เด็ก 13 ตรวจพบมะเร็งตับอ่อน หมอซักจนรู้ ถามพ่อแม่ให้ลูกกินแบบนี้ได้ยังไง!

เด็กชายวัย 13 ป่วยมะเร็งตับอ่อน หลังปวดท้องเรื้อรัง ครอบครัวเผยพฤติกรรมการกิน หมอถามให้ลูกกินแบบนี้ได้ไงตั้งนานเด็กชายวัย 13 ป่วยมะเร็งตับอ่อน หลังปวดท้องเรื้อรัง ครอบครัวเผยพฤติกรรมการกินที่มองข้ามมานานในวัย 13 ปี เด็กส่วนใหญ่ควรได้ใช้ชีวิตในโรงเรียน เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน แต่เด็กชายรายหนึ่งกลับต้องเผชิญข่าวร้าย หลังแพทย์ตรวจพบว่าเขาป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะลุกลาม ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีอาการคล้ายความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารทั่วไปเท่านั้นเรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นอุทาหรณ์ที่ทำให้หลายครอบครัวหันกลับมาสังเกตอาการผิดปกติของลูก รวมถึงทบทวนพฤติกรรมการกินในชีวิตประจำวัน เพราะสิ่งที่ดูเหมือนความสะดวกหรือการตามใจเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลต่อสุขภาพเมื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานเริ่มจากปวดท้องและท้องเสีย ก่อนพบสัญญาณผิดปกติชัดเจนช่วงแรกเด็กชายมีอาการปวดบริเวณท้องส่วนบนและท้องเสียเป็นบางครั้ง พ่อแม่เข้าใจว่าเป็นเพียงอาการอาหารไม่ย่อยหรือเลือกกินอาหาร จึงซื้อยาบำรุงและยาแก้ท้องเสียมาให้รับประทาน โดยไม่ได้พาไปตรวจอย่างละเอียดอาการดังกล่าวเป็นๆ หายๆ ต่อเนื่องนานหลายเดือน กระทั่งผิวหนังและตาขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ปัสสาวะมีสีเข้มคล้ายน้ำชา น้ำหนักลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเริ่มกลืนหรือรับประทานอาหารได้ลำบาก แม้แต่อาหารโปรดอย่างไก่ทอดก็ไม่อยากกิน ครอบครัวจึงรีบพาไปโรงพยาบาลผลการตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบก้อนเนื้อบริเวณส่วนหัวของตับอ่อน ก่อนที่การตรวจชิ้นเนื้อจะยืนยันว่าเป็นมะเร็งตับอ่อนระยะลุกลาม ตัวโรคได้แพร่กระจายไปยังอวัยวะใกล้เคียง ทำให้โอกาสผ่าตัดเพื่อหวังผลรักษาให้หายขาดเหลือน้อยลงพ่อแม่เปิดพฤติกรรมการกิน ลูกดื่มน้ำหวานแทนน้ำเปล่าเมื่อแพทย์สอบถามประวัติการใช้ชีวิตและอาหารที่เด็กรับประทานเป็นประจำ ครอบครัวจึงเปิดเผยว่าเด็กไม่ค่อยดื่มน้ำเปล่ามาตั้งแต่เล็ก หากกระหายน้ำมักเลือกน้ำอัดลมหรือน้ำผลไม้บรรจุขวด โดยบางวันดื่มมากถึง 3-4 ขวดนอกจากนี้ เด็กยังรับประทานอาหารมื้อหลักค่อนข้างน้อย แต่ชอบไก่ทอด ไส้กรอก เนื้อกระป๋อง และอาหารฟาสต์ฟู้ดที่หาซื้อได้ง่ายบริเวณหน้าโรงเรียน หลายครั้งอาหารเหล่านี้กลายเป็นมื้อเย็นแทนอาหารที่ปรุงสดใหม่ในวันที่พ่อแม่ไม่มีเวลาจัดเตรียมอาหารเช้า เด็กมักได้รับเงินไปซื้อแฮมเบอร์เกอร์และน้ำอัดลม พฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำๆ จนแทบกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยครอบครัวไม่ทันมองว่าอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้อาจทำให้ได้รับน้ำตาล ไขมัน โซเดียม และพลังงานมากเกินความต้องการอาหารชนิดเดียวไม่ได้ทำให้เกิดมะเร็งทันทีอย่างไรก็ตาม การรับประทานไก่ทอด น้ำอัดลม หรืออาหารแปรรูปเพียงครั้งเดียว ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดมะเร็งตับอ่อนทันที และไม่ควรสรุปว่าอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคในเด็กแต่ละราย เพราะการเกิดมะเร็งเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายด้าน ทั้งพันธุกรรม ภาวะสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมสิ่งที่ควรระวังคือผลกระทบสะสมจากรูปแบบการกินที่ไม่สมดุล เช่น การดื่มเครื่องดื่มหวานแทนน้ำเปล่า รับประทานอาหารทอดหรืออาหารแปรรูปเป็นประจำ ขาดผักและผลไม้ รวมถึงไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย พฤติกรรมเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน ภาวะดื้อต่ออินซูลิน เบาหวาน ไขมันพอกตับ และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้ทำไมอาการผิดปกติของตับอ่อนจึงถูกมองข้ามได้ง่ายตับอ่อนเป็นอวัยวะที่อยู่ลึกบริเวณด้านหลังกระเพาะอาหาร มีหน้าที่ผลิตเอนไซม์ช่วยย่อยอาหารและฮอร์โมนอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อเกิดความผิดปกติ อาการในระยะแรกอาจไม่ชัดเจนและคล้ายโรคทั่วไป เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ เบื่ออาหาร หรือท้องเสียผู้ปกครองจึงไม่ควรมองข้ามอาการที่เกิดซ้ำหรือเป็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อมีสัญญาณร่วมอย่างตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดท้องร้าวไปด้านหลัง หรือรับประทานอาหารไม่ได้ ควรพาเด็กไปพบแพทย์แทนการซื้อยารับประทานต่อเนื่องด้วยตนเอง4 แนวทางช่วยปรับพฤติกรรมการกินของเด็ก1. ให้น้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มหลักไม่ควรใช้น้ำอัดลม ชาหวาน หรือน้ำผลไม้บรรจุขวดแทนน้ำเปล่าเป็นประจำ แม้ผลิตภัณฑ์บางชนิดจะมีคำว่าน้ำผลไม้ แต่ยังอาจมีน้ำตาลในปริมาณสูง ผู้ปกครองควรฝึกให้เด็กคุ้นเคยกับการดื่มน้ำเปล่าตั้งแต่วัยเล็ก2. จำกัดอาหารทอดและอาหารแปรรูปไก่ทอด ไส้กรอก เนื้อกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารฟาสต์ฟู้ดสามารถรับประทานได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่ควรใช้เป็นอาหารหลักทุกวัน ควรสลับกับอาหารปรุงสดที่มีโปรตีนเหมาะสม ผัก ธัญพืช และสารอาหารหลากหลาย3. เปลี่ยนขนมเป็นของว่างที่มีประโยชน์ผู้ปกครองอาจเตรียมผลไม้สด โยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือนมจืดแทนขนมหวานและมันฝรั่งทอด ส่วนถั่วต่างๆ เช่น อัลมอนด์ วอลนัท และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ สามารถเป็นอีกตัวเลือกได้ แต่ต้องเลือกชนิดไม่เค็ม จัดปริมาณให้เหมาะสม และระวังในเด็กที่มีประวัติแพ้อาหารหรือเสี่ยงสำลัก4. ส่งเสริมให้เคลื่อนไหวร่างกายทุกวันการวิ่งเล่น เดิน ปั่นจักรยาน หรือออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ช่วยให้เด็กใช้พลังงานและส่งเสริมสุขภาพโดยรวม พ่อแม่ควรลดเวลาที่เด็กนั่งอยู่หน้าจอเป็นเวลานาน พร้อมชวนทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อให้การเคลื่อนไหวกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่าใช้อาหารหวานและของทอดเป็นรางวัลจนติดเป็นนิสัยรสนิยมด้านอาหารของเด็กถูกหล่อหลอมจากสิ่งที่พบเห็นและได้รับภายในครอบครัว การนำเครื่องดื่มหวานหรืออาหารทอดมาใช้เป็นรางวัลบ่อยครั้ง อาจทำให้เด็กรู้สึกว่าอาหารเหล่านี้มีคุณค่าพิเศษและอยากรับประทานมากขึ้นความรักไม่ได้หมายถึงการปล่อยให้ลูกเลือกกินทุกอย่างโดยไม่มีขอบเขต แต่คือการช่วยให้เด็กรู้จักกินอย่างสมดุล พร้อมสังเกตความผิดปกติของร่างกายและเข้ารับการตรวจเมื่อมีอาการน่าสงสัย กรณีของเด็กชายวัย 13 ปีจึงเป็นบทเตือนใจว่า อาการเล็กน้อยที่เกิดซ้ำไม่ควรถูกละเลย และสุขภาพของเด็กควรได้รับความสำคัญเหนือความสะดวกในแต่ละวันเสมอ


Posted

in

by

Tags: