เนรคุณ ‘สิ้นบุญเก่า’

จะว่า “แปลกประเทศ” ก็ไม่น่าใช่ต้องบอกว่า “แปลกคน” น่าจะใช่ สำหรับพวกเขมรมันคิดได้ยังไง?หวังกลั่นแกล้งทหารไทยแต่ดันจุดไฟ “เผาหญ้า-ป่าแห้ง” ในฝั่งประเทศตัวเองหวัง “รมควัน” ทหารไทย มันก็ได้สะใจอยู่หรอกแต่เผาแล้ว ไฟตลบกลับ ลามไหม้จากแดนเขมรเข้าไปในชุมชน ในค่ายทหาร บ้านเรือนวอดวาย แสงไฟโชนฉานจนเขมรเป็น “นรกทะเลเพลิง”คงนึกตามปัญญาประสาเขมรว่า “เดี๋ยวมันก็ดับเอง”!แต่มันไม่ดับ ตรงกันข้ามกลับลามขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ เห็นข่าวว่า ไฟลามล้อม “สนามบินพระตะบอง” ซึ่งอยู่ห่างตัวเมืองแค่ ๓ กิโลแล้ว ตอนนี้ทางฝั่งเขมร ไม่มีเจ้าหน้าที่มาดับไฟ มีแต่ชาวบ้านจุดใหม่ แล้วถ่ายรูปลงเฟซ ข่าวเขมรเผาเมืองตัวเองนี้ ก็มีมาเป็นสัปดาห์แล้วมั้ง?แต่ทางการก็ไม่อนาทรร้อนใจ กลับปล่อยให้เผา ให้มันไหม้ลุกลามไปเรื่อยๆไฟก็ลามเลีย บีบกระชับพื้นที่ปลอดไฟให้แคบเข้าอีกไม่ช้าคงมีข่าว “โศกนาฏกรรมของสัตว์เมือง”“ชาวบ้านถูกไฟคลอกตายทั้งหมู่บ้าน”!ตอนนี้ ก็มีทหารและชาวบ้านถูกไฟคลอกตายบ้างแล้วแล้ว ๒ พ่อลูกตระกูลฮุนว่าไง?จะว่าไง้…นอกจาก “ไอ้พวกทหารเสียมมันลอบเข้ามาเผา” ก็ตามสันดานเขมรเขาละแล้วก็แปลงความฉิบหายเป็นรายได้เข้ากระเป๋า“นายปรัก สุคน” รมต.ต่างประเทศเขมร เรียกร้องให้นานาชาติรีบบริจาคเงินช่วยเหลือด่วน เพื่อดับไฟป่าที่กำลังรุนแรงในเขมร ขณะนี้ ชาวเขมรเดือดร้อนหนักมากบ้านถูกไฟไหม้ ขาดอาหารและน้ำดื่มจำนวนมากนานาชาติไม่ควรนิ่งดูดายกับเหตุการณ์นี้ ควรรีบบริจาคด่วน!นั่น..ว่าเข้านั่น เล่นบทขอทานบรรดาศักดิ์ ไปคาดคั้นมั่นหมาย ให้บ้านโน้น-เมืองนี้ “พวกมึงต้องช่วยกู” เอาแบบด้านๆวันก่อน “นายฮุน มานี”เทพบุตรสุดท้องของฮุน เซน ก็ออกมาเคลมว่า “ไทยเผา” ฉะนั้น ไทยจ่ายมา ค่าเสียหาย หลังละ ๕ แสนบาทเขมรนี่ นอกจากส่งออก “ขอทาน” ไปเมืองไทยแล้วระดับรัฐบาล ก็ยังเป็นขอทาน “ระดับโลก” อีกด้วย!แต่รายการ “เผาเมือง” เพื่อแบมือขอครั้งนี้ เห็นทีจะยาก เพราะแต่ละประเทศ เขาเอือมระอา รู้เช่นสันดานกันหมดแล้วก็ช่วยกันตามดู…..ว่าเขมรเผาเมือง ไฟจะลามไหม้ไปถึงไหน และจะดับลงได้อย่างไร หรือเขาจะปล่อยไปตามยถากรรม…..จนลามไปเผาถึงพนมเปญ?!ประเทศไทยเรานี้ “ไม่เชื่อ-ก็ต้องเชื่อ” นอกจากบรรพบุรุษคอยปกป้องแล้ว ยังมี “เทพผู้คุ้มครอง” คอยพิทักษ์รักษาอีกตะหากเพราะองค์พระมหากษัตริย์ของชาติไทยเราทรงถึงพร้อมด้วย “ทศพิธราชธรรม”หมายถึง ธรรม ๑๐ ประการ ที่“พระเจ้าแผ่นดิน” ทรงประพฤติเป็นหลักธรรมประจำพระองค์เป็นคุณธรรมของพระมหากษัตริย์ หรือผู้ปกครองบ้านเมืองมี ๑๐ อย่าง คือ ทาน การให้ การแบ่งปัน, ศีล ความประพฤติดีงาม เป็นสุจริตธรรม, ปริจจาคะ การสละสุขส่วนตัว เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอาชชวะ ความซื่อตรง ความมุ่งมั่นตั้งใจจริง, มัททวะ ความอ่อนโยน ความสุภาพ, ตบะ ความเพียร การข่มใจ, อักโกธะ ความไม่โกรธ ไม่ลุแก่อำนาจ,อวิหิงสา ความไม่เบียดเบียนกดขี่, ขันติ ความอดทน อดกลั้น และ อวิโรธนะ การยึดมั่นในธรรมจึงเป็นดั่งพุทธภาษิตที่ว่า “ธัมโม หะเว รักขะติ ธรรมะจาริง”แปลความว่า “ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม”เช่นนี้แหละ “ไทยจึงมีเทพคุ้มครอง”นอกจาก “ท้าวจตุโลกบาล” ผู้สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้น “จาตุมหาราชิกา” ดูแลอยู่ทั้ง ๔ ทิศแล้วในภาคพื้นปฐพีไทย องค์ “สมมุติเทพ”….คือ “พระมหากษัตริย์” ผู้ทรงถึงพร้อมด้วยทศพิธราชธรรม เป็นพระผู้ปกปักรักษาอีกชั้นหนึ่งเพราะเป็นดั่งนี้ ….อย่าพูดถึงว่าใครจะมาทำร้ายประเทศไทยเลยแค่ “คิดร้าย” ประเทศนั้น-ผู้นั้น มันก็แพ้ภัยตัวเองแล้วถึงขั้น “วิบัติ-ฉิบหาย” ประชาชนระส่ำ ผู้นำบรรลัย ประเทศมีอันเป็นไป ด้วยโทษภัย จากประสงค์ร้ายกับประเทศมีศีล-มีธรรมย่อยลงไปกว่านั้นในแต่ละองค์กรก็เถอะ องค์กรใด ถ้าผู้นำไร้ธรรม ก็จะเป็นดังขี้ไต้ติดไฟ สว่างวูบวาบชั่วครู่ สว่างนั้น จากไฟที่ลามเลีย เผาไหม้กินตัวเองไปสุดท้าย ไฟค่อยๆ มอด แล้วแสงสว่างก็วูบดับ เหลือแต่เถ้าให้แมวขี้!เขมร-ก็เป็นเช่นนี้ กำลังเป็นขี้ไต้ที่ไฟลุกหัว จากหัวกินตัวใกล้มอดไหม้ถึงโคนแล้วก็จะไม่เหลืออะไรนอกจากตำนานโจรเนรคุณชาติไปสวามิภักดิ์ญวน “คนนอกชาติ” แล้วชวนญวนมาฆ่าพี่น้องเขมรด้วยกันจากนั้น ก็สถาปนาตัวเอง “เป็นคนกู้ชาติ”!เนรคุณชาติตัวเองแล้ว ก็เนรคุณไทย ที่เป็นใบบุญให้เขมรอยู่กินอาศัย ยามบ้านแตก-สาแหรกขาด พลัดพรากเข้ามาขอที่ซุกหัวคนไร้ธรรม-คนเนรคุณชาติ-คนเนรคุณผู้มีพระคุณ อยู่กับใคร ก็หักหลังคนนั้นคนผู้นั้น….จะเป็นดั่งเมล็ดพันธุ์ที่ถูกตอนแล้ว!จะไม่งอก บางพันธุ์ก็งอก แต่จะเป็นไม้บ้าใบ ไม่มีดอก-ไม่มีผล เป็นต้นไม้สำหรับให้หมายืนเยี่ยว“พนมเปญ” นอกจากตกอยู่ในวงล้อมแห่ง “ไฟเผาเมือง” แล้วกำลังถูก “สลัดออก” นอกวงสัมพันธ์ “ลาว-เวียดนาม” ในทางการค้าถ้าเป็นเช่นนี้ไปอีกซักระยะ เขมรทั้งประเทศ “ตายโหง-ตายกระเทียม” แน่นอนอ่านที่ “คัดข่าว” เขาประมวลเรื่องปัญหาสินค้าชายแดนนี่ดู………………………………………..“คัดข่าว”ปัญหาของกัมพูชา ไม่ใช่ปัญหาของลาวลาวกำลัง “อึดอัด” อย่างหนัก เพราะถูกดึงเข้าไปเป็น “ทางผ่าน” ของสินค้ากัมพูชาหลังไทยปิดด่านชายแดนหลักกับกัมพูชา (กลางปี 2568 เป็นต้นมา) สินค้าเกษตรหลักของกัมพูชาเช่น มันสำปะหลัง ข้าว ข้าวโพดแดง และสินค้าอื่นๆ ที่เคยส่งออกทางไทยเป็นหลักถูกตัดช่องทางหลักไปทันที ทำให้กัมพูชาต้องหาทางอ้อม “ผ่านลาว” เพื่อส่งต่อไปยัง “ไทย” และ “เวียดนาม”กลไกลูกโซ่ที่เกิดขึ้นจริง-สินค้ากัมพูชา (โดยเฉพาะมันสำปะหลังและข้าว) ถูก “เปลี่ยนฉลาก” หรือ “นุ่งซิ่นลาว” เพื่อให้ดูเหมือนสินค้าลาวแล้วส่งต่อไปยังไทย-น้ำมันไทยที่ส่งไปขายในลาว บางส่วนถูกนำไปส่งต่อข้ามไปกัมพูชา-เมื่อสินค้าเหล่านี้ทะลักเข้าไทยและเวียดนามผ่านลาว ทั้งสองประเทศเริ่มจับได้และออกมาตรการจำกัด-ไทยเข้มงวดการตรวจสอบที่ด่านทางบกกับลาว โดยเฉพาะสินค้าที่อาจเป็น “สินค้ากัมพูชาปลอมแปลง” -เวียดนามไม่รับสินค้าที่ผ่านลาวจากกัมพูชา (บางด่านปิดรับชั่วคราวหรือเพิ่มการตรวจเข้ม) เพื่อปกป้องเกษตรกรเวียดนามเองลาวถูกบีบจากทั้งสองฝั่งตอนนี้ลาวอยู่ในตำแหน่งที่ “อึดอัดที่สุด” เพราะ-หากปล่อยให้สินค้ากัมพูชาผ่านลาวต่อไปไทยและเวียดนามจะจำกัดการนำเข้าสินค้าจากลาวมากขึ้น (รวมทั้งสินค้าลาวแท้ๆ)ทำให้ลาวเองเสียตลาดและขาดแคลนสินค้าบางอย่าง-หากลาวเข้มงวดหรือปิดกั้นสินค้ากัมพูชา ก็จะถูกกัมพูชากดดันทางการทูตและการค้าด้วย (ลาวกับกัมพูชามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดในระดับรัฐบาลคอมมิวนิสต์)ข่าวและข้อมูลจากแหล่งต่างๆ (ทั้งในลาว กัมพูชา และไทย) เริ่มชี้ชัดว่า-ลาวกำลังเพิ่มการตรวจสอบเข้มงวดที่ด่านชายแดนกับกัมพูชา ทั้งการนำเข้าและส่งออก-มีรายงานว่า ลาวเริ่ม “จำกัด” สินค้าบางประเภทจากกัมพูชาที่จะผ่านไปยังไทยและเวียดนามเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกทั้งสองฝั่งลงโทษ-ผลกระทบระยะสั้นคือ ลาวอาจขาดแคลนสินค้าบางอย่างที่เคยได้จากไทย (เพราะไทยจำกัดส่งออกไปลาวมากขึ้น หากสงสัยว่าจะถูกส่งต่อไปกัมพูชา)สรุปตรงๆไม่มีประเทศใดอยากถูก “จำกัดสิทธิ์” จากเพื่อนบ้านทั้งสองข้าง แต่ตอนนี้ ลาวกำลังตกอยู่ในสถานะนั้นเพราะถูกดึงเข้าไปเป็น “ทางผ่าน” ของสินค้ากัมพูชา ทำให้ไทยและเวียดนามต้องเข้มงวดกับสินค้าจากลาวมากขึ้นลาวจึงต้องเลือกข้างและดูเหมือนกำลังหันไป “เข้มงวดกับกัมพูชา” เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับไทยและเวียดนามไว้ก่อนนี่คือผลพวงของการปิดด่านที่ยังไม่จบแค่ไทย-กัมพูชา แต่กำลังลุกลามกลายเป็น “ลูกโซ่จำกัดการค้า” ที่ลาวกลายเป็นฝ่ายที่ต้องอึดอัดที่สุดในตอนนี้24 กุมภาพันธ์ 2569 : คัดข่าว / หาดใหญ่ที่มา : Bangkok Post, Thai PBS, Vientiane Times,Lao PDR Ministry of Industry and Commerce, Vietnam News Agency, Tuoi Tre, Nikkei Asia The Diplomat-โพสต์และคลิปจากโซเชียลในลาวและกัมพูชา (X, Facebook) – กระแสจากผู้ค้าและเกษตรกรจริง……………………………………….เอาละครับ….กรมอุตุฯ ประกาศเข้าเขตหน้าร้อนแล้ว ผมก็จะขอลาพักร้อนซัก ๒-๓ วัน แล้วจะกลับมาวัน “มาฆบูชา” อังคารที่ ๓ มีนา.และวันนั้น จะเกิด “จันทรุปราคา” ชนิดเต็มดวง ตั้งแต่ ๑๘.๒๓-๑๙.๐๒ น.“สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ” บอกว่า ดวงจันทร์จะเริ่มเข้าสู่เงามัวของโลกเวลา ๑๕.๔๔ น. และเคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลกเกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา ๑๖.๕๐ น. จนกระทั่งเข้าสู่ช่วง "จันทรุปราคาเต็มดวง" เวลา ๑๘.๐๔-๑๙.๐๒ น.จากนั้น เริ่มเห็นดวงจันทร์เว้าแหว่งบางส่วน และค่อยๆ ออกจากเงามืดของโลกและสิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน เวลา ๒๐.๑๗ น. พ้นจากเงามัวของโลก จนสิ้นสุดปรากฏการณ์ เวลา ๒๑.๒๓ น.…………………………จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอตำแหน่งขอแหวนทองแดง ผูกมือน้องข้าขอช้างขอม้า ให้น้องข้าขี่ขอเก้าอี้รัฐมนตรี ให้น้องข้านั่งขอเตียงตั่ง ให้น้องข้านอนขอละคร ให้น้องข้าดูขอนายหนู เลี้ยงน้องข้าเถิดขอยายเกิด เลี้ยงตัวข้าเองจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าใครขอข้าวขอแกงท้องแห้งหนอร้องจนเสียงแห้งแหบถึงแสบคอจันทร์จะขอให้เราก็เปล่าดายยืมจมูกท่านหายใจเห็นไม่คล่องจงหาช่องเลี้ยงตนเร่งขวนขวายแม้นเป็นคนคิดคดทรยศนายไปมัวหมายจันทร์เจ้าอดข้าวเอย.……………………-เปลว สีเงิน๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙คนปลายซอย


Posted

in

by

Tags: