จีนจำเป็นต้องมีฐานทัพในภูมิภาคนี้ จีนจึงเป็น “ผู้ใหญ่ใจดี” ของเขมรสนามบินก็สร้างให้ ท่าเรือก็สร้างให้ จะเอาอะไรจีนก็จัดให้ทำไป-ทำมา ตอนนี้…..เขมรไม่ต่างมณฑลหนึ่งของจีนไปแล้ว เพราะหนี้สินที่กู้จีนมาสร้างโน่น-สร้างนี่ ชาติไหนจะมีปัญญาใช้หนี้เขา ก็ต้องเหมือน “ยกประเทศ” ให้จีน ในที่สุด!ในขณะที่เขมรกลายเป็น “พื้นที่ยุทธศาสตร์” ทางทะเลของจีนในอุษาคเนย์สหรัฐฯ “ผัวเก่า” ก็หึง!กลับมาเป็น “ถ่านไฟเก่า” ที่เริ่มคุอีกครั้ง เขมรในฐานะ “วัวเคยขา-ม้าเคยขี่” ของสหรัฐฯเมื่อแฟนเก่ากลับมา ก็ริ “คบซ้อน”การซ้อมรบ “Angkor Sentinel” ระหว่าง “สหรัฐฯ กับเขมร” ที่ตะก่อนตอนยังข้าวใหม่ปลามัน เคยจัดเป็นประจำทุกปี มาเลิกรากันไปเมื่อปี ๒๕๖๐ นี่เองตอนนี้ “ขาเก่า” เขากลับมาแล้วเตรียมซ้อมรบระดับทวิภาคีภายใต้รหัส "อังกอร์ เซนทิเนล" อย่างเป็นทางการอีกครั้งในรอบกว่าทศวรรษเขาจะจัดขึ้น ตอนต้นปี ๒๕๗๐ นี่แหละ!ก็น่า “อิจฉา” เหี้ยเนื้อหอมขวาก็จีน ซ้ายก็สหรัฐฯ คบซ้อนทีเดียว ๒ คนลักษณะนี้ นับเป็น “ผลดี” กับไทยอเนกอนันต์!เพราะการที่ทั้งจีนและสหรัฐฯ ไปรุมตอมที่เขมร เท่ากับเป็นใบรับรองว่า “ไทย…ประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด” มีความเป็นกลางเด่นชัดทั้งลบล้างข้อครหาที่ว่า…ไทยเป็น “ฐานทัพ” ให้ฝ่ายโน้น-ฝ่ายนี้ การที่ทั้งจีนและสหรัฐฯ ไปรุมจีบเขมร ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าไทยไม่ยอมให้ฝ่ายไหนมาใช้แผ่นดินไทยเป็นฐานทัพในภูมิภาคนี้ เพื่อคุม “ช่องแคบมะละกา” ที่เชื่อม ๒ มหาสมุทรคือมหาสมุทรอินเดียและทะเลจีนใต้ ส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิก!การเจียมตัวของไทย วางตำแหน่งตัวเองเป็น “ครัวโลก”ไม่ถือหาง-เข้าข้างใด-ข้างหนึ่งโดยเฉพาะทำให้ไทยเป็นดินแดน “สันติภาพ-เป็นกลาง” แถมมีอาหารกิน ทุกชาติจึงรักและอยากมาอยู่ประเทศไทยมีคนมองไทยและประมวลไว้ ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งส่งมาให้ผมอ่าน น่าจะมาจาก pathom@indarodom.com อ่านกันดูนะ………………………………….ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้คนจากหลายประเทศมานาน ทั้งจากการทำงาน การประชุม และการเดินทางสิ่งหนึ่งที่ผมค้นพบก็คือ…..หลายครั้ง “คนต่างชาติ” มองประเทศไทยไม่เหมือนที่คนไทยมองตัวเองในขณะที่เรามัวแต่บ่นว่า “ประเทศนี้ไม่มีอะไรดี” คนอีกหลายล้านคนกลับมองสิ่งที่เรามีด้วยความชื่นชม และอยากให้บ้านเกิดของตัวเองมีแบบนี้บ้าง“คนญี่ปุ่น” จำนวนมาก มองไทยด้วยความอิจฉาเพราะชีวิตที่นี่ไม่ต้องแข่งขันจนหายใจไม่ออก ไม่ต้องทำงานจนรถไฟเที่ยวสุดท้าย หลายคนบอกตรงกันว่า“คนไทยดูมีความสุขกับชีวิตมากกว่า”!“คนเกาหลีใต้” ที่เติบโตมากับสังคมที่แข่งขันรุนแรงเหมือนกัน มองว่าคนไทยมีเวลาให้ครอบครัว มีเพื่อน มีงานอดิเรก และไม่ต้องใช้ชีวิตราวกับกำลังสอบแข่งขันทุกวัน“คนจีน” จำนวนมากชอบไทยเพราะรู้สึกถึงอิสระในการใช้ชีวิต อาหารอร่อย ผู้คนเป็นมิตร และยังมีพื้นที่ให้พักใจจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่“คนอินเดีย” จำนวนไม่น้อย มองว่าไทยสะอาด เป็นระเบียบและมีระบบบริการที่ใช้งานง่ายสิ่งที่คนไทยบ่นว่า “รถติด” นั้น สำหรับบางเมืองในอินเดียอาจถือว่าเป็นความวุ่นวายในระดับที่ยังรับได้“คนพม่า” จำนวนมาก ไม่ได้ฝันอยากเป็นมหาอำนาจพวกเขาแค่ฝันถึงประเทศที่มีเสถียรภาพ มีไฟฟ้าใช้ มีเศรษฐกิจที่พอเดินไปข้างหน้าได้และมีโอกาสทำงานเลี้ยงครอบครัวได้อย่างสงบ ซึ่งประเทศไทยมีสิ่งเหล่านี้มานาน จนหลายคนคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา“คนลาว” จำนวนไม่น้อยมองว่า ไทยคือดินแดนแห่งโอกาสทั้งการศึกษา เทคโนโลยี การรักษาพยาบาล และคุณภาพชีวิตที่เข้าถึงได้“คนเวียดนาม” หลายคนยอมรับว่าไทยพัฒนามาก่อนมีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่แข็งแรง และมีความสมดุลระหว่างเมืองกับวิถีชีวิตมากกว่าแม้วันนี้ เวียดนามจะกำลังวิ่งเร็วมากก็ตาม!“คนสิงคโปร์” ซึ่งมีรายได้สูงกว่าเรา อาจมีรถไฟที่ตรงเวลากว่าเราแต่หลายคนกลับมองประเทศไทยเป็นสถานที่พักใจ เป็นประเทศที่ผู้คนยังมีเวลาให้กันมีอาหารดีๆ ราคาไม่แพง และมีชีวิตที่ไม่ต้องวิ่งแข่งกับใครตลอดเวลา“คนอเมริกัน” จำนวนไม่น้อย ฝันถึงการเกษียณในประเทศไทย เพราะค่าครองชีพสมเหตุสมผล ระบบสาธารณสุขดี อาหารอร่อย และผู้คนเป็นมิตร“คนไต้หวัน” ประทับใจร้านสะดวกซื้อ ระบบบริการ และรอยยิ้มของคนไทย“คนฟิลิปปินส์” ชื่นชมโครงสร้างพื้นฐาน โอกาสทางเศรษฐกิจ และความสงบเรียบร้อยของสังคมไทยสิ่งที่น่าเศร้าก็คือ…“คนไทย” จำนวนไม่น้อย ใช้เวลาทั้งชีวิตบ่นว่า “ประเทศนี้ไม่มีอะไรดี”ขณะที่คนอีกหลายประเทศ…ใช้เวลาทั้งชีวิตพยายามสร้างประเทศของตัวเองให้มีสิ่งที่ประเทศไทยมีอยู่แล้วเรา “ดูถูกความสงบ” เพราะ “ไม่เคยผ่านสงคราม”เรา “ดูถูกเสถียรภาพ” เพราะ “ไม่เคยต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความไม่แน่นอน”เรา “ดูถูกระบบสาธารณสุข” เพราะ “ไม่เคยต้องเดินทางข้ามประเทศเพื่อรักษาคนในครอบครัว”และเรา “ดูถูกความเป็นไทย” เพราะเรา “เกิดมาพร้อมกับมัน” จนลืมไปว่า… สำหรับคนอีกหลายร้อยล้านคนบนโลกนี้“ประเทศไทย อาจไม่ใช่ประเทศที่สมบูรณ์แบบ”แต่มันเป็นประเทศที่พวกเขา “อยากเห็นบ้านเกิดของตัวเองเป็นแบบนี้”!และสำหรับบางคน… มันอาจเป็นประเทศในฝัน ที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้เกิดมาอยู่เลยด้วยซ้ำ.……………………………………นั่งนิ่งๆ แล้วหลับตาใช้ “มโนสำนึก” คิดอย่าใช้ AI คิดแทนแล้วเราจะ “เกลียดคนไทย” แต่ “รักประเทศไทย”!-เปลว สีเงิน๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙คนปลายซอย


Posted

in

by

Tags: