เปิดโลก เปิดโลก "ไจแอนโทฟิส" งูยักษ์โบราณยาวเกือบ 10 เมตร เคยครองโลกก่อนพบ ไททันโนโบอาหากพูดถึงงูยักษ์ในยุคดึกดำบรรพ์ หลายคนอาจนึกถึงชื่อของ Titanoboa เจ้าของสถิติงูที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ แต่ก่อนหน้าการค้นพบครั้งสำคัญในปี 2009 โลกเคยรู้จักอสรพิษยักษ์อีกสายพันธุ์หนึ่งที่น่าเกรงขามไม่แพ้กัน นั่นคือ Gigantophis garstini หรือ “ไจแอนโทฟิส”งูโบราณชนิดนี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในงูที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีชีวิตอยู่บนโลก และเคยเป็นเจ้าของตำแหน่งงูยักษ์อันดับหนึ่งมานานหลายสิบปีไจแอนโทฟิส คืออะไร อยู่ในยุคไหนของโลกไจแอนโทฟิสมีชีวิตอยู่ในช่วง ปลายยุคอีโอซีน (Eocene) ราว 35-40 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปนานแล้วยุคนั้นโลกมีสภาพอากาศอบอุ่นชื้น หลายพื้นที่เต็มไปด้วยป่าหนาทึบ หนองน้ำ และระบบนิเวศที่เหมาะกับสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ ทำให้สิ่งมีชีวิตมหึมาหลายชนิดสามารถเติบโตได้ดีขนาดใหญ่แค่ไหน ยาวกว่าอนาคอนดายุคปัจจุบันจากการประเมินซากฟอสซิล นักวิทยาศาสตร์คาดว่าไจแอนโทฟิสอาจมีความยาวประมาณ 7-10 เมตร โดยตัวเลขสูงสุดที่เคยประเมินอยู่ราว 9.3-10.7 เมตรน้ำหนักอาจมากถึง 450-500 กิโลกรัม ถือว่าใหญ่กว่างูอนาคอนดาในปัจจุบัน ที่มาความยาวเฉลี่ยประมาณ 5 เมตร อย่างชัดเจน และมีโครงสร้างกระดูกแข็งแรงเพื่อรองรับน้ำหนักมหาศาลลักษณะโดยรวมเชื่อว่าคล้ายงูเหลือมหรืองูหลามยุคปัจจุบัน แต่ตัวใหญ่และทรงพลังมากกว่าพบฟอสซิลที่ไหนบ้างหลักฐานสำคัญของไจแอนโทฟิสถูกค้นพบในพื้นที่ แอฟริกาเหนือ โดยเฉพาะประเทศอียิปต์และลิเบียสิ่งที่น่าสนใจคือ พื้นที่เหล่านี้ในอดีตไม่ได้เป็นทะเลทรายแห้งแล้งเหมือนปัจจุบัน แต่เคยเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและป่าเขตร้อน ซึ่งเหมาะกับงูขนาดยักษ์อย่างมากนอกจากนี้ ยังมีรายงานการพบซากในแถบปากีสถาน แต่ยังไม่มีข้อยืนยันชัดเจนว่าเป็นสายพันธุ์เดียวกันโดยตรงนักล่าตัวจริง ใช้วิธีรัดเหยื่อจนขาดใจนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าไจแอนโทฟิสเป็นงูไม่มีพิษ และใช้วิธีล่าแบบเดียวกับงูเหลือมหรืออนาคอนดา คือ รัดเหยื่อ (Constrictor)มันอาจซุ่มโจมตีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดกลางถึงใหญ่ในยุคนั้น ก่อนใช้ลำตัวมหาศาลพันรอบเหยื่อแล้วบีบรัดจนหมดแรง จากนั้นกลืนกินทั้งตัวหนึ่งในเหยื่อที่ถูกคาดการณ์ว่าอาจตกเป็นอาหาร คือ Moeritherium สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมโบราณที่ถูกมองว่าเป็นญาติยุคแรกของช้างทำไมงูยักษ์ชนิดนี้ถึงสูญพันธุ์ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการสูญพันธุ์ของไจแอนโทฟิสอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศช่วงปลายยุคอีโอซีน เมื่อโลกเริ่มเย็นลงและแห้งแล้งมากขึ้นเมื่อหนองน้ำและป่าชื้นลดลง ทั้งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์เลื้อยคลานยักษ์ชนิดนี้ก็ลดลงตามไปด้วย จนสุดท้ายหายไปจากโลกใหญ่สุดหรือไม่ เมื่อเทียบกับ Titanoboaแม้ไจแอนโทฟิสจะเคยถูกยกให้เป็นงูที่ใหญ่ที่สุด แต่หลังการค้นพบ Titanoboa ในปี 2009 ทำให้สถิตินั้นเปลี่ยนไปTitanoboa ถูกประเมินว่ายาวได้ถึง 13-15 เมตร จึงใหญ่กว่าพอสมควร อย่างไรก็ตาม ในยุคของไจแอนโทฟิส มันถือเป็นผู้ล่าระดับสูงสุดของระบบนิเวศอย่างแท้จริงบทสรุปไจแอนโทฟิส คือหนึ่งในงูยักษ์ที่น่าทึ่งที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ด้วยขนาดยาวกว่า 10 เมตร และบทบาทนักล่าชั้นนำเมื่อราว 40 ล้านปีก่อน แม้วันนี้จะสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่ซากฟอสซิลของมันยังช่วยให้มนุษย์มองเห็นภาพโลกยุคโบราณ ที่ครั้งหนึ่งเคยมีอสรพิษขนาดมหึมาเลื้อยอยู่จริงแหล่งอ้างอิงBritannica: GigantophisNature: Research on prehistoric giant snakesSmithsonian Magazine: Titanoboa and ancient giant snakes
ใหญ่จนไม่น่าเชื่อ! “ค้นพบ “งูยักษ์โบราณ” สุดสะพรึง ใหญ่กว่าอนาคอนดา 2 เท่า
by
Tags: