“น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ” อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน ชี้แจงเหตุผลการออกมาแสดงความเห็นต่อการตัดสินใจของพรรค ยืนยันไม่เกี่ยวกับการไม่ได้รับเลือกลงสมัครเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ" อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงเหตุผลที่ออกมาวิพากษ์การตัดสินใจของพรรคลงแฟนเพจ "ธิษะณา ชุณหะวัณ – แก้วตา – Tisana Choonhavan" โดยยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับกรณีไม่ได้รับเลือกให้ลงสมัครรับเลือกตั้งต่อ และได้เคารพมติพรรคตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งแล้วโดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า "ขอพูดให้ชัดอีกครั้ง การที่ดิฉันออกมาวิพากษ์พรรค ไม่ใช่เพราะ “ไม่ได้ไปต่อ” ถ้าเป็นเรื่องตำแหน่ง ดิฉันสามารถออกมาพูดก่อนเลือกตั้งได้ แต่ดิฉันไม่ทำ และได้พูดไปแล้วด้วยว่า “เคารพในการตัดสินใจของพรรค” ตั้งแต่ทราบว่าไม่ได้ไปต่อ เพราะไม่ต้องการให้กระทบคะแนนเสียง ไม่ต้องการให้ความขัดแย้งภายในกลายเป็นภาระของพรรคในสนามเลือกตั้ง ดิฉันเลือกเงียบในช่วงเลือกตั้ง เพราะแยกออกระหว่างความเห็นต่างภายใน กับความรับผิดชอบต่อประชาชน การออกมาพูดหลังผลเลือกตั้งชัดเจนแล้ว ถือว่าให้เกียรติพรรคมากที่สุดแล้ว"นอกจากนี้ "แต่สิ่งที่ดิฉันโกรธจริง ๆ ไม่ใช่ตัวบุคคล และไม่ใช่ความผิดหวังส่วนตัว แม้ผู้สมัครคนใหม่ที่พรรคเลือก จะยังไม่มีประสบการณ์การทำงานเชิงพื้นที่หรือเชิงบริหารในระดับที่พิสูจน์ความพร้อมระยะยาว การเป็นอนุกรรมาธิการระยะสั้นไม่กี่เดือน ไม่มีสถานะข้าราชการ ไม่มีอำนาจบริหารเชิงนโยบาย ไม่มีความรับผิดชอบเชิงระบบต่อประชาชน ไม่อาจเรียกว่า “ประสบการณ์ทำงานเต็มรูปแบบ” ได้ นี่ไม่ใช่การดูถูกใคร แต่นี่คือคำถามเรื่องมาตรฐาน พรรคที่อ้างว่าจะยกระดับการเมือง"อีกทั้ง "ต้องอธิบายได้ว่าหลักเกณฑ์การคัดเลือกคืออะไร หรือมาตรฐานถูกยืดหยุ่นตามความเหมาะสมทางการเมือง แต่ประเด็นที่หนักกว่านั้น คือ การโหวตสนับสนุนคุณอนุทิน ดิฉันเตือนแล้วว่า การตัดสินใจนั้นจะมีต้นทุนทางอุดมการณ์สูงมาก จะทำให้เส้นแบ่งทางหลักการพร่าเลือน และจะสร้างความได้เปรียบทางโครงสร้างให้ฝ่ายที่เราเคยวิจารณ์ วันนี้เราเห็นแล้วว่า พรรคภูมิใจไทยยืนอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบทางอำนาจ และมีบทบาทกำหนดทิศทางการเมืองอย่างชัดเจน จะบอกว่าไม่มีความเชื่อมโยงเลยได้อย่างไร ในเมื่อการโหวตครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนสำคัญของสมการอำนาจ ดิฉันไม่ได้กล่าวหาใครเรื่องการโกง""แต่ดิฉันพูดชัดว่า การตัดสินใจของพรรค มีผลต่อดุลอำนาจที่ทำให้ภูมิใจไทยมีความได้เปรียบในวันนี้ และถ้าเราไม่กล้ายอมรับว่าการตัดสินใจของเรา มีผลต่อผลลัพธ์ทางการเมือง เราก็ไม่ต่างจากการเมืองแบบเก่า ที่ไม่เคยรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง เมื่อดิฉันตั้งคำถามเชิงนโยบาย สิ่งที่ได้รับกลับมาไม่ใช่คำอธิบายเชิงเหตุผล แต่คือการหยิบเรื่อง “สารเสพติด” และเรื่องส่วนตัวขึ้นมาพูดในพื้นที่สาธารณะ นี่คือรูปแบบของ character assassination อย่างชัดเจน แทนที่จะตอบว่า ทำไมจึงโหวตแบบนั้น ทำไมจึงลดบาร์ทางหลักการ ทำไมจึงทำให้ฝ่ายที่เราเคยวิจารณ์ได้เปรียบทางโครงสร้าง กลับเลือกเบี่ยงประเด็นไปที่ชีวิตส่วนตัวของผู้ตั้งคำถาม"อย่างไรก็ตาม"เมื่อประเด็นสารเสพติดถูก insinuate ซ้ำ ๆ ทั้งที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย นั่นไม่ใช่การถกเถียงเชิงนโยบาย แต่นั่นคือการสร้างภาพจำทางสังคมเพื่อบั่นทอนความน่าเชื่อถือ การเมืองที่มั่นใจในหลักการ ต้องตอบด้วยหลักการ การเมืองที่มั่นใจในเหตุผล ไม่จำเป็นต้องทำลายตัวบุคคล ดิฉันไม่ได้โกรธเพราะแพ้ดิฉันโกรธเพราะมาตรฐานลดลง หลักการถูกต่อรอง และการตัดสินใจหนึ่งครั้ง ได้เปลี่ยนดุลอำนาจของประเทศ ถ้าพรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่าก้าวหน้า ไม่สามารถรับคำวิจารณ์จากคนของตัวเองได้ คำว่า “ประชาธิปไตย” ก็จะเหลือเพียงสโลแกน ดิฉันวิพากษ์ ไม่ใช่เพื่อทำลายใคร แต่เพื่อยืนยันว่า มาตรฐานต้องสูงกว่านี้ หลักการต้องชัดกว่านี้ และประชาชนสมควรได้รับการเมืองที่โปร่งใสมากกว่านี้ค่ะ"ขอบคุณข้อมูล :ธิษะณา ชุณหะวัณ – แก้วตา – Tisana Choonhavan
‘แก้วตา’ แจงเหตุวิจารณ์ ‘พรรคส้ม’ ย้ำยึดหลักการ-ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
by
Tags: