“เอ็ดดี้” วิเคราะห์เดือด! ทำไม “ชัชชาติ” ยังได้ใจคนกรุง แม้ถูกมองว่าบริหาร กทม.ไม่ตอบโจทย์เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าทำไมคนยังจะเลือก ชัชชาติ ทั้งที่ล้มเหลวในการบริหาร กทม.#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจชัชชาติล้มเหลวในการบริหาร กทม เพราะถ้าวัดจากโจทย์ใหญ่ของ กทม. คือ น้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 รถติด ความเป็นระเบียบของเมือง ทางเท้า ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตประจำวัน ชัชชาติไม่ควรถูกประเมินจากความขยันหรือภาพลงพื้นที่ แต่ต้องประเมินจาก “เมืองดีขึ้นจริงหรือไม่” หลังได้เวลา 4 ปีเต็มเรื่อง PM2.5 นี่ชัดมากว่า กทม.ยังผ่านฤดูฝุ่นแบบสาหัสอยู่ ข้อมูลของศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กทม.หลายพื้นที่ยังอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพแน่นอน ฝุ่นไม่ได้เกิดจากผู้ว่าฯ คนเดียว เพราะมีเรื่องลม อุตุนิยมวิทยา การเผานอกพื้นที่ การจราจร และนโยบายระดับประเทศ แต่ผู้ว่าฯ มีหน้าที่บริหาร “มาตรการเมือง” เช่น ควบคุมไซต์ก่อสร้าง รถควันดำ เขตปลอดฝุ่น โรงเรียน กทม. ระบบแจ้งเตือน และการประสานหน่วยงาน ถ้าผ่านมา 4 ปีแล้วประชาชนยังรู้สึกว่าฝุ่นเป็นวัฏจักรเดิม แปลว่าอย่างน้อยมาตรการของเมืองยังไม่เปลี่ยนผลลัพธ์ในชีวิตจริงมากพอเรื่องน้ำท่วมก็เหมือนกัน ทีมชัชชาติพูดถึงเป้าหมาย “น้ำต้องแห้งภายใน 3 ชั่วโมง” และพยายามสร้างระบบจราจรน้ำ ผังน้ำ เซ็นเซอร์ และการบริหารท่อ–คลอง–สถานีสูบน้ำ ซึ่งในเชิงแนวคิดถือว่าถูกทาง แต่ปัญหาคือประชาชนไม่ได้เลือกผู้ว่าฯ เพื่อฟังว่าระบบกำลังถูกวาง เขาเลือกเพื่อให้เวลาฝนตกแล้วเมืองไม่เป็นอัมพาตซ้ำ ๆ ถ้าหลายพื้นที่ยังเจอน้ำท่วมรอระบายหนัก ก็ยากจะเรียกว่า “สำเร็จ”ดังนั้น ถ้าคนกรุงเทพฯ ถือว่า น้ำท่วม ฝุ่น และความเสื่อมของระเบียบเมืองคือ KPI หลัก ชัชชาติควรถูกลงโทษทางการเมือง คือไม่ควรได้คะแนนต่ออัตโนมัติจากภาพลักษณ์ความขยันคำถามคือ ทำไมชัชชาติล้มเหลวในการบริหาร แต่กระแสกลับยังแรงหนึ่งในคำตอบคือ ภาพจำของชัชชาติในประเด็น “การขยันลงพื้นที่” ยังกลบภาพ “แก้ไม่สำเร็จ”ในทางการเมือง ภาพลักษณ์แบบนี้ทรงพลังมาก เพราะคนจำนวนหนึ่งไม่ได้ถามว่า “แก้สำเร็จหรือยัง” แต่ถามว่า “เขาพยายามหรือเปล่า”นี่คือจุดแข็งของชัชชาติ เขาเปลี่ยนความล้มเหลวบางเรื่องให้กลายเป็นเรื่อง “กำลังวางระบบ” หรือ “ต้องใช้เวลา” ได้เหตุผลต่อมาคือ คู่แข่งยังไม่สามารถทำให้ประชาชนเชื่อว่า “เปลี่ยนแล้วดีกว่า”และอีกหนึ่งสาเหตุที่อาจถูกมองข้ามคือ ชัชชาติเป็น “ผู้สมัครข้ามขั้ว” ได้ดีกว่าคู่แข่งนี่สำคัญมาก เขาไม่ได้อยู่ในกรอบพรรคชัด ๆ จึงรับคะแนนได้จากหลายค่าย คนไม่ชอบพรรคส้มก็เลือกเขาได้ คนไม่เอาเพื่อไทยก็เลือกเขาได้ คนไม่อินประชาธิปัตย์ก็เลือกเขาได้ คนที่เบื่อพรรคการเมืองก็เลือกเขาได้และสาเหตุสำคัญที่สุดอีกหนึ่งสาเหตุคือ ฝ่ายที่ไม่เอาชัชชาติ “คะแนนแตก”ถ้าชัชชาติล้มเหลวในบริหาร กทม.คำถามถัดมาคือ “แล้วเลือกใครแทน?”ถ้าวัดจากความสามารถในการเป็น “ผู้บริหารเมือง” มากกว่าการเป็น “สัญลักษณ์ทางการเมือง” ผมเอนมาทาง อนุชา บูรพชัยศรี มากกว่าผู้สมัครกลุ่มอื่น เหตุผลไม่ใช่เพราะเขาไร้จุดอ่อน แต่เพราะเขามีจุดขายที่ตรงกับปัญหา กทม.มากกว่า คือพื้นฐานวิศวกรรม–บริหาร ประสบการณ์การเมืองระดับ กทม.และระดับรัฐบาล และมีพรรคกับทีม ส.ก.หนุนหลัง ไม่ใช่ลงแบบตัวคนเดียว นโยบายที่เปิดตัวก็เน้นแก้เชิงโครงสร้าง เช่น เดินทางสะดวก เมืองสะอาด ใช้ชีวิตสบาย รายได้เมือง และระบบตรวจสอบ#ชัชชาติ #ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #เอ็ดดี้ #อัษฎางค์ยมนาค #การเมืองกรุงเทพ #เลือกตั้งกทม #ผู้ว่ากทม #กทม #ข่าวการเมือง #วิเคราะห์การเมือง #การเมืองไทย #เลือกตั้ง #เลือกตั้งกทม #กรุงเทพมหานคร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #PoliticalNews #BangkokPolitics #BangkokGovernor #ชัชชาติล้มเหลว #PM25 #น้ำท่วมกรุงเทพ #ปัญหากทม #เมืองกรุง #การบริหารเมือง #LocalPolitics #ThailandPolitics #วิเคราะห์ข่าว #ข่าวเลือกตั้ง #อนุชาบูรพชัยศรี #สนามเลือกตั้ง #ฐานเสียง #การเมืองไทยวันนี้
“เอ็ดดี้” วิเคราะห์เดือด! ทำไม “ชัชชาติ” ยังได้ใจคนกรุง แม้ถูกมองว่าบริหาร กทม.ไม่ตอบโจทย์
by
Tags: