เพื่อนร่วมรบ! ‘โฆษกตร.’ การันตีฝีมือ ‘ทินกร-จรูญเกียรติ’ ครบเครื่องขึ้น ‘ผู้บัญชาการ’

ภาพ:FBไตรรงค์ ผิวพรรณ16 ส.ค.2569-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “เพื่อนร่วมรบ” เนื้อหาระบุว่า ช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ จะมีการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในระดับผู้บัญชาการ หลายสำนักข่าวเริ่มคาดหมายรายชื่อกันแล้ว ผมเห็นชื่อหลายคนแล้วอดนึกถึงวันเวลาที่เคยทำงานร่วมกันไม่ได้ จึงอยากเขียนถึงในฐานะ “เพื่อนร่วมรบ” — คนที่เคยลงสนามสืบสวน สอบสวน และปราบปรามอาชญากรรมด้วยกัน ไม่ได้เขียนเพื่อบอกว่าใครควรได้หรือไม่ได้ตำแหน่ง เพราะเรื่องนั้นมีหลักเกณฑ์และกระบวนการขององค์กรอยู่แล้วแต่อยากเล่าในสิ่งที่ผม เคยเห็นกับตา จากการทำงานด้วยกันพล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ — “รองโอ๋”ผมกับรองโอ๋ผ่านงานด้วยกันมาหลายสนาม ตั้งแต่งานปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ยาเสพติด จนถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในความทรงจำของผม รองโอ๋เป็น “นักสืบที่มีจินตนาการ” เพราะงานสืบสวนไม่ได้ต้องการเพียงคนขยัน แต่ต้องการคนที่มองข้อมูลชุดเดียวกับคนอื่น แล้วเห็นบางอย่างที่คนอื่นยังมองไม่เห็น รองโอ๋เป็นคนแบบนั้นอีกภาพหนึ่งที่ผมจำติดตาคือ “รองโอ๋กับ iPad คู่ใจ” ประชุมเมื่อไร iPad ต้องเปิด ใครรายงานอะไร — พิมพ์ คิดอะไรออก — พิมพ์ ว่างเมื่อไร — พิมพ์สั่งงานต่อ บางครั้งผมยังแซวว่า ไม่รู้คนทำงานเร็วกว่าหรือ iPad ทำงานหนักกว่ากัน แต่เบื้องหลังภาพนั้นคือคนที่ คิดเร็ว ทำเร็ว และตามงานจนจบตอนทำงานปราบปรามยาเสพติด รองโอ๋เป็นกำลังสำคัญในปฏิบัติการ “มันทุกเม็ด” ที่พวกเราทำงานเชิงรุกกับเครือข่ายยาเสพติดอย่างหนัก เมื่อสนามอาชญากรรมย้ายจากถนนเข้าสู่โลกออนไลน์ รองโอ๋ก็ปรับตัวตามอาชญากรรมได้ทัน สิ่งหนึ่งที่ผมชอบในแนวคิดการทำคดีไซเบอร์ของเขาคือ “จับคนร้ายอย่างเดียวไม่พอ ต้องเอาเงินของประชาชนกลับคืนมาด้วย” จึงให้ความสำคัญกับการไล่เส้นทางการเงิน การอายัด และติดตามทรัพย์สินจากขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อให้เงินกลับคืนไปถึงผู้เสียหายคนทำคดีไซเบอร์รู้ดีว่า บางครั้งจับคนร้ายได้แล้ว แต่งานยังไม่จบ เพราะเงินของประชาชนอาจถูกโอนไปแล้วหลายทอด สำหรับตำรวจมันคือ “ทรัพย์สินในคดี” แต่สำหรับผู้เสียหายบางคน มันคือเงินเก็บทั้งชีวิต และมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ผมยังจำได้ดี คดีสำคัญคดีหนึ่งจำเป็นต้องขอหมายจากศาลเพื่อให้การสืบสวนเดินหน้าต่อ รองโอ๋ ไปศาลด้วยตัวเอง คนทำคดีรู้ว่า การไปขอหมายไม่ใช่แค่ถือเอกสารไปให้ศาลลงนาม ผู้ขอต้องพร้อมอธิบายพยานหลักฐาน ตอบข้อซักถาม และรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองเสนอ ก่อนที่ศาลจะใช้ดุลพินิจตามกฎหมาย เรื่องเล็ก ๆ เรื่องนี้ทำให้ผมจำตัวตนของรองโอ๋ได้ดี คิดแล้วกล้าทำ ทำแล้วกล้ารับผิดชอบ ถึงเวลาต้องยืนข้างหน้า ก็ไม่ผลักลูกน้องไปยืนแทนตลอดเวลาที่ร่วมงานกัน ผมจึงเห็นรองโอ๋เป็นนายตำรวจที่พร้อมชนกับอิทธิพลและสิ่งที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง สนามเปลี่ยน คนร้ายเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่าไม่ค่อยเปลี่ยน คือ วิธีคิดแบบนักสืบและความกล้าที่จะลงมือทำสำหรับผู้บังคับบัญชา หากมีภารกิจสำคัญที่ต้องส่งไม้ต่อให้ใครสักคน แล้วสามารถหันหลังเดินออกมาโดยไม่ต้องคอยหันกลับไปมอง รองโอ๋ คือหนึ่งในคนแบบนั้นครับพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว — “พี่เต่า”ผมมีโอกาสร่วมงานกับพี่เต่าในคณะสืบสวนสอบสวนคดีสำคัญคดีหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสิ่งที่ผมเห็นจากการทำงานด้วยกัน ตรงกับภาพที่ประชาชนจำนวนมากรู้จักพี่เต่าในวันนี้ “กล้าทำ กล้าชน และไม่ถามก่อนว่าคนที่อยู่ข้างหน้าใหญ่แค่ไหน” เส้นทางของพี่เต่าผ่านทั้งตำรวจตระเวนชายแดน งานยาเสพติด งานปราบปราม ก่อนเข้าสู่งานปราบปรามการทุจริตและตำรวจสอบสวนกลางหลายปีที่ผ่านมา เราจึงเห็นชื่อพี่เต่าอยู่กับคดีประเภทที่ตำรวจทำงานยากที่สุดอยู่บ่อยครั้ง คือคดีที่ผู้ถูกตรวจสอบอาจมีทั้ง อำนาจ เงิน และเครือข่าย การเป็นตำรวจที่กล้าจับคนร้ายว่ายากแล้ว แต่บางครั้งการเป็นตำรวจที่กล้าตรวจสอบ “คนที่ไม่มีใครอยากแตะ” ยากกว่า ผมจึงไม่ได้จำพี่เต่าจากข่าว หรือจากฉายาที่สื่อมวลชนตั้งให้ ผมจำจากวันที่เคยทำงานอยู่ในสนามเดียวกันว่า ถ้าพี่เต่าเชื่อว่าสิ่งที่อยู่ข้างหน้าไม่ถูกต้อง แกเดินเข้าใส่ครับวันนี้เมื่อเห็นชื่อ “รองโอ๋–พี่เต่า” อยู่ในรายชื่อที่สื่อมวลชนคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการ ผมจึงอดดีใจไม่ได้ ในฐานะคนที่เคยผ่านสนามงานด้วยกันมา ส่วนใครจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด เป็นเรื่องของหลักเกณฑ์ อำนาจหน้าที่ และกระบวนการพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมไม่ขอก้าวล่วงแต่ในฐานะ “เพื่อนร่วมรบ” ผมขอเป็นกำลังใจให้ทั้งสองคนครับ ตำแหน่งเป็นเรื่องของวันข้างหน้า แต่ผลงาน ความกล้า และสิ่งที่เราเคยทำร่วมกัน มันเกิดขึ้นไปแล้ว และไม่มีใครเอาออกจากความทรงจำของเราได้


Posted

in

by

Tags: