หลังผ่านการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 2567 เสร็จสิ้นไปแล้วราว 10 เดือน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้สมัคร สว. หลายราย จนนำไปสู่การสืบสวนสอบสวนการโกงเลือก สว. นี้ ซึ่งต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติในวันที่ 18 มีนาคม 2567 แต่งตั้งพนักงานของสำนักงาน กกต. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอเป็นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 (คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26)ตั้งแต่นั้น คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 จึงเริ่มสอบสวนและไต่สวนปากคำของพยานและหลักฐานต่างๆ ทั้งหมดในคดีโกงเลือก สว. เช่น การจัดทำโพย การโอนเงินค่าตอบแทน บันทึกข้อมูลโทรศัพท์ เป็นต้นโดยสรุป คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 เห็นว่าการวางแผนหาคนลงสมัคร การจัดทำโพย ซึ่งพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและเครือข่าย เป็นเหตุให้การเลือก สว. เมื่อปี 2567 ไม่เป็นไปโดยสุจริตและโปร่งใส ส่งผลให้ผู้สมัครขาดความเป็นอิสระ ขัดต่อการลงคะแนนอย่างเสรีและเป็นความลับ ขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (พ.ร.ป.สว.ฯ) และรัฐธรรมนูญ ทั้งยังขัดต่อหลักการพื้นฐานในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขทั้งนี้ จากเรื่องทั้งหมด คณะทำงานชุดต่างๆ มีความเห็นดังนี้“คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 (คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26)” มีข้อสรุปสำคัญเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ให้สั่งฟ้อง 229 คน ซึ่งมีทั้ง สว. ผู้เกี่ยวข้อง และ “รวมถึง” กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย“ความเห็นเลขาธิการกกต.” โดย ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการกกต. ปฏิบัติหน้าที่แทนแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ลงนามในเอกสารสรุปความเห็นของเลขาธิการ ไว้เมื่อ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 เห็นควรให้กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ สว. อย่างน้อย 136 คน ฐานแนะนำตัวผิดหลักเกณฑ์ และให้ดำเนินคดีต่อ สส. และเครือข่ายของพรรคภูมิใจไทยจำนวนหนึ่ง แต่ไม่รวมกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย“คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 (คณะอนุฯ โต้แย้งที่ 36)” มีความเห็นไม่สั่งฟ้องใครเลยทั้งนี้ ตามรายละเอียดข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏ ทำให้คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26มีความเห็นให้สั่งฟ้องคณะกรรมการบริหารและเครือข่ายพรรคภูมิใจไทยจำนวน 22 คน โดยมีข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ ดังนี้จากวางแผน สู่ขั้นปฏิบัติหาผู้สมัครสีน้ำเงินเข้าระบบโพยข้อเท็จจริงตามการไต่สวนพยานหลักฐานของคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 ระบุถึงพยานคนหนึ่งที่ให้ข้อมูลว่า ภายหลังจากที่ กกต. ประกาศระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. คณะกรรมการบริการพรรคภูมิใจไทยได้จัดประชุมวางแผนศึกษาระบบวิธีการเลือกก่อนจะทำระบบวิธีได้มาซึ่งตำแหน่ง สว. พยาน ระบุว่าเครือข่ายภูมิใจไทยที่เริ่มวางแผนปฏิบัติการ ได้แก่ภราดร ปริศนานันทกุลกรวีร์ ปริศนานันทกุลสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติธนยศ ทิมสุวรรณเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์แนน บุณย์ธิดา สมชัยวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์รายชื่อทั้ง 7 คนนี้เป็นคนรุ่นใหม่ในกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย พยานให้การในคดีว่า ภราดร ปริศนานันทกุล และ ธนยศ ทิมสุวรรณ ร่วมกันเป็นหัวหน้าวางแผนระบบปฏิบัติการ ซึ่งต่อมามีการนำเสนอแผนเลือก สว. ที่ห้องประชุมอำนวยการของพรรค ที่ชั้น 3 ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย โดยมี เนวิน ชิดชอบ และ สส. พรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมประชุมด้วย มีผู้บรรยายหลักคือ ภราดร ปริศนานันทกุล และไชยชนก ชิดชอบใช้ สส. สีน้ำเงินเป็นดีลเลอร์จัดหาผู้สมัครข้อมูลจากสำนวนคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 ระบุถึงปากคำของพยานที่ระบุว่า ในการประชุมดังกล่าวที่สำนักงานภูมิใจไทย มีเนื้อหาที่ระบุให้ สส. ของพรรคเป็นผู้ปฏิบัติการในการเตรียมจัดหาผู้สมัคร สว. ตั้งแต่ระดับอำเภอให้ครบทุกกลุ่ม และมีโปรแกรมไว้คำนวณคะแนนซึ่งออกแบบรับประกันให้ผู้สมัคร สว. ตัวจริงได้รับ 60 คะแนนสำหรับค่าใช้จ่าย ขั้นตอนเหล่านี้จะมีการให้เงินสดเป็นค่าดำเนินการ แต่ละจังหวัดอาจได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละจังหวัด ซึ่งวางแผนว่าจะมีค่าตอบแทนระดับอำเภอให้ผู้สมัครแต่ละคน ตั้งแต่ 10,000 – 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการหาผู้สมัคร ส่วนในระดับจังหวัด 50,000 บาท และในระดับประเทศ 200,000 บาทส่วนการวางระบบสำหรับการจัดหาผู้สมัคร หากในระดับประเทศจัดหาผู้สมัครได้ 20 คน จะได้โควตา สว. 1 คน โดยนำหมายเลขของผู้สมัครที่คาดหมายว่าจะได้เป็น สว. ตัวจริงมากำหนดไว้ในโพย ซึ่งมีขั้นตอนคือจะต้องส่งรายชื่อผู้สมัครให้ รัตนา บ่อถ้ำ ผู้ถูกกล่าวหาลำดับที่ 223 และเป็นผู้ช่วย สส. ชลัฐ รัชกิจประการ แล้ว รัตนา บ่อถ้ำ จะส่งต่อให้ สุขสมรวย วันทนียกุล สส. อำนาจเจริญ เขต 1 และ สุขสมรวยจะส่งต่ออีกทอดหนึ่งให้ ภราดร ปริศนานันทกุลพยานรายหนึ่งระบุว่า ในวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ตนได้ติดต่อพูดคุยกับ เนวิน ชิดชอบ ผ่านทางโทรศัพท์ เพื่อขอให้เนวินช่วยเหลือให้ตนได้รับเลือกเป็น สว. เนวินตอบกลับต่อพยานยืนยันว่า จะต้องมีผู้สมัคร สว. จำนวน 20 คนเท่านั้น ถึงจะได้โควต้า สว. 1 คนวางแผนล็อค สว. 120 ตำแหน่งพยานให้ข้อมูลว่าในขั้นตอนล็อคผลโหวตเพื่อการันตีคะแนนให้ได้รับเลือกเป็น สว. ทุกทีมที่จัดหาผู้สมัครจะต้องส่งใบลาออกล่วงหน้าไว้ให้ รัตนา บ่อถ้ำ จากนั้น ระบบโพยจะล็อคผลคะแนนไว้ที่ 60 คะแนน เพื่อคาดหมายให้ได้ สว. ในเครือข่ายสีน้ำเงินราว 110 – 120 คนสำหรับการอำนวยความสะดวกคนในเครือข่าย จะมีผู้สมัครคนหนึ่งทำหน้าที่ดูแลค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าอาหาร โดยจะจัดให้ผู้สมัครในเครือข่ายเข้าพักที่โรงแรมที่อยู่ในระยะ 30 – 100 กิโลเมตรจากอิมแพค ฟอรัม เมืองทองธานี พยานระบุว่าผู้สมัครในเครือข่ายของพรรคภูมิใจไทยเข้าสู่ระดับประเทศได้ราว 60 – 70% ของผู้สมัครทั้งหมด ทำให้มีค่าใช้จ่ายราว 500 – 600 ล้านบาท“ครูใหญ่” เคาะเลือกประธาน สว. ที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์พยานเล่าว่า หลังการเลือกระดับประเทศเสร็จสิ้น เครือข่ายนัดหมายให้ว่าที่ สว. ไปประชุมกันที่โรงแรมคิงพาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อรับนโยบายจาก เนวิน ชิดชอบ ผู้มีอิทธิพลต่อพรรคภูมิใจไทย และเนวินก็ได้เลือกว่าที่สว. คนใดในเครือข่ายสีน้ำเงินจะได้เป็นประธานหรือรองประธานวุฒิสภา โดยมีผู้ประสานงานหลักคือ ทองเจือ ชาติกิจเจริญจากการสืบค้นพบว่า ทองเจือ ชาติกิจเจริญ เป็นอดีตผู้สื่อข่าว และเป็นคนสนิทของเนวิน ชิดชอบ เขาเคยถือหุ้นและเป็นกรรมการบริษัทในเครือของเนวิน ชิดชอบ และอนุทิน ชาญวีรกูล ทองเจือเคยเป็นที่ปรึกษาอนุทินเมื่อสมัยที่คุมกระทรวงสาธารณะสุข ชื่อของทองเจือปรากฎในสื่อปี 2569 อีกครั้ง เมื่อเขามีส่วนพัวพันกับการโกงสอบท้องถิ่นเห็นควรสั่งฟ้อง กบห.และเครือข่ายภูมิใจไทย 22 คนคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 เห็นว่า จากปากคำของพยานหลายคนและพฤติการณ์ทั้งปวง ต่างมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ จึงเชื่อได้ว่า พยานให้การสอดคล้องตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฎในสำนวน ยิ่งกว่านั้น เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริง คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและองคาพยพก็ปฏิบัติตามแผนที่คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยวางไว้คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 ทำความเห็นเอาไว้ว่า บุคคลซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคภูมิใจไทย และ สส. พรรคภูมิใจไทยรวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่สังกัดพรรคภูมิใจไทยได้ร่วมกันวางแผนดำเนินการที่มีลักษณะปกปิดเป็นความลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น อำพราง ทั้งรูปแบบและวิธีการ มีการแบ่งหน้าที่เป็นเครือข่ายในวงกว้างทั่วประเทศและทำอย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้ สว. ตามแผนที่วางไว้ และยังอาศัยตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ ช่วยเหลือ หรือเกื้อหนุนให้บรรลุตามแผนดังกล่าวคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 เห็นว่าการกระทำดังกล่าวได้เป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทั้งยังขัดต่อหลักการพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการสมยอมของผู้สมัคร สว. ให้มีหมายเลขของตนอยู่ในโพยทำให้ขาดความเป็นอิสระในการลงคะแนน และทำให้การเลือกไม่เป็นความลับซึ่งขัดต่อหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งที่จะต้องเป็นไปโดยรับและโดยเสรีข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในการเลือก สว. ระดับประเทศเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ผู้มีสิทธิ์เลือก สว. ระดับประเทศได้นำโพยที่มีหมายเลขประจำตัวผู้สมัครที่ถูกจัดทำไว้ล่วงหน้าไปใช้ในการลงคะแนน เป็นเหตุให้ผู้สมัครที่มีหมายเลขอยู่ตามโพยได้รับคะแนนตามที่พรรคภูมิใจไทยได้วางแผนไว้ จึงเป็นที่น่าเชื่อถือว่า ผู้ต้องหาลำดับที่ 1 ถึง 140 ได้รับรู้หรือรู้เห็นเป็นใจหรือยินยอมกับแผนการดังกล่าวมาตลอดคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 เห็นว่า วุฒิสภาเป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศที่รัฐธรรมนูญให้ถือเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยซึ่งไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใดๆ และต้องไม่ฝักใฝ่หรือยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใดๆ ซึ่งต้องทำหน้าที่ในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายบริหารและองค์กรฝ่ายตุลาการ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการแบ่งแยกอำนาจของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยทำโพยเป็นขบวนการส่อทำลายเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญการที่คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและองคาพยพวางแผนดังกล่าว ย่อมเท่ากับเป็นการขัดหรือแย้งต่อหลักการพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รัฐธรรมนูญ 2560 มีเจตนารมณ์ให้การเลือก สว. เป็นไปตามหลักการเลือกตั้งโดยเสรีและเป็นความลับโดยผู้มีสิทธิ์เลือกสว. ระดับประเทศทุกคนย่อมใช้สิทธิ์โดยปราศจากการบังคับ หรือการกดดันทางจิตใจ หรือการใช้อิทธิพลใดๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจ ไม่ว่าอิทธิพลเหล่านี้จะมาจากฝ่ายใด อีกทั้งระหว่างการเลือกและภายหลังการเลือก ต้องไม่ให้มีการควบคุมทิศทางการลงคะแนน ไม่ว่าจะเป็นโดยการกระทำในรูปแบบใด โดยต้องให้ผู้มีสิทธิ์เลือกสว. ระดับประเทศตัดสินใจลงคะแนนได้อย่างเสรีจากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและองคาพยพ คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 จึงเห็นว่าคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและองคาพยพทั้ง 22 คน ได้กระทำการโดยวิธีใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือให้ผู้สมัคร หรือผู้ได้รับเลือกเป็น สว. หรือทำให้ผู้สมัครผู้ใดไม่ได้รับเลือก เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 76 วรรคหนึ่งตาม พ.ร.ป.สวฯ ผู้ต้องหาทั้ง 22 คน มีดังนี้อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้ถูกร้องที่ 187 อดีตรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยภราดร ปริศนานันทกุล ผู้ถูกร้องที่ 205 สส.จังหวัดอ่างทอง เขต 1 และ อดีตรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ผู้ถูกร้องที่ 188 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ถูกร้องที่ 189 รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยไชยชนก ชิดชอบ ผู้ถูกร้องที่ 190 อดีต สส. จังหวัดบุรีรัมย์ เขต 2 พรรคภูมิใจไทย และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ผู้ถูกร้องที่ 191 สส.จังหวัดอุทัยธานี เขต 1 และรองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยพิมพฤดา ตันจรารักษ์ ผู้ถูกร้องที่ 192 สส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 3 และรองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ ผู้ถูกร้องที่ 193 สส.จังหวัดพิจิตร เขต 1 และรองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยไตรศุลี ไตรสรณกุล ผู้ถูกร้องที่ 194 นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทยศุภมาส อิศรภักดี ผู้ถูกร้องที่ 195 อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และเหรัญญิกพรรคภูมิใจไทยฃกรวีร์ ปริศนานันทกุล ผู้ถูกร้องที่ 196 สส.จังหวัดอ่างทอง เขต 2 และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ผู้ถูกร้องที่ 197 สส.จังหวัดสตูล เขต 2 และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยชลัฐ รัชกิจประการ ผู้ถูกร้องที่ 198 สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยธนยศ ทิมสุวรรณ ผู้ถูกร้องที่ 199 สส.จังหวัดเลย เขต 3 และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยจักรกฤษณ์ ทองศรี ผู้ถูกร้องที่ 200 สส.จังหวัดบุรีรัมย์ เขต 10 และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยกิตติ กิตติธรกุล ผู้ถูกร้องที่ 201 สส.จังหวัดกระบี่ เขต 1 และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยนภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ถูกร้องที่ 202 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์พิชัย ชมภูพล ผู้ถูกร้องที่ 203 สส.จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต 6 พรรคภูมิใจไทยสุขสมรวย วันทนียกุล ผู้ถูกร้องที่ 204 สส.จังหวัดอำนาจเจริญ เขต 1แนน บุณย์ธิดา สมชัย ผู้ถูกร้องที่ 206 สส.จังหวัดอุบลราชธานี เขต 8สมเจตน์ ลิมปะพันธ์ ผู้ถูกร้องที่ 208 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง สส.จังหวัดสุโขทัย เขต 4 พรรคภูมิใจไทยเนวิน ชิดชอบ ผู้ถูกร้องที่ 228 สมาชิกพรรคภูมิใจไทย
เปิดเหตุผลที่ คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 สั่งฟ้อง กบห.ภูมิใจไทยและพวก รวม 22 คนฐานจัดหาผู้สมัคร สว. ฮั้วทำโพย ส่อครอบงำวุฒิสภา
by
Tags: