‘โรม’ ลั่นวันนี้ต้องไม่ใช่แค่ ‘ชนนพัฒฐ์’ ย้ำต้องปลด ‘ธรรมนัส’

‘โรม’ ลั่นวันนี้ต้องไม่ใช่แค่ ‘ชนนพัฒฐ์’ ย้ำต้องปลด ‘ธรรมนัส’ ถาม ‘อนุทิน’ ปลดคนนี้ประเทศเสียอะไร แบกทุนเทาแล้วจะมาเป็นนายกฯ ทำไม ย้ำยึดทรัพย์ สส.สงขลาน้อยไป คาดแค่เบี่ยงประเด็น-ลดกระแสเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงวาระการประชุมว่า วาระการพิจารณาวันนี้จะมีการตรวจสอบนักการเมืองที่มีชื่อเกี่ยวโยงกับเว็บพนัน และมีการเชิญนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม มาชี้แจงด้วย ว่า หลักๆ เป็นเรื่องของเว็บพนัน เส้นเงินที่เกี่ยวข้องกับนายชนนพัฒฐ์ และนักการเมือง ส. และยังมีการเชื่อมโยงกับนายตำรวจ ทั้งอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและตำรวจ PCT 4 ซึ่งเราไม่ได้เชื่อทันที ให้ทุกคนได้มาชี้แจงกรรมาธิการ แต่เมื่อดำเนินการไปแล้ว ก็คงต้องส่งต่อให้กับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ เบื้องต้นล่าสุด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้ไปยึดอายัดทรัพย์นายชนนพัฒฐ์ ซึ่งต้องดูทรัพย์ที่อายัดไปมีรายการอะไรบ้างนายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ถ้าทรัพย์ที่เกี่ยวกับสแกมเมอร์หรือเว็บพนัน น่าจะมีรูปแบบของคริปโต ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามีการยึดอายัดทรัพย์คริปโตบ้างหรือไม่ หรือรถหรู บ้าน ที่ดิน มีการยึดอายัดทรัพย์บ้างหรือไม่ ที่เราเห็นเป็นเพียงตัวเลขออกมาเท่านั้นเอง ซึ่ง 159 ล้านบาท น่าจะเป็นเงินหมุนเวียนในบัญชี และไม่มั่นใจว่าเป็นบัญชีทั้งหมดหรือไม่ แต่ถ้ายึดอายัดทรัพย์จริงต้องไล่ให้หมด ทำให้เกิดคำถามว่าที่ยึดอายัดมีใครบ้าง และตำรวจที่ไปเกี่ยวข้องต้องถูกยึดอายัดทรัพย์ด้วยหรือไม่ เราพยายามทำให้ทุกคนได้อธิบายอย่างเต็มที่ นอกจากนายชนนพัฒฐ์แล้ว ยังมีนายสมยศ พลายด้วง สส.ภาคใต้ ด้วย ซึ่งเบื้องต้นนายสมยศ น่าจะมาไม่ได้ เพราะติดภารกิจต่างประเทศ ส่วน นายชนนพัฒฐ์ ก่อนที่จะมีการยึดอายัดทรัพย์ได้รับทราบว่าจะมา และจะมาพร้อมกับนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรมด้วย แต่ก็ไม่รู้จะเปลี่ยนใจหรือไม่ แต่เบื้องต้นยังไม่ได้รับการติดต่อว่าจะไม่มาเมื่อถามว่ากรณีของนายชนนพัฒฐ์กับนายสมยศ มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ว่าเส้นเงินที่มีการโอนถึงกันเป็นเหตุผลอะไร แต่เบื้องต้นมีเส้นเงินที่ถึงกัน ก็ต้องรอให้ทุกฝ่ายชี้แจง ซึ่งเส้นเงินของนายชนนพัฒฐ์เยอะกว่ามาก จึงเป็นเหตุผลว่านายชนนพัฒฐ์ เป็นเป้าหมายในการตรวจสอบ ซึ่งข้อมูลที่ตนมีเกี่ยวกับทรัพย์สินของนายชนนพัฒฐ์ และได้เชิญกรมสรรพากรมาให้ข้อมูลในการเสียภาษี ว่ามีการจงใจเรื่องภาษีหรือไม่เมื่อถามว่ามีนักการเมืองอีก 3 คนที่เกี่ยวข้องนั้นเป็นใคร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขอให้ไล่ไปทีละส่วนดีกว่า จะได้ไม่สูญเสียโฟกัส สวนจะไปถึงใครก็ต้องรอดู ตอนนี้ยอมรับว่ามีหลายคน“สิ่งที่ตนเป็นห่วงมากกว่านักการเมืองคือตำรวจ ตำรวจยังไปรับเงินเว็บพนัน สแกมเมอร์ แล้วใครจะมาปราบสแกมเมอร์ อันนี้ก็ชวนคิดกันดีๆ เราต้องยอมรับว่าสังคมไทยประเทศไทยตอนนี้กำลังเผชิญหน้าสิ่งที่เรียกว่าทุนเทายึดประเทศ ถ้าเราไม่จัดการเรื่องนี้ดีๆ เราจะพบว่าท้ายที่สุดประเทศของเราอาจจะเต็มไปด้วยทุนสีเทาแล้วก็ได้” นายรังสิมันต์ กล่าวนายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เรื่องเส้นทางการเงิน ตนมอบหมายให้นายปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม. พรรคประชาชน เป็นผู้พิจารณารายละเอียด แต่อย่างไรก็ต้องฟังคำชี้แจงของผู้ร้องด้วย ทั้งนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ และ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.เมื่อถามว่าเส้นเงินของนายชนนพัฒฐ์ จะเชื่อมโยงไม่ถึงพรรคการเมืองหรือไม่นั้น ต้องรอฟังว่า นายชนนพัฒฐ์ ซัดทอดหรือไม่ ซึ่งการซักทอดในกระบวนการก็ไม่ได้หมายความว่า 100% เพราะอาจมีเหตุผลและแรงจูงใจอื่นก็ได้ และต้องดูเส้นเงิน ซึ่งตนเชื่อว่าเส้นเงินที่เห็นไม่ใช่ทั้งหมด เพราะบางบัญชีอาจจะมีการปิด แต่ก็ยังมีความเคลื่อนไหวจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นถ้าเงินที่ไหลเวียนไปยัง สส. ต่างๆ ก็ต้องดูว่า นายชนนพัฒฐ์อยู่ในฐานะใด ลูกมุ้งหรือหัวหน้ามุ้ง แต่ตนเข้าใจว่าการเมืองใช้เงินสด แต่ก็ไม่แน่ เพราะถ้าใช้เงินสดเราก็ไม่ได้ข้อมูลหลักฐานเส้นทางการเงินเมื่อถามว่า อยากเรียกร้องให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ เคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า มันคือการแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่เรื่องของลูกพรรคอย่างเดียว เพราะถ้าเป็นเรื่องของลูกพรรคอย่างเดียวก็คงมีกระบวนการอื่นจัดการได้ แต่วันนี้ ประเทศไทยมีภัยคุกคามคือทุนสีเทา ร.อ.ธรรมนัส คือหนึ่งในตอสำคัญที่ทำให้คนที่มองประเทศไทยข้าราชการไทยไม่เชื่อมั่น“คุณธรรมนัสไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว จริงๆ ก่อนหน้านี้ก็อาจจะไม่เคยมี ฉะนั้นเมื่อมาถึงจุดนี้คุณธรรมนัสต้องพิจารณาตนเอง ตนไม่เรียกร้องให้คุณธรรมมนัสแสดงสปิริตอะไร ไม่ได้สนใจว่าคุณธรรมนัสจะมีหรือไม่มี แต่ตั้งคำถามกลับไปที่นายกรัฐมนตรี ว่าท่านจะเอาแบบนี้ใช่มั้ย จะปล่อยจอยกับเรื่องนี้ใช่ไหม ผมคิดว่าการตัดสินใจแบบนั้น เป็นการตัดสินใจที่ทำร้ายประเทศไทย การตัดสินใจของนายกฯ แบบนี้เป็นการปล่อยจอย ปล่อยให้ทุนสีเทายึดประเทศได้โดยง่าย ใครได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ผมถามจริงๆ การปลดคุณธรรมนัสประเทศเสียอะไร นี่คือสิ่งที่ผมต้องตั้งคำถามกับคนที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ธรมมนัสถูกปลดประเทศไทยเสียอะไร” นายรังสิมันต์ กล่าวนายรังสิมันต์ กล่าวว่า ในทางตรงกันข้าม ร.อ.ธรรมนัส ถูกปลด ประเทศไทยได้มากๆ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมั่นการขจัดทุนสีเทา เป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนตามที่นายกฯ ประกาศสงครามกับทุนเทาสแกมเมอร์ ว่าต้องการจะทำสงครามกับพวกนี้ แต่ก็ยังปล่อยให้พวกนี้มีอำนาจรัฐ ประเทศไทยจะอยู่ได้อย่างไร ดังนั้นสิ่งที่นายกฯ ทำอยู่ ไม่ได้แสดงถึงความจริงใจต่อการแก้ปัญหานี้เลย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องตลก แต่เราต้องซีเรียสจริงจัง ว่าจะปล่อยให้ทุนเทามีอำนาจรัฐต่อไปจริงๆ หรือเมื่อถามว่า กรณีของนายชนนพัฒฐ์จะเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนยังเป็นห่วงอยู่ 2 เรื่อง หนึ่งคือการลดกระแส วันนี้ยึดอายัดทรัพย์แล้ว แต่อย่างที่ตนบอกมันน้อยไป และยังไม่เห็นรายละเอียดการยึดอายัดทรัพย์ สองเป็นการเบี่ยงประเด็น การที่นายชนนพัฒฐ์ถูกยึดอายัดทรัพย์ 90 วัน สังคมอาจจะไม่สนใจ สุดท้ายนายชนนพัฒฐ์รอดหรือไม่ ดังนั้นวันนี้ต้องไม่ใช่แค่นายชนนพัฒฐ์ ถ้ารัฐบาลจริงใจในการทำเรื่องนี้ มันต้อง ร.อ.ธรรมมนัส นี่คือตัวชี้วัดที่สำคัญ เราถึงจะยอมรับได้ว่าพอจะมีความก้าวหน้า หรือการแสดงออกที่จริงใจ แต่ขณะนี้ที่ทำอยู่มีแต่คำพูด ยืนยันจะไม่ปล่อยเรื่องนี้อย่างแน่นอน หากนายอนุทินยังทำตัวแบบนี้ไปเรื่อยๆ ร.อ.ธรรมนัสอยู่แบบนี้ นายอนุทินก็มีแต่เสียกับเสีย และคงจะได้รับความเสียหายมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สุดแล้ว ต้องเอาผลประโยชน์ของประเทศมาวาง ถ้าไม่คิดถึงเรื่องผลประโยชน์ของประเทศให้มาก ยังแบกทุนเทาแบบนี้ไปเรื่อยๆ นายอนุทินจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีทำไมเมื่อถามว่า ประเมินมูลค่าทุนเทาไว้จำนวนเท่าไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า มหาศาล ไม่อั้น อันลิมิเต็ดแน่นอน แค่ปรินซ์ กรุ๊ป ก็มี 5 แสนล้านบาทแล้ว และนี่ตั้งกี่เครือข่าย ถ้าเงินทุนเทาใช้สำเร็จในการเลือกตั้งครั้งหน้าจริงจะเกิดอำนาจรัฐมาปกป้องทุนสีเทา ทุนสีเทาจะซื้อธุรกิจของไทย ซื้อบริษัทพลังงาน บริษัททางยุทธศาสตร์ และมีการเปิดร้านรายย่อยแข่งกับคนไทย สุดท้ายเศรษฐกิจไทยเป็นเศรษฐกิจของการฟอกเงิน ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายอย่างแน่นอน ยังไม่รวมถึงการท่องเที่ยว และประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางของการฟอกเงิน จะทำลายเศรษฐกิจการเงินการคลังอย่างไร ตนไม่อาจจะนึกภาพได้ ความเสียหายของประเทศไทยนับเฉพาะเงินที่ไหลเข้าไหลออก 1.15 แสนล้านบาท แต่ความเสียหายที่แท้จริงยังไม่มีใครประเมินได้ อาจจะมากกว่านั้นเป็นล้านล้านแล้วก็ได้


Posted

in

by

Tags: