‘เอกนิติ’ ไม่ได้มาเล่นๆ

ชอบครับ…หลงรัก "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" เสียแล้วล่ะครับจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสักกี่คน ที่ยอมพูดถึงสถานะทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ของประเทศโดยไม่มีการปิดบังใดๆเป็นการโพสต์ข้อความประเดิม Facebook ใหม่ของ "เอกนิติ""…วันนี้ผมขอเปิดpost แรกแบบภาพรวมก่อนนะครับ ผมเริ่มรับตำแหน่งในรัฐบาลอนุทิน ๒ ช่วงต้นเดือนเมษายน ๒๕๖๙ พร้อมกับวิกฤติราคาพลังงาน อันเกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบเป็นระลอกตั้งแต่วิกฤติน้ำมันขาดและแพงวิกฤติต้นทุนส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นจนกลายเป็นวิกฤติปากท้องซึ่งหากหยุดวิกฤติเหล่านี้ไม่ได้ จะนำมาซึ่งปัญหาวิกฤติซ้อนวิกฤติ ความท้าทายนี้เกิดขึ้นบนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศที่มีปัญหาเรื้อรังมานานไม่ว่าจะเป็นการที่ประเทศโตต่ำกว่าศักยภาพ ความสามารถในการแข่งขันถดถอย ปัญหาการขาดดุลการคลังเรื้อรังที่รายได้โตไม่ทันรายจ่าย โครงสร้างพื้นฐานไม่ได้ลงทุนใหม่มานานโดยเฉพาะพลังงานสะอาดซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกยุคใหม่หากเปรียบเป็นคนป่วย ก็เรียกได้ว่าเป็นโรคมะเร็งเรื้อรัง ยังรักษาไม่หายก็มีโรคแทรกซ้อนมาอีก…"ครับ…อ่านท่อนนี้แล้วแม้จะรู้ว่าป่วยหนัก แต่ก็เห็นถึงศักยภาพของหมอว่า สามารถทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคมะเร็งเรื้อรังได้แทบไม่อยู่ในความทรงจำเลยครับว่า ในอดีตเคยมีรัฐมนตรีคลังออกมายอมรับสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศแบบตรงไปตรงมาหรือไม่ใกล้เคียงสุดน่าจะเป็น "ธารินทร์ นิมมานเหมินท์" ที่เข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่พังยับเยินจากวิกฤตต้มยำกุ้งกัดฟันโดนด่าว่า ออกกฎหมายขายชาติ ๑๑ ฉบับเมื่้อมองย้อนกลับไปหากวันนั้นไม่มีกฎหมาย ๑๑ ฉบับ การผ่านวิกฤตต้มยำกุ้งอาจต้องใช้เวลายาวนานกว่าที่เห็นรัฐบาลหลังจากนั้นคือรัฐบาลทักษิณ คงไม่ได้ชูคอ เพราะนอกจากความฉิบหายจากวิกฤตปี ๒๕๔๐ ยังอยู่ ยังต้องมาเจอการทุจริตเชิงนโยบาย และผลประโยชน์ทับซ้อนฉิบหายหนักเข้าไปอีก!แต่นั่นรับรู้เพราะสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลี่ยง เพราะทั่วโลกต่างรู้ตรงกันว่า วิกฤตต้มยำกุ้งเริ่มต้นจากไทยต่างกับปัจจุบันใช่ว่าทุกคนจะเห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจไทยป่วยหนักมีหลากทัศนะบางคนบอกว่ายังไปได้บางคนยืนยันเศรษฐกิจไทยไม่มีอะไรต้องกังวลและบางคนบอกว่าแย่กว่าเขมรแต่เมื่อรัฐมนตรีคลังออกมายอมรับตรงๆ ว่า อยู่ในขั้นมะเร็งเรื้อรัง ก็แสดงว่าเห็นตัวเลขทั้งหมดแล้วหากไม่ทำอะไร หายนะมาเยือนแน่เมื่อรู้ปัญหา รู้สถานการณ์ สิ่งที่ต้องตามมาคือ แล้วจะจัดการกับมันอย่างไร"เอกนิติ" ทำงานเป็นระบบ ภายใต้หลักการ 5T สร้างรากฐานให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่เติบโตแข็งแกร่งให้ได้ในอนาคตTarget, Transition, Transform, Transparency, Together เพื่อประคองเศรษฐกิจระยะสั้น (Stabilize Today)สร้างการเปลี่ยนผ่านเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส (Transition Now) รวมทั้งลงทุนสร้างอนาคตให้ประเทศไทยกลับมาเข้มแข็งในระยะยาว (Transform for Tomorrow) บนฐานวินัยการเงินการคลังฟังดูดี และเป็นแค่คำพูดใช่ครับ แค่คำพูด แต่ก่อนจะลงมือ ต้องสื่อสารให้ชัดว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรตรงนี้แหละครับที่ยากสุดปัญหาเศรษฐกิจมิได้มีสูตรแก้ไขที่ตายตัว เพราะแต่ละประเทศ แต่ละยุคสมัย มีปัญหาที่แตกต่างกันสำหรับประเทศไทย ณ พ.ศ.นี้ นอกจากวิกฤตจากสงครามตะวันออกกลางแล้ว ปัญหาที่เรื้อรังมานานคือ โครงการทางเศรษฐกิจสิ่งที่ต้องชำแหละให้เห็นเนื้อในคือ การกระจายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคการผลิตประเภทต่างๆความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่างๆ ของเศรษฐกิจ สัดส่วนของภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการมีมากน้อยเพียงใดอุตสาหกรรมต่างๆ มีความสำคัญต่อผลผลิตและการจ้างงานมากน้อยเพียงใดโครงสร้างของเศรษฐกิจส่งผลต่อโอกาสในการเติบโต ความเสี่ยงต่อภาวะผันผวน และนโยบายที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจนั้นๆ หรือไม่ภาพกว้างที่ "เอกนิติ" ตั้งเป้าหมายเอาไว้ อาทิ ประคับประคองเศรษฐกิจฝ่ามรสุมโลก เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดวันนี้เพื่อลดจุดเปราะบางและสร้างความมั่นคงในระยะยาว และพลิกโครงสร้างเศรษฐกิจด้วยการลงทุนประเด็นพลิกโครงสร้างเศรษฐกิจด้วยการลงทุน ดูจะเป็นประเด็นหลักที่ต้องเข็นให้ได้ในมุม "เอกนิติ" คือเราลงทุนน้อยเกินไปมานาน ทั้งการลงทุนภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชนปีนี้รัฐบาลประกาศให้เป็นปีแห่งการลงทุน ซึ่งเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนในเทคโนโลยี และการลงทุนในทุนมนุษย์เพื่อยกระดับศักยภาพการเติบโตของประเทศในระยะยาวตั้งเป้าให้สัดส่วนการลงทุนต่อ GDP ค่อยๆ กลับไปอยู่ใกล้ระดับประมาณ ๓๐% เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาวแต่การลงทุนรอบใหม่นี้ต้องไม่ใช่การลงทุนแบบเดิมเท่านั้น ต้องเป็นการลงทุนที่ช่วยเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทย และเตรียมประเทศสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตคาดว่าโครงการ "ทางด่วนการลงทุน" Thailand FastPass จะดึงเม็ดเงินการลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ประมาณ ๙ แสนล้านบาทในปีนี้สิ้นปีมาดูกันว่าตัวเลขจริงเป็นเท่าไหร่การมุ่งไปสู่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงปั้น SMEs ไทยเข้าไปอยู่ใน supply chain ของการผลิตสมัยใหม่ของโลก ถือว่ามาถูกทางครับอย่าให้เหมือนเวียดนาม เห็นจีดีพีพุ่งพรวด อย่าไปคิดว่าเวียดนามจะแซงไทย เพราะเวียดนามเป็นแค่ผู้รับจ้างผลิตจนขณะนี้เริ่มส่งสัญญาณว่าฝีจะระเบิดจีดีพีออกมาดูดี ส่งออกเยี่ยม แต่ปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่ำ แถมทุนสำรองเรี่ยดินไทยดูภายนอกอ่อนยวบ แต่ภายในไม่กลวงมะเร็งรักษาได้ครับ แค่ต้องมีวินัยต้องเป็นไม้บรรทัด.


Posted

in

by

Tags: