ไม่ได้เมาท์เรื่องเขมรกันนานวันนี้เอาซะหน่อยเพราะเพื่อนกำลัง “ได้ดิบ-ได้ดี”เรียกว่ากำลัง “ขึ้นหม้อ” ว่างั้นเถอะ!จีนก็โอ๋ ขนสารพัดอาวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งเรือบิน เรือรบ รถถัง กะละมังรั่ว มาให้ไอ้กันก็โอ๋รื้อฟื้นคืนดีกับเขมรอีกครั้ง หลัง “รักร้าง-แรมไกล” กันไปนานสี่ซ้าห้าวันก่อนส่ง “รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ”บินมากะหนุงกะหนิงกับ “ฮุน มาเนต” ถึงพนมเปญต่างเออออห่อหมกจะฝึกซ้อมรบทางทหารร่วมกันอีกครั้ง ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ“อังกอร์เซนติเนล 2027”!ซ้ายก็จีน ขวาก็สหรัฐ เขมรเป็น “ไข่แดง” อยู่ตรงกลางไทยเห็น แต่ไทยเฉยๆเพราะไทย บรรลุ "โสดาบัน” เรื่องเขมรมานานแล้ว!“ฮุน เซน-ฮุน มาเนต” จึงคึกมากทหารตามแนวหน้าก็คึกตาม ทั้งที่ซมไข้มาลาเรียจากยุงป่าหน้าฝนบ้าง จากเอดส์ “กันเอง” บ้าง!?ชาวบ้านเขมรในหลายจังหวัดก็คึกด้วยบุญบารมีท่านผู้นำฮุน เซน บันดาลให้ฝนตกหลายร้อยห่า ทำให้ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว”แต่ห่าใหญ่ไปหน่อย น้ำจึงท่วมลึกเป็นเหวข้าวในนาชาวบ้านเลย “มรณภาพ” ไปสิ้น!ถึงกระนั้น “สองขุนพลพ่อลูก” ก็ยังคิดทำศึกหวังชิงแผ่นดินไทยไปเป็นของตนทั้งด้านอีสานใต้ตลอดแนวและด้านตะวันออกที่ สระแก้ว-ตราดคึกครั้งนี้ ก็ด้วยแรงส่งจากอาวุธยุทโธปกรณ์จากจีนคือ มีแล้วมันคันอยาก “ลองของใหม่” กับไทยอีกซักตั้งบวกกับได้ใจ ด้วยเหิมว่า….มีมหาอำนาจ “ทั้งจีน-ทั้งสหรัฐฯ”เป็น “องครักษ์” ให้ทั้งซ้ายและขวาด้วยคิดว่า ถ้าพลาดท่า-เสียทียังไงเสีย ๒ ลูกพี่ใหญ่ ก็ต้องหย่าศึกให้!เพราะไทย ต้องเกรงใจอยู่แล้วฉะนั้น ตอนนี้ เขมรทำเหมือนไม่เห็นหัวไทยเสริมกำลังตามแนว “ปราสาทตาเมือนธม” สุรินทร์ตั้งค่ายประชิดกัน ชนิดมองเห็น “ขี้ตา” ซึ่งกันและกันส่วนฐานที่มั่นห่างจากตัวปราสาทราว ๕๐ เมตรเรียกว่าฝ่ายไหนผายลมก็ได้กลิ่นขุดบังเกอร์ในโรงจอดรถถัง แบบ “เปิด-ปิด” ได้เวลายิงจะได้ “ผลุบหัว” ลงรูติดตั้งปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง (ปรส.)หันปากกระบอกใส่ทาง “ปราสาทตาเมือนธม”แถมทหารเขมร ทำกวนอวัยวะเบื้องล่างขึงสแลนสีดำแล้วคอยแอบส่องดูความเคลื่อนไหวฝ่ายไทย!นี่ผมไม่ได้ไปเห็นเองหรอกนะบรรยายตามที่คุณ “วาสนา นาน่วม” เธอรายงาน เพราะวันก่อน“พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี” ผู้ช่วย ผบ.ทอ.ในฐานะ “ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา”นำคณะทีมโฆษก “กต.-เหล่าทัพ” ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาพร้อมให้กำลังใจทหารหน้าแนวและมอบสิ่งของจำเป็นแก่หน่วยทหารพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย-เขมร ๑๗๐ กิโลเมตรที่ปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมือนธม ตั้งอยู่เป็น “อาณาจักรในปกครอง” ของ ๒ ขุนศึก“พันเอก ธานินทร์ ดมหอม”ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ ๒ กองกำลังสุรนารี (ผบ.ฉก.๒ กกล.สุรนารี)และ “พันโท ศรายุทธ มาลาสาย”ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๒๒ หน่วยเฉพาะกิจที่ ๒ (ผบ.ร.๒๓ พัน.๑ / ผบ.พัน ร.๒๒)ทหารเขมรสะแอ๋ง จะมาชิง ๒ ปราสาทละก็ต้องผ่าน “ไอ้โอป” ๒ ขุนศึกนี้ให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน!“๒ ขุนศึก” ได้ต้อนรับคณะ พล.อ.อ.ประภาสนำสังเกตการณ์และสนทนาภาษาการศึกกันเราก็อย่าไปรู้ลึกเลยว่า…เขาคุยอะไรกันเดี๋ยวเขมรมันได้ยินยิ่งมันส่งโดรนบินเข้ามาสอดแนมเป็นประจำอยู่ด้วยในฐานะที่ผมเป็นหน่วย ส.ท.ร. คือ เสือกรู้มันทุกเรื่องคะเนได้ว่า….เขมร มันก็แค่ “หมาเห่าไม่ (กล้า) กัด”!เพราะมันแหยงตีน ด้วยรู้พิษสงทหารไทยมาแล้วอย่างเก่ง ก็แค่ “กวนตีน”หวังให้ไทยเปิดก่อนจะได้ถ่ายคลิปให้พ่อมันไปฟ้องยูเอ็น!แต่มันหารู้ไม่ว่า ทุกวันนี้เขมรเป็น “เด็กเลี้ยงแกะ” ในเวทีโลกไปแล้วนอกจากไม่มีใครเชื่อทุกเรื่องที่เขมรพูดก็ยังไม่มีใคร “นับญาติ” อีกตะหากแม้กระทั่ง “จีน-สหรัฐฯ” นั่นก็แค่เขาปะเหลาะใช้การเมืองเป็นเรื่องตอแหลใส่กันที่พูดชนิด “ปากกับใจ” ตรงกัน ไม่มีเสแสร้งนั้นถ้าจะมี…ก็มี “ประธานาธิบดีปูติน” คนเดียว ที่เห็นอยู่!จะเอาที่ประธานาธิบดีปูติน “คิดอย่างไร-พูดอย่างนั้น” มาให้ท่านอ่านดูก็ได้ ว่าจริงอย่างที่ผมบอกมั้ยเนี่ย….ข่าวช่อง “31 วัน” เขานำมารายงาน อ่านเอา“ปูตินสวนกลับเขมรตรงไปตรงมา…ลั่นพวก “กินข้าวแล้วถีบชามทิ้ง” เคยเอาใจสหรัฐฯ จนได้ดี แล้วยังกล้ามา “ขออาวุธไปรบไทย”เมื่อวันที่ 20 สิงหา.ที่ผ่านมา….“สื่อท้องถิ่นเวียดนาม”เผยแพร่บทสัมภาษณ์ “ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน”ท่านตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงสาเหตุที่รัสเซียไม่สนับสนุนอาวุธให้กัมพูชาแต่กลับเลือกยืนข้างเวียดนามอย่างชัดเจนโดยแฟนเพจ “บีมนิวส์” นำคลิปพร้อมคำแปลมาเผยแพร่ กลายเป็น “ประเด็นร้อน” ทันทีในโซเชียลไทยปูตินตอบแบบไม่ไว้หน้าว่า….“กัมพูชาไม่ใช่ชาติที่รู้จักบุญคุณแม้แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันก็ตั้งขึ้นมาได้เพราะเวียดนามแต่กลับเคยขอความช่วยเหลือจากรัสเซียพร้อมส่งทหารรับจ้างไปยูเครนแถมยังเข้าร่วม “ศาลอาญาระหว่างประเทศ”และยอมรับ “หมายจับตัวเขา” เพื่อเอาใจสหรัฐฯปูตินใช้สำนวนตรงๆ ว่า…."ชนชาติกินข้าวแล้วถีบชามทิ้ง"และชี้ว่า ตอนนี้กัมพูชา“ไม่มีพันธมิตร” ใกล้ชิดเหลือเลยสักประเทศก่อนยกย่องเวียดนามว่า “มีจุดยืนมั่นคงและซื่อสัตย์”ผูกพันกับรัสเซียมาหลายทศวรรษจังหวะเดียวกับที่……กัมพูชาพยายาม “วิ่งหาอาวุธจากมหาอำนาจ”เพื่อเตรียมรับมือความตึงเครียด “ชายแดนกับไทย”ประตูบานใหญ่อย่างรัสเซียกลับ “ปิดใส่หน้า”แถมยังถูกประจานกลางเวทีสื่อต่างชาติแบบไม่มีเหลือเยื่อใยงานนี้ ถือเป็นบทเรียนราคาแพงว่าการ “เล่นเกมสองหน้า” เพื่อผลประโยชน์ระยะสั้นสุดท้าย อาจเหลือแค่ “ตัวคนเดียว”ตอนต้องการเพื่อนจริงๆ ต้องรอดูต่อว่าฝ่ายพนมเปญ….จะออกมา “ตอบโต้คำพูดของปูติน” อย่างไร?และจะสะเทือนสมดุลอำนาจในภูมิภาคอาเซียนแค่ไหน?…………………………แสบยิ่งกว่าหมาขี้เรื้อนถูกสาดด้วยน้ำหน่อไม้ดองร้อยเท่าแต่เขมรคงไม่แสบเพราะเป็นประเภท “หนังกลับ”!-เปลว สีเงิน๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๙วันเสาร์ที่ปลายซอย
‘ใครๆ ก็รุมรักเขมร’
by
Tags: