อภิสิทธิ์คัมแบ็ก รอบนี้… เพื่อกู้พรรค หรือเพื่อปิดตำนานปชป.อย่างมีศักดิ์ศรี?การกลับมานั่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รอบนี้ ไม่ได้เกิดในฉากหลังแบบเดิมที่เขาเคยคุ้นไม่ใช่ยุคที่ประชาธิปัตย์ยังเป็น “หนึ่งในพรรคใหญ่ของประเทศ”แต่เป็นยุคที่ในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคได้ เพียง 25 ที่นั่งจาก 500 ที่นั่ง หล่นจากพรรคใหญ่เหลือแค่ “ผู้เล่นเกือบหลุดกระดาน” และเสียทั้งกรุงเทพฯ กับหลายฐานเสียงภาคใต้ที่เคยแน่นอนมือไปให้คนอื่นแต่ในขณะที่ภาพใหญ่ระดับประเทศดูเหมือนพรรค “ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง”ผลสำรวจล่าสุดจาก นิด้าโพล ในหัวข้อ “กระแสการเมืองภาคใต้” กลับส่งสัญญาณอีกแบบหนึ่งออกมา —คือใน “บ้านเก่า” อย่างภาคใต้ ประชาธิปัตย์และอภิสิทธิ์ ยังไม่ตาย แต่ก็ ยังไม่กลับมาครองใจเต็มตัวนี่ทำให้คำถามตั้งต้นของบทความนี้น่าสนใจขึ้นกว่าเดิมมากว่าคัมแบ็กครั้งนี้… เขากลับมาเพื่อ “กู้พรรค” ให้ลุกขึ้นสู้ใหม่หรือจริง ๆ แล้วกลับมาเพื่อ “ปิดตำนาน” พรรคเก่าแก่ให้มันจบอย่างมีศักดิ์ศรีกันแน่?1. พรรคที่เคยเป็น “เสาหลัก” กลายเป็นพรรคที่ต้องลุ้นแค่ “รอดหรือไม่รอด”ย้อนไทม์ไลน์เร็ว ๆ- เลือกตั้งปี 2562 ประชาธิปัตย์แพ้หนัก อภิสิทธิ์ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค- เลือกตั้งปี 2566 พรรคได้เพียง 25 ส.ส. ทั่วประเทศ ตกลงมาเป็นแค่พรรคลำดับรอง ได้เสียงห่างจากพรรคใหญ่ชุดใหม่แบบคนละยุคสมัย- ฐานเสียง “เมืองกรุง–ภาคใต้” ที่เคยแน่น กลายเป็นสนามที่ถูกแย่งโดยทั้งพรรคใหม่และนักการเมืองท้องถิ่นสายอื่นในเชิงโครงสร้าง นี่ไม่ใช่แค่ “พรรคตกยุค”แต่คือสถานะ “battle for survival” — ศึกเอาชีวิตรอดในการเลือกตั้งครั้งหน้าและในจังหวะที่แทบไม่มีใครอยากจับพวงมาลัยพรรค อภิสิทธิ์กลับมาได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคแบบ “ไร้คู่แข่ง” จากความเห็นชอบของที่ประชุมอย่างท่วมท้นเขาเรียกสิ่งนี้ว่า“การกลับมาชดใช้หนี้เก่าที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์”ไม่ใช่การกลับมาในฐานะ “ว่าที่นายกฯ” แต่ในฐานะคนที่ต้องอุ้มพรรคที่ตัวเองเติบโตมาด้วย ให้ข้ามภูเขาลูกสุดท้ายไปให้ได้2. เสียงจากภาคใต้: นิด้าโพลบอกอะไรเราเกี่ยวกับ “มาร์ค–ปชป.” รุ่นรีบูตสิ่งที่น่าสนใจคือ ในวันที่ภาพระดับประเทศของประชาธิปัตย์ดูอ่อนแรงผลโพลล่าสุดกลับบอกว่า ในภาคใต้… เกมมันยัง “ไม่จบ” ง่าย ๆนิด้าโพลสำรวจ “กระแสการเมืองภาคใต้” ช่วงวันที่ 18–24 พฤศจิกายน 2568 จากกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คนใน 14 จังหวัดภาคใต้ พบภาพสำคัญ 2 ชั้น2.1 คนใต้ส่วนใหญ่ “ยังหานายกฯ ที่ใช่ไม่ได้” แต่อภิสิทธิ์มาเป็นอันดับ 1 ในบรรดาชื่อจริงเมื่อถามว่า “วันนี้อยากสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี” คนใต้ตอบว่า- อันดับ 1 – 32.25% : ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้- อันดับ 2 – 25.65% : อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (ประชาธิปัตย์)- อันดับ 3 – 15.40% : อนุทิน ชาญวีรกูล (ภูมิใจไทย)- อันดับ 4 – 12.85% : ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)แปลเป็นภาษาตรง ๆ คือในบรรดา “ชื่อคนจริง ๆ” ที่ถูกเสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯ อภิสิทธิ์ได้คะแนนนำแต่คนที่ชนะทุกคน คือ “ยังไม่รู้จะเลือกใครดี”นี่ไม่ใช่ชัยชนะเต็มใบของอภิสิทธิ์แต่มันคือสัญญาณว่า- ใน “จิตใต้สำนึกทางการเมือง” ของคนใต้ เขายังเป็นชื่อที่มีน้ำหนักที่สุด- แต่ใน “ความรู้สึกต่อการเมืองปัจจุบัน” ผู้คนยังไม่เชื่อใครจริง ๆ เลยสักคน2.2 พรรคประชาธิปัตย์ยังนำในภาคใต้… แต่เฉือน “ยังไม่มีพรรคในใจ” แค่ 0.15%เมื่อถามว่าถ้าต้องเลือกพรรคการเมืองวันนี้ คนใต้จะสนับสนุนพรรคไหน โพลนิด้าพบว่า- อันดับ 1 – 28.60% : พรรคประชาธิปัตย์- อันดับ 2 – 28.45% : ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้- อันดับ 3 – 17.80% : พรรคประชาชน- อันดับ 4 – 11.65% : พรรคภูมิใจไทยตัวเลขตรงนี้แหลมคมมาก เพราะมันบอกพร้อมกันสองอย่างคือ1. ปชป. ยังเป็น “เบอร์หนึ่งในบ้านตัวเอง”- ในภาคใต้ที่เคยเป็น “ขุมทรัพย์ทางการเมือง” ประชาธิปัตย์ยังนำพรรคอื่นแบบมีระยะห่างพอสมควร2. แต่ “เบอร์สอง” ที่ไล่หลังมาติด ๆ ไม่ใช่พรรคคู่แข่ง… แต่คือ “ยังไม่มีพรรคในใจ”- ช่องว่างระหว่าง “เลือก ปชป.” กับ “ยังไม่เลือกใคร” ต่างกันแค่ 0.15 จุดเปอร์เซ็นต์เท่านั้นถ้าพูดแบบภาษาการตลาด คือประชาธิปัตย์ยังเป็น “แบรนด์ท็อปออฟมายด์ของคนใต้”แต่เป็นท็อปออฟมายด์ในตลาดที่ “คนส่วนใหญ่ยังไม่อยากซื้ออะไรเลย”และนี่แหละ คือฉากหลังสำคัญที่ทำให้การคัมแบ็กของอภิสิทธิ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของคนคนเดียว แต่เป็น “เกมวัดใจ” ว่า ปชป. จะใช้กระแสแบบนี้เป็นจุดเริ่มรีบูต หรือเป็นจังหวะลงจากเวทีอย่างสง่างาม3. จากผู้นำมั่นใจ → คนที่ยอมรับว่า “แพ้ยุคสมัย” แล้วจะลองใหม่ในสนามที่กติกาเปลี่ยนก่อนปี 2562 ภาพจำของอภิสิทธิ์คือ- ผู้นำที่มั่นใจในหลักการ- เชื่อว่าถ้าอธิบายเหตุผลดี ๆ คนจะเข้าใจ- ยืนบนจุดยืน “ไม่เล่นประชานิยมจัดหนัก” และ “ไม่ตามโซเชียล”แต่หลังแพ้ซ้ำทั้งในสภาและในสนามเลือกตั้ง โทนของเขาหลังคัมแบ็กเปลี่ยนไปชัดเจนเขาพูดชัดว่า การกลับมาครั้งนี้ “ไม่มีกำไรอะไรส่วนตัว” แต่เป็นภารกิจชดใช้หนี้กับพรรคที่ทำให้เขามาถึงจุดนี้ และย้ำว่าโจทย์สำคัญไม่ใช่แค่จำนวน ส.ส. แต่คือ- การเมืองต้องกลับไปยืนอยู่บน “ความสุจริตและความรับผิดชอบ”- มาตรฐานทางการเมืองต้อง “สูงกว่ากฎหมาย” ไม่ใช่แค่ทำอะไรได้เพราะ “ไม่ผิดกฎหมาย”- พรรคต้องฟังคนจริง ๆ ว่า “ประเทศอยากได้อะไรจากพรรคการเมือง” ไม่ใช่แค่ประกาศว่า “เราคือพรรคแนวไหน” แล้วให้ประชาชนเลือกเชื่อหรือไม่เชื่อเอาเองนี่คือการเปลี่ยนจากผู้นำรุ่นเก่าที่เคยมั่นใจในสูตรของตัวเองสู่ผู้นำที่ยอมรับว่าเกมการเมืองยุค TikTok / ยุคพรรคใหม่ / ยุคคนเบื่อการเมืองมันไม่เหมือนสมัยที่เขาเคยเป็นนายกฯ อีกต่อไป4. รีสตาร์ตพรรค… หรือจัดระเบียบ “มรดกทางการเมือง” ก่อนปิดไฟ?เมื่อเอา “ภาพโพลภาคใต้” มาวางซ้อนกับ “ภาพความตกต่ำระดับประเทศ” เราจะเห็นสองฉากทัศน์ที่เดินคู่กันไปอย่างชัดเจนฉากทัศน์ที่ 1: รีสตาร์ตพรรค – ใช้จุดแข็งในภาคใต้เป็นฐานดีดตัวในโลกของคนทำแบรนด์ ถ้ามีฐานลูกค้าที่ “ยังรักแต่ลังเล” เรามักทำ 3 อย่าง:1. ทำความชัดกับตัวตนใหม่ของแบรนด์- อภิสิทธิ์พยายาม reposition ปชป. ให้เป็น “พรรคการเมืองสุจริต” ที่พร้อมชนกับการเมืองแบบดูด ส.ส. และดีลหลังฉาก- ถ้าทำจริง ไม่ใช่แค่พูด พรรคอาจยืนในโพสิชัน “มโนธรรมทางการเมือง” แทนที่จะพยายามแข่งเรื่องจำนวนที่นั่งอย่างเดียว2. ฟังลูกค้า–ฟังประเทศ ก่อนออกแบบสินค้า/นโยบาย- เวทีลักษณะ “ประเทศไทยต้องการอะไรจากพรรคการเมือง” คือการเอา logic แบบ product–market fit มาใช้กับพรรคการเมือง- ถ้าฟังจริงและกล้าปรับจุดยืนตามสิ่งที่ได้ยิน พรรคอาจได้ narrative ใหม่ที่ไม่ใช่แค่ “พรรคเก่าแก่ฝ่ายอนุรักษ์นิยม” แต่เป็น “พรรคที่กล้าปรับตัวโดยไม่ทิ้งหลักการ”3. ใช้ภาคใต้เป็น sandbox รีบูตแบรนด์- เมื่อโพลบอกว่าคนใต้ยังให้ ปชป. อันดับ 1 ทั้งตัวพรรคและตัวอภิสิทธิ์ แต่เฉือน “ยังไม่ตัดสินใจ” แบบหวุดหวิด- ถ้าพรรคสามารถเปลี่ยนคะแนนนี้ให้กลายเป็น “ความเชื่อมั่นจริง ๆ” ผ่านการทำงานในพื้นที่ การคัดคนลงสมัครแบบใหม่ และการสื่อสารแบบใหม่- ภาคใต้จะกลายเป็นเคสทดลอง “รีบูตปชป.” ก่อนขยายออกมาในระดับประเทศฉากทัศน์ที่ 2: ปิดตำนานอย่างมีศักดิ์ศรี – ถ้ากู้ไม่ขึ้น จะกล้าพับธงไหม?อีกด้านหนึ่ง ถ้าแม้ภาคใต้ซึ่งเป็น “บ้าน” ยังมีตัวเลขที่บอกว่าคนที่ “ยังไม่มีพรรคในใจ” แทบจะเท่ากับคนที่เลือก ปชป.นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า- แบรนด์ประชาธิปัตย์ในสายตาคนรุ่นใหม่ไม่ได้มีความหมายแบบที่เคยมีอีกต่อไป- การเกาะชื่อพรรคเดิม ๆ อาจกลายเป็น “ภาระทางอารมณ์” มากกว่าจะเป็นสินทรัพย์ทางการเมืองคำถามแรง ๆ ที่สื่อส่วนใหญ่มักไม่กล้าถามต่อหน้าก็คือถ้ารีบูตเต็มที่แล้ว ในอีก 1–2 เลือกตั้งยังไม่ฟื้นอภิสิทธิ์จะกล้าพูดไหมว่า“ถึงเวลาไม่ใช่แค่รีแบรนด์… แต่ต้องปิดตำนานปชป. ในแบบที่รักษาศักดิ์ศรีคนทำการเมืองรุ่นก่อนหน้าเอาไว้ให้มากที่สุด”การปิดพรรคเก่าแก่ที่สุดพรรคหนึ่งของประเทศอาจฟังดูเป็น “บาป” ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยแต่ในมุมของสถาปัตยกรรมการเมืองระยะยาว มันอาจเป็นการ “คืนพื้นที่ว่าง” ให้การเมืองรุ่นใหม่ได้เติบโตอย่างไม่ถูกพันธนาการด้วยความทรงจำเก่า ๆในฉากทัศน์นี้ บทบาทของอภิสิทธิ์จึงอาจไม่ใช่ “กัปตันที่พาเรือกลับมาชนะ”แต่คือ “ผู้จัดการมรดกทางการเมือง”ที่ต้องจัดการกับ:- เครือข่ายคน- อุดมการณ์เสรีนิยม–ประชาธิปไตยแบบปชป.- ทุนทางสังคมที่พรรคสร้างมาและส่งต่อไปในรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพรรคใหม่ คนใหม่ หรือแพลตฟอร์มการเมืองแบบใหม่ก็ตาม5. สุดท้ายแล้ว… คำถามไม่ได้อยู่ที่ “อภิสิทธิ์ได้อะไร” แต่อยู่ที่ “ประเทศจะได้อะไรจากคัมแบ็กครั้งนี้”ผลโพลภาคใต้ของนิด้าโพลทำให้เรารู้ 3 อย่างพร้อมกัน1. อภิสิทธิ์ยังไม่หลุดจากเรดาร์ในใจคนใต้2. ประชาธิปัตย์ยังพอมีที่ยืนในบ้านตัวเอง3. แต่ทั้งคนและพรรคต้องยอมรับว่า “ความไว้วางใจเต็มใบ” ยังไม่กลับมาการกลับมาครั้งนี้จึงไม่ควรถูกอ่านแค่ในมุมว่า- อภิสิทธิ์จะได้เป็นนายกฯ อีกไหม- ปชป. จะได้กี่ที่นั่งในสภารอบหน้าแต่ควรถูกถามในมุมใหญ่กว่านั้นว่าเราจะใช้ช่วงเวลา “คัมแบ็กของนักการเมืองรุ่นเก่าในยุคใหม่”เพื่ออัปเกรดมาตรฐานการเมืองไทยได้จริงแค่ไหน?ถ้าอภิสิทธิ์และประชาธิปัตย์กล้าที่จะ- วางมาตรฐานเรื่องความสุจริต และการรับผิดชอบทางการเมืองแบบใหม่- ทดลอง “ออกแบบพรรคด้วยการฟังประเทศ” ไม่ใช่แค่ประกาศอุดมการณ์สวย ๆ- ยอมรับความเป็นไปได้ทั้งสองแบบ: รีบูตสำเร็จ หรือ ปิดตำนานอย่างมีศักดิ์ศรีคัมแบ็กครั้งนี้อาจกลายเป็นมากกว่าแค่การยื้อชีวิตพรรคเก่าแก่มันอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามครั้งใหญ่ต่อสังคมไทยว่าเราพร้อมให้รางวัลกับนักการเมืองที่ “กล้ายอมรับความจริง”มากกว่าคนที่ “พูดเพื่อเอาตัวรอดทุกสถานการณ์” หรือยัง?และคำตอบของคำถามนี้…อาจไม่ได้อยู่ที่นิด้าโพล แต่อยู่ที่คนไทยทั้งประเทศ ว่าจะตัดสินคัมแบ็กของ “มาร์ค–ปชป.” รอบนี้อย่างไรในคูหาเลือกตั้งครั้งหน้า
เพื่อกู้พรรค หรือเพื่อปิดตำนาน ประชาธิปัตย์!! อย่างมีศักดิ์ศรี โพลใต้ชี้ ‘มาร์ค-ปชป.’ ยังไม่ตาย แต่ยังไม่ชนะใจเต็มใบ
by
Tags: