12 ก.ค.2569-พล.อ.อ.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา และเลขาธิการมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง "สัมมนา สปสช. ควรปฏิรูปอะไรบ้าง?" เนื้อหาระบุว่า พรุ่งนี้ (13 กรกฎาคม) จะมีการสัมมนาเชิงนโยบายระดับประเทศ เรื่อง การปฏิรูประบบงบประมาณ การบริหารจัดการ และธรรมาภิบาลกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จัดโดยคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภาผมได้รับเชิญเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในนาม แพทยสภา ซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการรักษาพยาบาลโดยตรง ดูแลมาตรฐานวิชาชีพของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 102 สาขา ราชวิทยาลัย 14 แห่ง วิทยาลัย 1 แห่ง และมาตรฐานการรักษาโรคจำนวนมากหลังจากพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติใช้มาเกือบ 24 ปี ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งโครงสร้างประชากร เทคโนโลยีทางการแพทย์ และภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ จึงเป็นเวลาที่ควรทบทวนว่า ระบบควรพัฒนาอย่างไรให้เกิดทั้ง คุณภาพ ความเป็นธรรม และความยั่งยืนประเด็นที่เห็นว่าควรร่วมกันพิจารณา ได้แก่1. โครงสร้างคณะกรรมการ สปสช. ควรมีความสมดุลหรือไม่ การตัดสินใจด้านสิทธิประโยชน์และมาตรฐานการรักษา ควรมีสัดส่วนผู้แทนจากวิชาชีพทางการแพทย์ที่เหมาะสม เพื่อให้การตัดสินใจตั้งอยู่บนทั้งหลักวิชาการและการบริหารงบประมาณควบคู่กัน ที่ผ่านมาแพทยสภาเสียงเดียวอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนนโยบายการรักษาได้ ถ้ากรรมการ อื่นไม่เข้าใจ ระบบการรักษาพยาบาล2. การกำหนดสิทธิประโยชน์ ควรอาศัยหลักฐานเชิงวิชาการมากขึ้น โรคเดียวกันอาจมีหลายแนวทางรักษา บางวิธีจำเป็นแต่ยังเบิกไม่ได้ ขณะที่บางรายการอาจไม่คุ้มค่าทางการแพทย์ จึงควรมีระบบทบทวนสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของหลักฐานและความคุ้มค่า3. มาตรา 41 และมาตรา 42 ควรได้รับการทบทวน การช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายเป็นหลักการที่สังคมเห็นด้วย แต่ควรพิจารณาว่าจะทำอย่างไรไม่ให้การเยียวยาถูกตีความว่าเป็นการยืนยันความผิดของผู้ประกอบวิชาชีพในทุกกรณี และควรทบทวนหลักเกณฑ์การไล่เบี้ยให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย4. งบค่าบริการกับงบบุคลากรควรแยกจากกันหรือไม่ ปัจจุบันหลายโรงพยาบาลมีภาระบุคลากรสูง ส่งผลให้งบสำหรับยา เวชภัณฑ์ และการพัฒนาบริการลดลง การจัดระบบงบประมาณใหม่อาจช่วยให้การบริหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น5. ธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ระบบหลักประกันสุขภาพควรมีการเปิดเผยข้อมูล การประเมินผล และกลไกตรวจสอบที่สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ผู้ให้บริการ และผู้กำหนดนโยบาย6. ความยั่งยืนทางการคลัง ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นทุกปี จึงต้องวางแผนระยะยาวว่าระบบจะรองรับภาระดังกล่าวได้อย่างไร โดยไม่กระทบคุณภาพบริการ7. การร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่าย (Co-payment) หลายประเทศใช้ระบบร่วมจ่ายสำหรับผู้ที่มีกำลังจ่าย ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยยังได้รับการคุ้มครองเต็มที่ ประเทศไทยควรศึกษาแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของเรา โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมและการเข้าถึงบริการเป็นสำคัญ8. การปรับปรุงพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กฎหมายที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2545 ควรได้รับการทบทวนให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศในปัจจุบัน ทั้งด้านการบริหาร เทคโนโลยี การแพทย์ และธรรมาภิบาลการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพ ไม่ใช่การลดสิทธิของประชาชน แต่เป็นการทำให้สิทธิที่มีอยู่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ เป็นธรรม และยั่งยืนต่อไปในอนาคตขอเชิญติดตามการสัมมนาผ่าน Facebook Live ของวุฒิสภา และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อร่วมกันออกแบบระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศไทยให้ตอบโจทย์ทั้งประชาชน ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และประเทศในระยะยาว
‘แพทยสภา’ เตรียมชง 8 ประเด็นสำคัญปฏิรูป สปสช. เสนอวงสัมมนา กมธ.ฯวุฒิสภา พิจารณา
by
Tags: