ไทยฟ้อง ‘ยูเอ็น’ ชี้กัมพูชาเมินหยุดยิง เล็งพาคณะทูตทหารลงพื้นที่ชายแดน 1 ส.ค.

กต.เผยไทยส่งหนังสือแจ้ง 'สหรัฐ-จีน-ยูเอ็น-มาเลเซีย' มีหลักฐานมัดกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ไทยเล็งนำคณะทูตทหารลงพื้นที่ชายแดน 1 ส.ค. ซัดกัมพูชาบิดเบือนคำพูดว่าที่ทูตสหรัฐ ย้ำไทยไม่เคยละเมิดข้อตกลงหยุดยิงแม้แต่ครั้งเดียว ผิดหวังกลาโหมกัมพูชาปล่อยเฟคนิวส์ ระบุรมต.ญี่ปุ่นต่อสายคุย 'มาริษ' หนุนท่าทีของไทยเมื่อวันที่ 30 ก.ค. เวลา 17.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ว่า กรณีที่กัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 24.00 น. ของวันที่ 28 ก.ค.2568 นั้น ฝ่ายไทยมีหลักฐานที่ชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหลายครั้งและในหลายพื้นที่ อาทิ การยิงปืนเล็กหรือยิงระเบิดเข้ามาในเขตแดนไทย การเพิ่มกำลังพลเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งไทยได้ส่งหนังสือแจ้งเรื่องการละเมิดดังกล่าวของกัมพูชา ไปยังประเทศมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน รวมถึงสหรัฐอเมริกา จีน และส่งถึงเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แล้วเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ นายทาเคชิ อิวายะ รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (30 ก.ค.) เพื่อสอบถามถึงสถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา และฝ่ายญี่ปุ่นสนับสนุนท่าทีของไทยที่ใช้ช่องทางทวิภาคีในการหาข้อสรุปและแก้ปัญหาโดยสันติวิธี“ไทยขอย้ำว่ายังยึดมั่นว่าทำตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด และมุ่งแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี เรารักษาคำพูด ไม่เคยละเมิดข้อตกลงแม้แต่ครั้งเดียว แต่กัมพูชาละเมิดกฎบ่อยครั้ง ไทยจึงขอเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงการหยุดยิงด้วยความจริงใจ” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวนายนิกรเดช กล่าวว่า ส่วนกรณีที่กระทรวงแรงงานและอาชีวศึกษากัมพูชาออกแถลงการณ์ห่วงใยและกังวลเกี่ยวกับการคุกคาม การทำร้ายแรงงานชาวกัมพูชาในประเทศไทย รวมทั้งเรียกร้องให้ผู้ประกอบการที่นำสินค้าเข้าและผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าจากไทยร่วมกดดัน ให้มีการประกันงานแบบมีคุณภาพและไม่เลือกปฏิบัติต่อแรงงานกัมพูชานั้น กระทรวงการต่างประเทศขอยืนยันว่าไทยเคารพในสิทธิของแรงงานต่างด้าวจากทุกประเทศ รวมถึงแรงงานต่างด้าวได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม สำหรับการที่กัมพูชาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารนั้น ไทยรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งต่อการที่กัมพูชายังเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารผ่านกระทรวงกลาโหมกัมพูชาที่มีเป้าหมายปกปิดความจริง ทำลายความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของไทยในเวทีระหว่างประเทศ อีกทั้งขอยืนยันว่าไทยไม่เคยใช้อาวุธเคมี ส่วนรูปที่กัมพูชากล่าวอ้างก็เป็นเฟคนิวส์ โฆษกทหารของกัมพูชานำภาพการดับไฟป่าในประเทศอื่นมาบิดเบือนข้อมูล จึงขอให้สื่อมวลชนและสาธารณชนอย่าหลงเชื่อการบิดเบือนข้อมูลจากกัมพูชานายนิกรเดช กล่าวอีกว่า การที่กัมพูชายังละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง แต่กลับสื่อสารกับนานาประเทศว่า ตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำนั้น เป็นหลักฐานชัดเจนว่ากัมพูชาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร สะท้อนถึงความไม่จริงใจในการร่วมแก้ปัญหา ซึ่งการกระทำเช่นนี้บั่นทอนความไว้วางใจ ความพยายามทั้ง 2 ฝ่ายที่จะฟื้นฟูสันติภาพและการสร้างบรรยากาศที่ดีต่อการเจรจา อีกทั้งเป็นอุปสรรคที่จะทำให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติอย่างยั่งยืน ขณะที่บทบาทของเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกได้ชี้แจงและเผยแพร่ข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับสถานการณ์ ท่าที และหลักการสากลที่ไทยยึดถือ ไปให้รัฐบาล องค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สื่อมวลชน ท้องถิ่น ชุมชนไทยในต่างประเทศได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และเข้าใจจุดยืนของไทยที่ต้องการยุติความขัดแย้ง และกลับเข้าสู่การเจรจากับกัมพูชาบนพื้นฐานของความจริงใจ นอกจากนี้ คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ 4 สำนัก และคณะผู้แทนถาวรประจำอาเซียน กำลังชี้แจงจุดยืนข้อเท็จจริงของไทยในเวทีโลก ภายใต้อนุสัญญาต่าง ๆ เพื่อยึดมั่นต่อพันธกรณีระหว่างประเทศของไทยนายนิกรเดช กล่าวว่า นอกจากนี้ ขอวิงวอนให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลและทุกหน่วยงานได้บูรณาการความร่วมมืออย่างเต็มที่เพื่อปกป้องอธิปไตย บูรณภาพดินแดน ศักดิ์ศรี สถานะของไทยระหว่างประเทศ และยึดถือผลประโยชน์และความปลอดภัยของคนไทยไว้เหนือสิ่งอื่นใดเสมอมาเมื่อถามถึงกรณีที่นายฌอน เค. โอนีลล์ ว่าที่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เตือนไทยว่าการทำสงครามกับเพื่อนบ้านจะเป็นอันตรายต่อความเป็นพันธมิตรระหว่างไทยและสหรัฐ นายนิกรเดช กล่าวว่า เป็นการพูดจริง โดยนายโอนีลล์ถูกถามในการประชุมวุฒิสภาสหรัฐ เพื่อพิจารณารับรองของวุฒิสภาสหรัฐ ในการไปเป็นทูตประจำประเทศไทย ซึ่งฝ่ายกัมพูชานำไปปั่นกระแสเสมือนว่านายโอนีลล์โจมตีไทย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ มีการตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยเมื่อถามว่ากัมพูชาเชิญผู้ช่วยทูตทหารจาก 13 ประเทศ ลงพื้นที่ชายแดนบริเวณจุดผ่อนปรนช่องอานม้า นายนิกรเดช กล่าวว่า เราไม่กังวล และกัมพูชามีสิทธิเชิญผู้ช่วยทูตทหาร แต่คนที่กังวลควรจะเป็นกัมพูชามากว่า เพราะเขาเป็นผู้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เพราะฉะนั้น ถ้าคณะทูตสำรวจพื้นที่อย่างละเอียดจริง ก็คงเห็นข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมของไทยกำลังประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะนำผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศและสื่อมวลชนลงพื้นที่เช่นกัน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นวันศุกร์ที่ 1 ส.ค.นี้ เพื่อจะได้เห็นสถานที่และข้อเท็จจริงในการทำร้ายประชาชนที่ไม่ใช่ทหาร ซึ่งน่าจะเป็นหลักฐานให้กับผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มประเทศอาเซียน มาเลเซีย สหรัฐ และจีน ทั้งนี้ การที่ไทยประสานนำคณะทูตลงพื้นที่ล่าช้า เพราะต้องมีความมั่นใจในด้านความปลอดภัยของผู้ช่วยทูตทหาร เนื่องจากเราคาดการณ์ไม่ได้ว่าฝ่ายกัมพูชาจะละเมิดการหยุดยิงอีกเมื่อไหร่


Posted

in

by

Tags: