เจอเรื่องประหลาดครับตรรกะของนักการเมือง บางทีก็หาเหตุผลมาจับยากมาก เพราะมันไม่มีเหตุผลเป็นแค่ความต้องการ ณ ช่วงเวลานั้นๆฉะนั้นวิธีคิดของนักการเมืองหลายๆ คน สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา อยู่ที่ว่าสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในช่วงเวลาใดไปดูโพสต์ของ “เสี่ยอ้วน ภูมิธรรม เวชยชัย” ที่ทะเลาะกับพรรคส้มผ่านโซเชียล“…ยุบสภาทันที ไม่รอ ๔ เดือนคดีเขากระโดงจะจบใน ๑ เดือนฮั้ว สว. ก็จะทำให้จบแต่ 'ส้ม'ไม่ไยดียกให้ 'น้ำเงิน'เป็นรัฐบาลทั้งๆ ที่เตือนแล้วเขากระโดง และ ฮั้ว สว.จะหายไปเราทำแล้วแต่คุณไม่ร่วมทำจะเรียกร้องเราอีกทำไม…"ทั้งส้มทั้งแดง วายป่วงทางความคิดครับ!เอาเงื่อนไขทางการเมืองมาเป็นปัจจัยว่าจะทำหรือไม่ทำอะไรเพื่อผลประโยชน์ของชาติแล้วผลเป็นไงตอนนี้พรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยพรรคเพื่อไทยที่ “ภูมิธรรม” สังกัดโหวตให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ใช่หรือโชคดีครับที่ “ภูมิธรรม” สมัครปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อไทยในลำดับที่ ๑๐๐ ไม่งั้นคงจะร่วมโหวตด้วยแต่สถานะปัจจุบันของ “ภูมิธรรม” ในพรรคเพื่อไทย ใครๆ ก็รู้ครับว่า ไม่ใช่ไก่กาเป็นผู้คุมทิศทางพรรคได้รับมอบฉันทะจากนายใหญ่ให้ช่วยดูแลเด็กๆ ในพรรคแต่เขากระโดงยังอยู่ ฮั้ว สว.ยังไม่หายไปไหนทีนี้ลองมองกลับด้าน ถ้าวันนั้น ส้มเลือกแดง “ชัยเกษม นิติสิริ” เป็นนายกรัฐมนตรี เขากระโดง ฮั้ว สว. จะจบโดยการตัดสินใจของรัฐบาลหรือไม่ถ้าใช่ หาฉิบไม่เจออีกแล้วเพราะถ้าสั่งได้จริงป่านนี้ “อนุทิน” คงเสกให้จบไปหมดแล้วก็คิดกันแบบนี้ไงครับพอได้อำนาจแล้ว เอาไปใช้เปะปะไปหมดในมุมของส้ม ถ้าเอากับแดงในขณะนั้นก็แสดงว่า เห็นด้วยกับการแทรกแซงศาล แทรกแซงองค์กรอิสระแต่ในวันที่ยกมือเลือก “อนุทิน” ส้มก็รู้อยู่แล้วว่ามี เขากระโดง กับฮั้ว สว.อยู่ทำไมถึงเลือกให้เป็นนายกฯ ทั้งๆ ที่รู้ว่า เขากระโดง กับ ฮั้ว สว. เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ เป็นความวิบัติฉิบหายของประเทศชาติหรือที่จริงแล้ว เขากระโดง กับ ฮั้ว สว. แค่เกมการเมืองไปดูท่าทีจากพรรคส้มบ้างตัวตึง “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” กะจะงับ “ภูมิธรรม” ให้จมเขี้ยว เขาโพสต์ข้อความไว้แบบนี้ครับ“…อย่างน้อยผมก็ขอบคุณคุณภูมิธรรมครับ ที่พูดเรื่องนี้ออกมาตรงๆเพราะจากคำพูดของคุณภูมิธรรมเอง แสดงว่าทั้งกรณีเขากระโดง และกรณีฮั้ว สว. เป็นเรื่องที่คุณภูมิธรรม และพรรคเพื่อไทย ก็รับรู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงต่อบ้านเมือง ที่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว จะปล่อยให้ล่าช้าไม่ได้ตามที่คุณภูมิธรรมทักท้วงมา พรรคประชาชน ก็ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนั้น จะถูกหรือผิด ประชาชนย่อมมีสิทธิวิจารณ์ และตัดสินเราเต็มที่ ผมไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบนั้นแต่ความรับผิดชอบต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี กับหน้าที่ในการตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องทุจริต และการบังคับใช้กฎหมาย นั้นเป็นคนละเรื่องกันการทุจริต ต่อให้ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี มันก็ยังเป็นเรื่องทุจริตไม่เปลี่ยนแปลงถ้าพรรคประชาชนตัดสินใจผิด พรรคประชาชนก็ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง ซึ่งทุกวันนี้พวกเราก็พยายามที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงอย่างไร เราก็ไม่เคยย่อท้อ เพราะการทุจริต จะอย่างไรมันก็เป็นการทุจริต อำนาจใดๆ ก็ไม่สามารถฟอกขาว เปลี่ยนผิดให้เป็นถูกได้ในขณะเดียวกัน หากพรรคเพื่อไทยยังคงเห็นว่าทั้งเรื่องเขากระโดง และฮั้ว สว. นั้นเป็นเรื่องร้ายแรงต่อบ้านเมืองนี้สำคัญ เห็นว่าหากปล่อยให้เรื่อง 'หายไป'อาจสร้างความเสียหายต่อประเทศ ตามเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยได้เคยอธิบายกับสังคมเอาไว้ พรรคเพื่อไทย ก็ควรต้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อทั้งสองกรณีนี้ความผิดพลาดของพรรคประชาชน ไม่ควรกลายเป็นเหตุผลให้พรรคเพื่อไทย ละทิ้งหลักการที่ตัวเองเคยยืนยันว่าเป็นเรื่องร้ายแรงต่อบ้านเมืองสำหรับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ผมคิดว่าสังคมไม่ควรมีมาตรฐานว่า 'ถ้าคุณเลือกผม ผมจะจัดการกับปัญหาคอร์รัปชันให้ แต่ถ้าคุณไม่เลือกผม ผมก็จะปล่อยให้การทุจริตคอร์รัปชันดำรงอยู่ต่อไป โดยที่ผมขอไม่ทำอะไรเลย'เหตุผลที่ว่า 'ที่ผมต้องยอมไปรับใช้ผู้ที่กระทำทุจริตคอร์รัปชัน ก็เพราะคุณไม่ให้อำนาจกับผมเอง พอผมไม่มีอำนาจ ผมก็เลยต้องไปรับใช้ผู้ที่กระทำทุจริตคอร์รัปชัน" ก็ไม่ใช่เหตุผลที่สังคมจะยอมรับได้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน นั้นเป็นเรื่องที่ควรต้องถูกตรวจสอบ และปราบปราม ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล ไม่ว่าใครเป็นฝ่ายค้าน ไม่ว่าใครโหวตให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ว่าเมื่อเราอยู่ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา แล้วเราต้องสยบยอมต่อการทุจริตคอร์รัปชันของผู้บังคับบัญชา ทั้งๆ ที่เรารู้อย่างทะลุปรุโปร่งว่าขบวนการในการทุจริตคอร์รัปชันนั้นเป็นอย่างไร เราไม่จำเป็นต้องยอมไปเข้าพวก กับพวกที่เราก็รู้อยู่แก่ใจว่าคนพวกนี้กำลังกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องผมยังเคารพคุณภูมิธรรมเสมอครับ สำหรับพรรคประชาชน พวกเราจะขอรับผิดชอบต่อสิ่งที่พรรคประชาชนได้กระทำลงไปอย่างสุดความสามารถ เราย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราแก้ไขที่อนาคตได้ครับ และทุกวันนี้ก็ยังคงน้อมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เช่นเดิมแต่ในกรณีว่าพรรคเพื่อไทยจะตัดสินใจอย่างไร ผมคงไปก้าวล่วงไม่ได้ แต่ทุกๆ การตัดสินใจไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจของพรรคการเมืองไหน ประชาชนจะเป็นผู้ประเมินครับ…”ครับ…เหมือนจะหล่อ แต่น่ารังเกียจถ้าบอกว่ารู้อยู่แล้วว่า “อนุทิน” โกง แต่ก็เลือกเป็นนายกฯ นี่ไม่ใช่ความผิดธรรมดา ที่จะให้อภัยกันง่ายๆ เพราะเป็นการต่อลมหายใจให้อาชญากรการเมืองที่สูบเลือดเนื้อประชาชนจะอ้างว่าความรับผิดชอบในการเลือก “อนุทิน” ต้องแยกออกจากการตรวจสอบคอร์รัปชัน เพราะเป็นคนละเรื่องกันมันฟังดูทะแม่งๆ ชอบกลเพราะอะไรรู้มั้ยครับ ก็เพราะพรรคส้มไปชี้หน้าด่าเขาว่าโกงแต่ก็ยังไปเลือกเขาถ้ามารู้ว่า “อนุทิน” โกงหลังจากเลือกเป็นนายกฯ ไปแล้วก็ว่าไปอย่างนี่บอกเองว่ารู้ตั้งแต่แรกแล้ววันนี้จะมาแสดงความรับผิดชอบอะไรสรุปชัดๆ ด่า “อนุทิน” โกงเรื่องเขากระโดง เรื่องฮั้วสว. ด่าแล้วก็เลือกเขาเป็นนายกฯ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการชำเรารัฐธรรมนูญพอเลือกตั้งแพ้ ก็เอาเรื่องเขากระโดง ฮั้ว สว.มาด่า “อนุทิน” ต่อถ้าบอกว่านี่คือการตรวจสอบ ในอนาคตคงได้เห็นพรรคส้มเชียร์รัฐบาลเผด็จการเพื่อแลกแก้รัฐธรรมนูญอีกครั้งกระมังครับ…วันนี้ลุ้น กกต.จะโดนกระทืบหรือเปล่า.
เพี้ยน!
by
Tags: