วันที่ 28 ต.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท – คุยการเมือง ว่า…4คำถาม : ออกหมายจับเบนสมิธ ยิมเลียก หวังผลอะไร? เมื่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ(บก.ปอศ.) ภายใต้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บชก.) ได้ขออนุมัติต่อศาลอาญาเพื่อออกหมายจับ นายเบน สมิธ และนายยิมเลียก พร้อมเครือข่ายรวม 6 คนในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่ หลังจากเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังทลายเครือข่ายมหากาพย์ฟอกเงินข้ามโลก ที่นำเงินจากธุรกิจสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ ซุกซ่อนผ่านกองทุนต่างประเทศ เพื่อกลับเข้ามาซื้อหุ้นใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) จากการเปิดปฏิบัติการของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง ปปง. และ ก.ล.ต. มีการดำเนินคดีเกี่ยวกับผู้ต้องหาทั้งหมด 7 ราย และเป็นกลุ่มที่กำลังหลบหนีอยู่ต่างประเทศ 6 ราย จึงได้มีการออกหมายจับจำนวน 6 ราย และมีบุคคลที่น่าสนใจที่ถูกออกหมายจับด้วยคือ นายเบน สมิธ หรือ เบญจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้สั่งการและวางแผนจัดการการลงทุน นายยิมเลียก ทำหน้าที่จัดหาแหล่งทุนและร่วมกระทำผิดในมูลฐานสแกมเมอร์ นางสาวแคทรียา (ภรรยา นายเบน สมิธ) กลุ่มผู้รับประโยชน์แอบแฝง และคนอื่นๆอีก 6 คน เมื่อมีการแถลงข่าวว่า ได้ออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ จึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำหน้าที่ของผู้รับผิดชอบเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง ผมในฐานะที่เป็นนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และได้ติดตามเรื่องนี้มาระยะหนึ่ง อยากจะตั้งข้อสังเกต และตั้งคำถามมายังรัฐบาลดังนี้ คือ 1. คดีนี้เกิดขึ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี มีการเคลื่อนไหวกดดันให้รัฐบาลปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง มีการเคลื่อนไหวจากพรรคฝ่ายค้านเรียกร้องให้รัฐบาลจับกุม ยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีการเปิดภาพบุคคลตามหมายจับ ถ่ายรูปร่วมกับนายกรัฐมนตรีของไทยและบุคคลที่มีชื่อเสียงของไทยหลายคน ซึ่งเรื่องนี้ได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลา1ปีแล้ว ไม่มีความคืบหน้า แต่ได้มาออกหมายจับในช่วงนี้ จึงมีการตั้งคำถามว่า เรื่องผ่านมาแล้ว1ปี ทำไมเพิ่งออกหมายจับในวันนี้ 2. การออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 6 คน ซึ่งไม่ได้อยู่ในประเทศไทย มีแหล่งพำนักอยู่ในต่างประเทศ หรือหนีอยู่ในต่างประเทศทั้งสิ้น เชื่อว่าการจับกุมตัวมาดำเนินคดีเป็นไปได้ยากมาก จึงมีการตั้งคำถามว่า การออกหมายจับครั้งนี้ เป็นการออกหมายจับเพื่อหวังผลทางการเมือง หรือหวังผลต่อการดำเนินคดีให้เป็นจริง หรือต้องการออกหมายจับเพื่อแก้เกี้ยว 3. ผู้ร่วมขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่อยู่ในแบล็คลิสต์ของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา มีชื่อของผู้เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองอยู่ด้วย และน่าจะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ที่ถูกออกหมายจับ จึงมีการตั้งคำถามว่า ทำไมไม่มีหมายจับบุคคลเหล่านี้ ทั้งที่ยังพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย 4. การออกหมายจับในช่วงที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอยู่ และมีการประเมินว่า ประเด็นที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกขึ้นมาอภิปราย น่าจะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปราบแก๊งสแกมเมอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงเว็บพนันออนไลน์ด้วย ซึ่งมีการเชื่อมโยงไปถึงสามีของอดีตเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงดีอี จึงมีคำถามว่า การออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 6 คนครั้งนี้ เพื่อจะเป็นข้ออ้างและเป็นการตอบคำถามของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่จะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอภิปรายหรือไม่ จากข้อสังเกตและข้อสงสัยทั้งหมด ทำให้เชื่อได้ว่า การออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ครั้งนี้ เป็นการดำเนินการเพื่อหวังผลทางการเมืองมากกว่าการหวังผลทางคดี หรือผลสัมฤทธิ์ทางคดีที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ จึงอยากจะตั้งข้อสังเกต และตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่า การออกหมายจับผู้ต้องหา 6 คนนี้หวังผลอะไรกันแน่#เทพไท #เบนสมิธ #ยิมเลียก #แก๊งสแกมเมอร์ #ฟอกเงิน #อภิปรายไม่ไว้วางใจ #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline
“เทพไท” ตั้ง 4 คำถามรัฐบาล! ออกหมายจับ “เบน สมิธ-ยิมเลียก” หวังผลคดีหรือเกมการเมือง?
by
Tags: