เปิดประวัติ “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” ว่าที่ผู้นำหญิงคนแรกของญี่ปุ่น

ทำความรู้จักและเข้าใจวิสัยทัศน์ของ นางซานาเอะ ทาคาอิจิ ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ว่า นางซานาเอะ ทาคาอิจิ เกิดเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2504 ที่เมืองนารา ปัจจุบันมีอายุ 64 ปี สำเร็จการศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยโกเบเธอได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อปี 2536 ด้วยการลงสมัครในนามอิสระ ก่อนย้ายมาสังกัดพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) เธอเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง ในคณะรัฐมนตรีสมัยนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ ซึ่งรวมถึงตำแหน่ง รมว.กิจการภายในและการสื่อสาร ในสมัยรัฐบาลอาเบะ และรัฐมนตรีกำกับดูแลด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ในสมัยรัฐบาลคิชิดะขณะเดียวกัน ทาคาอิจิมีบทบาทอย่างมากภายในพรรคแอลดีพี โดยเคยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการนโยบายของพรรค และเป็นที่รู้จักดีจากทุกฝ่าย ว่าเป็นผู้มีจุดยืนทางการเมืองแบบอนุรักษนิยมและชาตินิยมก่อนคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแอลดีพี ในวันที่ 4 ต.ค. 2568 ทาคาอิจิเคยลงชิงชัยมาแล้วสองครั้ง เมื่อปี 2564 และ 2567 ซึ่งทำให้เธอได้รับการจับตามาตลอดในสังคมญี่ปุ่น ว่ามีศักยภาพเพียงพอ ที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำหญิงคนแรกของประเทศทั้งนี้ ทาคาอิจิกล่าวว่า มีนางมาร์กาเรต แธตเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร เป็นบุคคลต้นแบบสำหรับแนวคิดและนโยบายทางการเมืองที่สำคัญของ ทาคาอิจิ สะท้อนความเป็นอนุรักษนิยมที่แข็งกร้าว และได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากปีกขวาของพรรคแอลดีพี ซึ่งเป็นกลุ่มที่สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะในด้านเศรษฐกิจ เธอมุ่งเน้นกลยุทธ์ "ซานาเอะโนมิกส์" ที่เน้นการเติบโตอย่างแข็งขัน ผ่านการใช้จ่ายของรัฐบาลอย่าง "ชาญฉลาด" และ "เชิงรุก" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนในเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ขนาดเศรษฐกิจของญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในสิบปี และการจำกัดการลงทุนจากต่างชาติในกิจการที่มีความอ่อนไหวในด้านความมั่นคงและกลาโหม ทาคาอิจิเป็นผู้มีแนวคิดสายเหยี่ยว ด้านความมั่นคง เธอเรียกร้องให้เพิ่มศักยภาพด้านกลาโหม อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 9 เพื่อให้รับรองการมีอยู่ของกองกำลังป้องกันตนเองอย่างชัดเจนในด้านนโยบายสังคม เธอมีจุดยืนแบบอนุรักษนิยม โดยเฉพาะการต่อต้านกฎหมายที่อนุญาตให้คู่สมรสใช้คนละนามสกุล และไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายสืบราชสันตติวงศ์ เพื่อให้สมาชิกราชวงศ์ซึ่งเป็นสตรีขึ้นครองบัลลังก์ได้ในด้านต่างประเทศ ทาคาอิจิเน้นนโยบายต่างประเทศแบบ "ญี่ปุ่นต้องมาก่อน" โดยมองว่าญี่ปุ่นควรดำเนินการเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างพันธมิตรกับสหรัฐ และร่วมมือกับนานาประเทศในภูมิภาค เพื่อถ่วงดุลอำนาจกับจีน.เครดิตภาพ : AFP


Posted

in

by

Tags: