เห็นรัฐมนตรีพาณิชย์ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์”….ร่วมไลฟ์สดกับอินฟลูเอนเซอร์ชาวจีน “คุณเยี่ยน กงจู่ (เยี่ยน เจินเสี่ยน)” ขายทุเรียนไทยไปตลาดจีน เมื่อเสาร์ (๒๕ เม.ย.๖๙)แค่ ๓ ชั่วโมง ขายได้ถึง ๑๕ ล้านบาท!ผมก็พลอยสนุกสนาน ตื่นเต้นไปกับไลฟ์สดของท่านด้วย๓ ชั่วโมง ขายทุเรียนได้ ๑๕ ล้านบาท นั่นเป็นผลพลอยได้แต่เนื้อหาหลักที่ผมประทับใจ คือการที่ท่านรัฐมนตรี “ทำทุกช่องทาง” เพื่อขายสินค้าไทย ถึงขั้นร่วมไลฟ์สดขายตรงไปยังตลาดจีนนั้นนอกจากแสดงถึงนักการตลาดมืออาชีพแล้ว มันยังบ่งบอกถึง “ความมุ่งมั่น” ของท่าน ที่จะปลุกปั้น “สินค้าเกษตร” ไทย เข้าไปยึด “ตลาดโลก” ให้มากขึ้นและกว้างขึ้นควบคู่กับการพัฒนาแต่ละพืชพันธุ์ตั้งแต่ต้นน้ำให้เป็นแบรนด์สินค้าที่บ่งบอกมาตรฐานโดยถิ่นกำเนิดเป็นตัวรับประกันคุณภาพแต่หลังจากภาพไลฟ์สดของท่านรัฐมนตรีศุภจีแพร่ออกไป ปรากฏว่า มีคนเข้ามาคอมเมนต์มากมายผมอ่านคอมเมนต์ท้ายคลิปไลฟ์สดจากหลายๆ คลิป สิ่งหนึ่งที่สะดุดตา คือขบวนการด่า ด้อยค่า กระแนะ-กระแหน การไลฟ์สดของท่านรัฐมนตรี “มากันเป็นชุด”!ที่ว่า “เป็นชุด” คือจากคนเดียว-ข้อความเดิม ไล่คอมเมนต์มันไปทุกคลิป บ่งบอกว่า พวกนี้ “มันเป็นขบวนการ”คือขบวนการ “ตามเตะตัดขา” ๓ รัฐมนตรี“สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ”อย่าให้มันดี อย่าให้มันเด่น ทั้ง ๓ รัฐมนตรีนี้ ไม่ว่าจะทำอะไร ต้อง “เสียบซึ่งหน้า” ไว้ ขืนปล่อยให้เป็น “ขวัญชาวบ้าน”พวก “มารการเมือง” มันจะเกิดยาก!จะยกมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ซัก ๒-๓ ราย เช่น…อรพิน……ช่วยมาขายข้าวเปลือกข้าวโพดให้ชาวนาบ้าง เห็นบอกว่าขายได้ หมื่นเจ็ด หมื่นแปด แต่ชาวนายังขายได้แค่ ห้าพันถึงหกพันอยู่เลย ไม่รู้ว่าหมื่นเจ็ด หมื่นแปดขายอยู่ที่ไหนหน้ากระจ่างใสช่วยล้งจีน 555 แทนที่จะช่วยเกษตรกรไทย หลาบสุภัทราท่านครับราคาปาล์มตกต่ำท่านไม่ลงไปเหรอครับท่านไปที่เขาเมืองจันท์ซึ่งทุเรียนราคาดีอยู่แล้วท่านไปทำไมครับ..Winijjaiแล้วเรื่องมะพร้าวล่ะครับ ตอนนี้เป็นไง เห็นราคาก็ยังตกต่ำอยู่เช่นเดิมSunan Puiถุย ทำงานแบบสิ้นคิด ข้าวของแพงประชาชนก็อดตายแล้วอีกเยอะแยะ คัดเอาเฉพาะที่พออ่านได้ บางท่านก็ว่า ไม่เห็นมีผลงานอะไร?แต่ที่ชื่นชมก็เยอะนะ จะว่าไป ที่ชมการทำงานจะมากกว่าที่เข้ามากระแนะ-กระแหนชนิดเป็นแพ็กเกจ ที่ชมก็อย่างเช่น“ท่านประธานผ้าป่ามาแล้ว”ขอบคุณครับ ชื่นชม ครั้งแรกของโลกรัฐบาลไลฟ์ขายของ เป็นการตลาดแบบนำหน้า จากสวน สู่คนซื้อโดยตรง เยี่ยมครับ ประชาชนควรเอาเป็นแบบอย่าง ท่านเปิดทางให้แล้วนอกจากนี้ มีบางท่าน เห็นคนตั้งใจทำงาน แต่กลับถูกพวกมารเมนต์ถากถาง ก็อดรนทนไม่ได้ออกมาโพสต์คลิป “สับแหลก” พวกนั้น ผมก็ดีใจแทนท่านรัฐมนตรี ที่การตั้งใจทำดีของท่านยังมีคนเห็นท่านที่เมนต์ถาม ว่านอกจากไลฟ์สดขายทุเรียนแล้ว ท่านรัฐมนตรีศุภจีมีผลงานอะไรบ้าง?ผมคงลงรายละเอียดแต่ละเรื่องไม่หมดหรอก เอาสรุปเป็นภาพรวมของผลงานในไตรมาสแรกของปี ๒๕๖๙ ก็แล้วกันเนอะ“Thailand FACT Today” เขาโพสต์ไว้ดังนี้เสือไม่สิ้นลาย!“ศุภจี” ดันส่งออกไทยทำนิวไฮตัวเลขไม่เคยโกหก และตัวเลขส่งออกเดือนมีนาคม 2569 คือคำตอบที่ชัดที่สุดมูลค่าส่งออกไทยพุ่งแตะ 1.08 ล้านล้านบาท เติบโต 18.7%ทำสถิติสูงสุดใหม่ท่ามกลางโลกที่ยังปั่นป่วนจากสงครามพลังงาน ต้นทุนขนส่ง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์นี่ไม่ใช่ “โชค” แต่คือ “ฝีมือ”และชื่อที่สมควรถูกพูดถึงมากที่สุดในสมการนี้ คือ“ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์บทบาทของ “ศุภจี” ไม่ได้เป็นเพียงรัฐมนตรีเชิงนโยบาย แต่คือ “หัวหน้าทีมขายของประเทศ” ที่ขยับเกมเร็ว เดินเกมจริง และปิดดีลเป็นในวันที่ตลาดตะวันออกกลางสะดุด ส่งออกไทยหดตัวถึง 57.1%แต่ภาพรวมกลับ “ทำนิวไฮ” ได้นี่สะท้อนชัดว่า “ไทยไม่ได้พึ่งตลาดเดียว”และมี “แผนสำรองเชิงโครงสร้าง” รองรับแรงกระแทกจุดแข็งที่ถูกปลุกให้ตื่นภายใต้การขับเคลื่อนของศุภจีโครงสร้างการส่งออกไทย “เปลี่ยนจากฐานเดิม” ไปสู่ เศรษฐกิจมูลค่าสูงมากขึ้นสินค้าเทคโนโลยี: อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ระบบ AI และ Data Centerสินค้าเกษตรพรีเมียม: ทุเรียน มังคุด เนื้อสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยงอุตสาหกรรมต่อเนื่อง: เครื่องใช้ไฟฟ้าและ supply chain ที่เชื่อมโลกดิจิทัลทั้งหมดนี้พี่แต๋มเคยพูดเอาไว้หมดแล้วว่า “ไทยจะต้องส่งออกให้น้อยแต่ได้มูลค่าสูงขึ้น”สินค้าจากไทย ต้องพรีเมียม !!นอกจากคุณภาพ ก็คือความหลากหลาย ไทยไม่ได้เป็นแค่ “ครัวโลก” อีกต่อไปแต่กำลังเป็น “ฐานผลิตเศรษฐกิจดิจิทัล” ของภูมิภาคตัวอย่างนโยบาย “ศุภจีโมเดล” ที่เริ่มเห็นผลที่ผ่านมา “ยุคศุภจี” ก.พาณิชย์ ทำงานเชิงรุกรัฐไม่รอให้เอกชนไปขายเอง แต่ “รัฐนำ–เอกชนตาม”เดินสายเจรจาการค้า เปิดตลาดใหม่ จับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เชิงรุกเป้าหมายคือ “เพิ่มลูกค้าใหม่” ไม่ใช่แค่ “ขายลูกค้าเดิม”ทั้งยังลดการพึ่งพาตลาดใด/ตลาดหนึ่ง โดยขยายไปยัง-อินเดีย-แอฟริกา-ลาตินอเมริกาทำให้เมื่อบางภูมิภาคสะดุด ไทยยัง “ไปต่อได้”นอกจากนั้น เรายังมีนโยบาย พาไทยเข้าไปมีส่วนในโลกของสินค้าเทคโนโลยีอย่างมีนัยสำคัญเร่งส่งออกสินค้าเกี่ยวกับ AI, Cloud, Data Centerเปลี่ยนไทยจาก “ผู้ผลิตปลายน้ำ” เป็น “ส่วนหนึ่งของโครงสร้างดิจิทัลโลก”พร้อมไปกับเสริมแกร่งให้จุดแข็งเดิมผลักดันผลไม้ไทย อาหารไทย สินค้า GIขาย “คุณภาพ + เรื่องราว” แทนการแข่งราคาและที่ ก.พาณิชย์ ทำต่อเนื่อง คือเร่งเจรจาลดอุปสรรคการค้า ปรับขั้นตอนส่งออกทำให้สินค้าไทย “ไปถึงตลาดเร็วขึ้น ถูกลง แข่งขันได้มากขึ้น”บทพิสูจน์จากตัวเลขไตรมาส 1/2569 ส่งออกไทย โต 17.6%มูลค่ารวมกว่า 2.98 ล้านล้านบาทแนวโน้มทั้งปี อาจโตได้ถึง 8% ในกรณีดีที่สุดตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่ “สถิติ”แต่คือ สัญญาณความเชื่อมั่นของตลาดโลกต่อสินค้าไทยในเกมนี้“ความเร็วในการตัดสินใจ”“ความแม่นในการเลือกตลาด”และ “ความกล้าในการเปลี่ยนโครงสร้าง”คือปัจจัยชี้ขาด“ศุภจี” ไม่ได้แค่พยุงการส่งออกแต่กำลัง ยกระดับเกมการค้าของไทยทั้งระบบจากประเทศที่ “มีของดี”สู่ประเทศที่ “ขายเก่งและขายเป็น”และตัวเลข New High เดือนมีนาคมคือหลักฐานว่า…..ถ้าเซลส์แมนประเทศไทยเก่งพอเศรษฐกิจไทยก็ไปได้ไกลกว่าที่คิด………………………………………………ขอคุยเรื่องกราดยิงในงานเลี้ยงสื่อมวลชนในกรุงวอชิงตันที่ประธานาธิบดีทรัมป์อยู่ในงานด้วย เมื่อคืนวันเสาร์ซักนิดเดี๋ยวจะว่าผมเชย ไม่รู้เรื่องอะไรกะเขาเลย!ก็เห็นตกใจกันทั้งโลก….ระดับบิ๊กๆ โพสต์ประณามผู้กราดยิง และทุกผู้นำ ทั้งผู้นำอังกฤษ ฝรั่งเศส ผู้นำอิตาลี ผู้นำฝรั่งเศส อีกเยอะแยะ เรียกว่าเกือบทั้งโลกก็ว่าได้แสดงความปรารถนาดีต่อทรัมป์ และลงความเห็นว่า…นี่คือการหมายสังหารทรัมป์!แต่ผมดูรูปการณ์แล้ว “นี่มันยี่เกชัดๆ”แค่เสียงปืนดังขึ้นในบริเวณงาน ผู้คนมากมาย แต่ไม่มีใครเป็นอะไรเลยคำถามมีว่า เขาต้องการยิงใครในงาน ยิงด้วยเจตนาอะไร และสติปกติดีหรือไม่ ทุกอย่างไม่มีค้นหาความจริงเบื้องต้นเลยแต่สรุปไปทันทีว่า หมายสังหารทรัมป์!?ผมว่ามันจะบ้ากันไปใหญ่ ด้วย “ปืนลูกซองพก” และในระยะใกล้ขนาดนั้น ถ้าจะ “ยิงทรัมป์” พลาดยาก!ประเด็นสำคัญที่ต้องถาม….ปกติ ประธานาธิบดีอยู่ที่ไหน แมลงวันซักตัวยังบินเข้าไปไม่ได้แล้วนี่…ปล่อยให้ “คนมีปืน” เข้าในงานได้อย่างไร?หรืองานนี้ เป็นงานปาร์ตี้ “คนบ้า”!?-เปลว สีเงิน๒๗ เมษายน ๒๕๖๙คนปลายซอย
‘แม่ค้าทุเรียนเงินล้าน’
by
Tags: