เจ้าของหอโวย รปภ.ตายเหม็นเน่า แพทย์เอะใจทำไมศพใส่ “รองเท้าหุ้มข้อ” ถอดดูถึงกับน้ำตาซึม

รปภ.ตายโดดเดี่ยว เจ้าของหอโวย รปภ.ตายโดดเดี่ยว เจ้าของหอโวย "เหม็นเน่า" หมอเอะใจทำไมศพใส่ "รองเท้าหุ้มข้อ" ถอดดูถึงกับน้ำตาซึมไม่ใช่แค่เรื่องของศพเน่าเปื่อย… แพทย์นิติเวชเผยเบื้องหลังคดี "ความตายอันโดดเดี่ยว" ของ รปภ. หนุ่มใหญ่ ที่เจ้าของหอพักเอาแต่บ่นเรื่องกลิ่นเหม็น แต่เมื่อถอดรองเท้าผ้าใบที่ศพสวมใส่อยู่ ความจริงที่น่าเวทนาก็ปรากฏคดีการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว (Lonely Death) กำลังกลายเป็นปัญหาสังคมที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง แต่สำหรับเคสนี้ที่ไต้หวัน กลับมีรายละเอียดที่สะเทือนใจยิ่งกว่า เมื่อแพทย์นิติเวชชื่อดัง "ไช่ เซิ่งโจว" ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์การชันสูตรศพ รปภ. รายหนึ่ง ที่เสียชีวิตลำพังในห้องเช่าปริศนา "รองเท้าหุ้มข้อ" ในห้องนอนเหตุการณ์เกิดขึ้นที่เขตซานฉง นครนิวไทเป เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุพบศพชายอาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) เสียชีวิตอยู่ในห้องเช่า เมื่ออัยการและหมอไช่เดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ สิ่งแรกที่พบคือเจ้าของหอพักที่ยืนโวยวายด้วยความหงุดหงิด บ่นไม่หยุดปากเรื่อง "กลิ่นเหม็นเน่า" ที่โชยออกมาจากห้อง ทำเอาผู้เช่าคนอื่นเดือดร้อนจากการตรวจสอบเบื้องต้น หมอไช่คาดว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตจากโรคประจำตัว แต่สายตาของเขากลับไปสะดุดกับสิ่งผิดปกติวิสัยอย่างหนึ่ง นั่นคือ "ศพผู้ตายสวมรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ" ทั้งที่นอนอยู่บนเตียงในห้องพักตัวเอง มันดูขัดแย้งกับความเป็นจริงอย่างมาก ใครจะใส่รองเท้าหนาๆ นอนในบ้าน?ความจริงใต้พื้นรองเท้า… ไม่ใช่ความซกมก แต่คือความเจ็บปวดด้วยความสงสัย หมอไช่จึงตัดสินใจถอดรองเท้าคู่นั้นออก เพื่อไขปริศนา ทันทีที่ถอดรองเท้า กลิ่นเหม็นรุนแรงก็พวยพุ่งออกมา สภาพเท้าของผู้ตายดำคล้ำ มีแผลเน่าเปื่อยเป็นวงกว้างบริเวณข้อเท้า และมีหนอนแมลงวันไชยั้วเยี้ยหมอไช่สรุปทันทีว่า ผู้ตายป่วยเป็น "เบาหวานขั้นรุนแรง" จนเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เท้า (Diabetic Foot) เนื้อเยื่อตายและติดเชื้ออย่างหนัก ประกอบกับภาวะขาดสารอาหาร ทำให้ร่างกายทรุดโทรมจนเสียชีวิตในที่สุดคำเฉลยที่ทำให้เจ้าของหอต้องเงียบกริบทำไมต้องใส่รองเท้าหุ้มข้อนอน? และทำไมต้องเอาผ้าอุดตามร่องประตู?หมอไช่ ตระหนักได้ทันทีถึงเจตนาของผู้ตาย เขาไม่ได้ใส่รองเท้าเพราะความเท่ หรือขี้เกียจถอด แต่เขา "จงใจสวมรองเท้าหุ้มข้อเพื่อกักเก็บกลิ่นเหม็นเน่าของเท้าตัวเอง" และใช้ผ้าอุดร่องประตูไว้ เพื่อไม่ให้กลิ่นเล็ดลอดออกไปรบกวนคนอื่น หรือที่สำคัญกว่านั้นคือ "กลัวเจ้าของหอจะไล่ออก" หากรู้ว่าเขาป่วยหนักและส่งกลิ่นเหม็นท่ามกลางเสียงบ่นของเจ้าของหอพัก หมอไช่หันไปพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น เพื่อเตือนสติว่า:"ผู้ตายไม่ได้ตั้งใจทำตัวน่ารังเกียจ (可惡) แต่เขาน่าสงสาร (可憐) มากกว่า… อาการหนักขนาดนี้ ทางรอดทางเดียวคือต้องตัดขาทิ้ง แต่เขาคงไม่มีทางเลือก"คำพูดของหมอทำเอาบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดเปลี่ยนเป็นความเงียบสงัด เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นมุมมืดของสังคมที่คนตัวคนเดียวต้องดิ้นรนซ่อนความเจ็บปวดไว้จนวาระสุดท้าย เพียงเพื่อขอแค่มีที่ซุกหัวนอน


Posted

in

by

Tags: