โกงสิ้นชาติ

งานช้างครับ…วานนี้ (๑๕ พฤษภาคม) นายกฯ อนุทิน เชิญผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจ ๑๐ กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญเข้าหารือแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศสำหรับผู้บริหารภาคธุรกิจที่เข้าร่วม อาทินายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัดนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัดนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ กรรมการบริหาร บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ปนางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)ดูหน้าดูตาแล้วนักธุรกิจกลุ่มนี้คุมการอุปโภคบริโภคของคนไทยแทบจะ ๑๐๐%ทางฝั่งเหม็นขี้หน้ารัฐบาลพากันด่าว่ารัฐบาลเอาใจแต่นายทุน ไม่สนใจประชาชน ก็ว่ากันไปครับดู "โดนัลด์ ทรัมป์" ที่หนีบกลุ่ม CEO ผู้แทนทางธุรกิจชั้นนำ ๑๗ คน ขึ้นเครื่อง Air Force One ไปจีน เป็นตัวอย่าง บางทีอาจจะลดความโกรธรัฐบาลอนุทินลงได้บางลองนึกภาพ เจนเซน หวง ซีอีโอของเอ็นวิเดีย, อีลอน มัสก์ ซีอีโอของสเปซเอ็กซ์ และเทสลา และ ทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิล ไปปักกิ่งพร้อมกับ "ทรัมป์" จะมีอเมริกันสักกี่คนที่ด่ารัฐบาลตัวเองว่าเอาใจนายทุนยิ่ง "ทรัมป์" รีบออกมาบอกว่ามีดีลยักษ์ จีนจะซื้อโบอิ้ง ๒๐๐ ลำ สร้างงาน เงินหมุนเวียนในสหรัฐฯ มหาศาลเลยครับฉะนั้นแล้วแต่จะคิดครับว่านายกฯ อนุทินอุ้มนายทุนไม่ฟังเสียงประชาชนหรือไม่แต่มีเรื่องสำคัญกว่านั้นครับ ก่อนพบกันภาคเอกชนเขาสะท้อนเรื่องคอร์รัปชันไปยังรัฐบาล๑๐ หน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุดเฉลี่ยต่อครั้ง๑.กรมควบคุมมลพิษ ๑๐๒,๑๖๐ บาท๒.กรมเจ้าท่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท๓.กรมสรรพสามิต ๙๔,๖๖๗ บาท๔.กรมสรรพากร ๘๙,๔๙๘ บาท๕.กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) ๘๘,๗๕๐ บาท๖.สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)/บริการสาธารณสุข ๗๔,๖๔๓ บาท๗.กรมทางหลวง ๗๐,๑๖๗ บาท๘.กรมโยธาธิการและผังเมือง ๗๐,๐๐๐ บาท๙.กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ๖๘,๐๐๐ บาทเห็นแล้วตะลึงครับ งาบต่อครั้งตัวเลขขนาดนี้ ถ้า ๑ ปีต้องขออนุญาต ๑๐ ครั้ง ไม่ฉิบหายหรือครับ"มานะ นิมิตรมงคล" ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (ACT) บอกว่า"…จากข้อมูลการสำรวจจะเห็นว่าบริษัทต่างๆ ต้องจ่ายสินบน ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมาก ประมาณร้อยละ 48 ของภาคเอกชนที่ไปติดต่อหน่วยงานแล้วจะต้องจ่ายสินบน ซึ่งเป็นต้นทุนที่ทำให้ประเทศไทยเสียศักยภาพในการแข่งขัน และทำให้เสียชื่อเสียง…"ก็ไม่รู้คนไทยทนอยู่กับเรื่องพวกนี้ได้อย่างไรมันจะไปแข่งขันกับใครได้ในการแถลงนโยบายรัฐบาลเมื่อวันที่ ๙ เมษายน ที่ผ่านมา นายกฯ อนุทินให้คำมั่นกับประเทศไทยว่า จะแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจังแยกประเด็นนี้มาเป็นหัวข้อชัดเจน ต่างจากรัฐบาลก่อนๆ ที่พูดคลุมๆ ไปนโยบายรัฐบาลอนุทินข้อ ๒๓ เขียนไว้ว่า…"…แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง โดยกำหนดมาตรการทางจริยธรรมและประพฤติมิชอบเพื่อให้ปลอดจากการทุจริต ปฏิรูประบบกระบวนการอนุมัติ อนุญาตให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดขั้นตอนและดุลพินิจที่ไม่จำเป็นรวมทั้งเปิดเผยข้อมูลสาธารณะให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติของ OECD บูรณาการฐานข้อมูลภาครัฐ เชื่อมโยงข้อมูลขนาดใหญ่และใช้ AI เป็นเครื่องมือตรวจจับและประมวลผล เพื่อลดโอกาสและความเสี่ยงของการเกิดการทุจริตตลอดจนกำกับ ติดตาม และเร่งรัดการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยมีตัวชี้วัดที่ระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยปรับตัวดีขึ้น…"ก็รอดูอยู่ครับว่าจะเดินไปยังจุดที่แถลงไว้ได้อย่างไรแต่เบื้องต้นยังไม่ปรากฏภาพเหล่านี้เลยขอตำหนิ "ปกรณ์ นิลประพันธ์" รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายหน่อยเถอะครับสิ่งที่ท่านพูดอาจเป็นปัญหา"…ได้พูดคุยกันแล้ว การจัดอันดับดังกล่าวเป็นผลการวิจัย ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เข้าใจกันดี ไม่ต้องโต้แย้งอะไรกันเพียงแต่ว่าหากตรงไหน ปรากฏเป็นข่าว ก็ต้องมาตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ หากจริงก็ต้องปรับปรุงและจัดการกับคนไม่ดีเสีย…"ถ้ารัฐบาลมีแนวคิดแบบนี้ แก้ปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้หรอกครับสาระของเรื่องไม่ได้อยู่ที่เป็นเพียงผลวิจัยหรือไม่แต่เป็นปัญหาที่ภาคธุรกิจเจอ แล้วเขาสะท้อนมายังรัฐบาลและไม่ใช่เรื่องเป็นข่าวที่ไหนไปแก้ตรงนั้น เพราะยังมีการคอร์รัปชันที่ไม่เป็นข่าวอีกมาก อาจจะ ๙๙.๙๙% ของการคอร์รัปชันก็ได้ที่เป็นข่าวมันน้อยมากครับที่น้อยก็เพราะมีการร่วมมือกันเป็นขบวนการเลิกคิดได้แล้วครับว่าที่เป็นข่าวเรื่องโกงมันจริงหรือไม่จริงเพราะคอร์รัปชันมันกัดกินทุกอย่างจนประเทศไทยแทบจะเป็นผู้ป่วยในห้องไอซียูอยู่แล้วสิ่งที่รัฐบาลต้องทำอย่างเร่งด่วนพอๆ กับแก้ปัญหาเศรษฐกิจ คือมาตรการและความจริงจังในการปราบโกงรัฐธรรมนูญเอาไว้ค่อยชำเรากันก็ได้ ฝ่ายค้านก็ควรออกมากระตุ้นรัฐบาลเรื่องปราบโกงให้ขึงขังกันหน่อยไม่ใช่แก้รัฐธรรมนูญวันละ ๓ เวลาหลังอาหารก็หวังว่าจะเห็นการปราบโกงเชิงโครงสร้างของรัฐบาลในเร็วๆ นี้และนายกฯ อนุทินต้องเด็ดขาด คนรอบข้างก็พร้อมฟันถ้าทำได้ท่านคือรัฐบุรุษ.


Posted

in

by

Tags: