การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ปี 2568 คือ บทเรียนสำคัญ ทำให้“กองทัพไทย”รู้ว่า เมื่อถึงเวลาคับขัน ใครก็ช่วยอะไรเราไม่ได้ ถ้าเราไม่ช่วยตัวเอง ดังนั้น การยืนด้วยขาตัวเองคือ ความมั่นคงอย่างแท้จริงของประเทศไทย ที่แม้แต่เงินตราก็หาซื้อไม่ได้ นอกจากการสร้างขึ้นมาด้วยมือของเราเองจึงเป็นที่มาของการจัด "นิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569” หรือ THAILAND Defence Industry Exhibition 2026 : THAIDEF-EX 2026 โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมโดยระดมผู้ประกอบการ และเครือข่ายอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วม สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือและความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยสู่อนาคตการจัดงาน THAIDEF-EX 2026 ถือเป็นการจัดนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “Power of Self Reliance : พลังแห่งการพึ่งพาตนเอง” สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงกลาโหมที่มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศควบคู่ กับการพัฒนาเศรษฐกิจ ผ่านการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมภายในประเทศ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศและก้าวสู่การพึ่งพาตนเองอย่างเป็นรูปธรรมการจัดงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีในการจัดแสดงศักยภาพด้านความมั่นคงของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทย นักวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยี ได้นำองค์ความรู้และนวัตกรรมมาต่อยอดสู่การผลิตและการใช้งานจริง อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ การส่งเสริมการจ้างงาน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีสากลโฟกัสกันที่บูธ “โรงงานวัตถุระเบิดทหาร” (รวท.อท.ศอพท.) กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (ศอพท.) กระทรวงกลาโหม โดยมีภารกิจหลักในการผลิต วิจัย และพัฒนาวัตถุระเบิด รวมถึงกระสุน และดินส่งกระสุน เพื่อสนับสนุนกิจการความมั่นคงของ กองทัพไทยโรงงานวัตถุระเบิดทหาร ผลิตกระสุนส่งให้ กองบัญชาการกองทัพไทย เหล่าทัพ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานราชการอื่น กำลังการผลิต 4 ล้านนัดต่อปี สำหรับการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาปี 68 จำนวน 2 รอบ ได้ส่งกระสุนให้กองทัพบกจนหมดโรงงานท่ามกลางความขัดแย้ง โลกกําลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง การค้าและการลงทุนไม่ราบรื่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เกิดข้อจำกัดการผลิตและการเข้าถึงวัตถุดิบสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงเปราะบางส่งผลให้ออเดอร์ยอดสั่งดินปืนจากบริษัทเอกชนมีเป็นจำนวนมาก ส่วนกระสุนครบนัด ออร์เดอร์จากเหล่าทัพพุ่งทะยานเป็น 4 เท่าของปีที่แล้ว เกือบเต็มกำลังการผลิตปัจจุบันโรงงานวัตถุระเบิดทหาร นำเข้าวัตถุดิบ 3 ชนิด มาผลิตดินกระสุน และกระสุนครบนัด ประกอบด้วย ไนโตรเซลลูเลส ที่ได้มาจากใยฝ้าย ปลอกกระสุนทำมาจากทองแดง และไพรเมอร์ (Primer) หรือ“จอกชนวนท้ายกระสุน” ชิ้นส่วนสำคัญขนาดเล็กที่อยู่บริเวณท้ายปลอกกระสุน ทำหน้าที่จุดระเบิดดินปืนพล.ต.จีรนาท เทพวัลย์ ผู้อำนวยการโรงงานวัตถุระเบิดทหารฯ อธิบายว่า ผลิตภัณฑ์ของโรงงานวัตถุระเบิดทหาร ประกอบด้วยกัน 2 ชนิด คือดินส่งกระสุน และกระสุนครบนัด ในส่วนของดินส่งกระสุน แบ่งเป็นดินฐานเดี่ยว (Single Base) มีไนโตรเซลลูโลสเป็นหลัก เผาไหม้ช้า เหมาะกับปืนเล็ก ปืนยาว ปืนลูกซองดินฐานคู่ (Double Base) ผสมไนโตรเซลลูโลสกับไนโตรกลีเซอรีน เผาไหม้เร็ว และให้พลังงานสูงกว่า เหมาะกับปืนลำกล้องสั้น หรือ ปืนเล็กเป็นหลักโดยปัจจุบันเราสามารถวิจัยฝ้ายในประเทศไทย เพื่อทําการผลิตดินกระสุนภายในประเทศไทยเองได้แล้ว อยู่ระหว่างการวิจัยในเบื้องต้น กำลังจะเอาเข้าการวิจัยขั้นตอน Pilot Scale หรือโรงงานต้นแบบ เป็นสะพานเชื่อมระหว่างห้องปฏิบัติการ (Lab Scale) กับการผลิตเชิงพาณิชย์ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ ความเสถียร และลดข้อผิดพลาดก่อนลงทุนสร้างโรงงานเต็มรูปแบบ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ปี2571“นับเป็นคุณประโยชน์ในด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่างมาก ขณะที่เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่ม ซึ่งแต่ละปี โรงงานต้องการไนโตรเซลลูเลส ประมาณ 30 ตัน/ปี ต้องใช้พื้นที่ปลูกฝ้ายประมาณ 3,000 ไร่ จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกฝ้ายส่งให้โรงงานวัตถุระเบิดทหาร ตอบโจทย์ในปัจจุบัน”พล.ต.จีรนาท กล่าวและว่าโรงงานวัตถุระเบิดทหาร ผลิตดินวัตถุระเบิด ดำเนินการครั้งแรกปี 2528 ขณะนั้นจะเป็น Know-how การถ่ายทอดเทคโนโลยีความรู้เชิงขั้นตอน และวิธีปฏิบัติในการทำงานจากประเทศอังกฤษ ล่าสุดปี 2568 เป็น Know-how ของประเทศจีนคือ ดินฐานคู่ และดินฐานกลมพล.ต.จีรนาท เปิดเผยด้วยว่า จะมีการขยายโรงงาน เมื่อส่งเสริมให้เราสามารถช่วยตัวเองได้ เพื่อผลิตไพรเมอร์ ชิ้นส่วนสำคัญขนาดเล็กที่อยู่บริเวณท้ายปลอกกระสุน ทำหน้าที่จุดระเบิดดินปืน เพื่อสร้างแรงขับดันส่งหัวกระสุนพุ่งออกจากลำกล้อง รวมถึงปลอกกระสุนปืน“เป็นสิ่งสําคัญที่จะตอบโจทย์ว่า เราสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง และผลิตได้เองทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ”ลูกค้าของเรามาจากเหล่าทัพ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ และส่วนราชการต่าง ๆ ขณะที่บริษัทเอกชนก็มาซื้อดินปืนจากเรา เนื่องจากโรงงานของเราสามารถผลิตดินกระสุนได้เป็นที่เดียวของอาเซียน ระบบกําลังการผลิตในปัจจุบัน หากเป็นดินฐานเดี่ยว 30 ตัน/ปี ดินเม็ดกลม 50 ตัน/ปี รวมแล้ว 70-80 ตัน/ปีส่วนกระสุนครบนัด เราสามารถผลิต 4 ล้านนัด/ปี ซึ่งปกติ การผลิตและคําสั่งซื้อจะอยู่ที่ประมาณ 20 ตัน/ปี แต่เมื่อเกิดความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน ทําให้การสั่งซื้อเพิ่มปริมาณพุ่งสูงขึ้น ปีนี้มีออร์เดอร์ดินกระสุนจำนวนมากจากบริษัทเอกชน ก็จะนําไปผลิตกระสุน เพื่อนํามาขายต่อให้กับกองทัพ ช่วยเราอีกทางหนึ่ง ส่วนปี 2570 จะเป็นออร์เดอร์กระสุนครบนัดพุ่งสูงสำหรับการจัดงาน THAIDEF-EX 2026 มีขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 ก.ค.2569 ณ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พื้นที่ศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรีภายในงานได้รวบรวมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และผลงานวิจัยที่มีศักยภาพในการพัฒนาสู่การผลิตจริง จากทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน พร้อมกิจกรรมสำคัญ ที่มุ่งสร้างองค์ความรู้ และเครือข่ายความร่วมมือในหลากหลายมิติการสาธิตเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ หรือ Business Matching เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยี ได้พบปะ สร้างเครือข่าย และต่อยอดความร่วมมือไปสู่การพัฒนาและการลงทุนในอนาค
เปิดโรงงานวัตถุระเบิดทหาร ป้อนกระสุนกองทัพรบกัมพูชา
by
Tags: