ทั่วโลกติดตาม! สื่อยักษ์ใหญ่หลายเจ้ารายงานข่าว “แพทองธาร” พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากคดีคลิปเสียง ฮุน เซน ส่วนใหญ่มองการเมืองไทยจะมั่นคงกลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทั่วโลกจับตามอง หลังวันที่ 29 ส.ค. 68 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยคดี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปมคลิปเสียงพูดคุยกับ สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาคำวินิจฉัยในคดีตอนหนึ่งระบุว่า การกระทำของ น.ส.แพทองธาร เป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับเจตนาและความความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้น ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง จึงมีพฤติกรรมฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันทำให้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามศาลจึงวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว นับแต่วันที่ศาลฯ สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 1 ก.ค. 2568 และเมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงแล้ว ครม.ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะหลังมีรายงานดังกล่าว สำนักข่าวระดับโลกหลายเจ้าต่างพากันรายงานข่าวด่วนนี้ โดยส่วนใหญ่รายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า สถานการณ์การเมืองไทยกลับสู่ภาวะวุ่นวายและมีเสถียรภาพทางการเมืองที่ไม่แน่นอนอีกครั้งBBC พาดหัวว่า “คลิปเสียงหลุดเส้นทางอาชีพนายกฯ ไทย และตระกูลชินวัตรอย่างไร”โดยระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญของไทยลงมติปลดนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งอีกครั้ง BBC บอกอีกว่า ในเดือน ก.ค. ผู้พิพากษา 7 ใน 9 คนของศาลได้ลงมติให้พักงาน น.ส.แพทองธาร ดังนั้น คำตัดสินในวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจส่วน CNN พาดหัวว่า “นายกฯ ไทยถูกปลดจากตำแหน่ง หลังมีกรณีฉาวคลิปเสียงหลุดกับผู้มากบารมีของกัมพูชา”เนื้อความระบุว่า “ศาลไทยได้มีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่ง โดยวินิจฉัยว่า การโทรศัพท์สนทนาระหว่างเธอกับอดีตผู้นำกัมพูชา ถือเป็นการละเมิดหลักจริยธรรม ส่งผลให้ประเทศไทยเข้าสู่ความวุ่นวายทางการเมืองครั้งใหม่”CNN บอกว่า แพทองธาร สมาชิกตระกูลชินวัตรผู้ทรงอิทธิพลทางการเมือง กลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของประเทศไทยในเดือน ส.ค. 2567 และดำรงตำแหน่งได้เพียงปีเดียวสำนักข่าว CNN ยังระบุว่า “คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นอีกหนึ่งกระแสความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในการเมืองไทย”ด้านสำนักข่าว The Guardian พาดหัวว่า “ศาลไทยสั่งปลดนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร”The Guardian ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญของไทยมีคำพิพากษาให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยวินิจฉัยว่าในฐานะผู้นำประเทศ เธอได้ละเมิดหลักจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาคำพิพากษาดังกล่าวซึ่งนำไปสู่ภาวะไร้เสถียรภาพครั้งใหม่ในประเทศ ทำให้เธอต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งทันที ซึ่งเธอดำรงตำแหน่งมาประมาณ 1 ปีเท่านั้นทางฝั่งสำนักข่าว Reuters พาดหัวว่า “ศาลไทยสั่งปลดนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ฐานละเมิดจริยธรรม”เนื้อความระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญของไทยมีคำพิพากษาให้ถอดถอนนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากละเมิดหลักจริยธรรม หลังจากดำรงตำแหน่งได้เพียงปีเดียว นับเป็นการโจมตีครั้งสำคัญอีกครั้งต่อ9itd^]ชินวัตร ซึ่งอาจนำไปสู่ความวุ่นวายครั้งใหม่การตัดสินใจครั้งนี้ปูทางไปสู่การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่โดยรัฐสภา ซึ่งเป็นกระบวนการที่อาจยืดเยื้อ เนื่องจากพรรคเพื่อไทยกำลังสูญเสียอำนาจต่อรอง และเผชิญกับความท้าทายในการสร้างพันธมิตรที่เปราะบางด้วยเสียงข้างมากที่น้อยนิดขณะที่ Associated Press พาดหัวว่า “ศาลไทยสั่งปลดนายกฯ พ้นตำแหน่ง ปมโทรศัพท์คุยประนีประนอมกับผู้นำกัมพูชา”AP ระบุว่า “ศาลรัฐธรรมนูญของไทยได้มีคำพิพากษาให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยวินิจฉัยว่าในฐานะผู้นำประเทศ เธอได้ละเมิดหลักจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญ ในระหว่างการโทรศัพท์คุยกับฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา”AP บอกว่า คลิปเสียงหลุดระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับ ฮุน เซน มีวัตถุประสงค์เพื่อคลายความตึงเครียดเกี่ยวกับปัญหาชายแดน แต่กลับก่อให้เกิดกระแสความไม่พอใจในประเทศไทย เนื่องจาก น.ส.แพทองธารดูเหมือนจะเป็นมิตรมากเกินไปในการหารือเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ และดูเหมือนจะใส่ร้ายนายพลของตัวเองคำตัดสินของศาลทำให้รัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคเพื่อไทยตกอยู่ในสถานการณ์ที่สั่นคลอน ความขัดแย้งเกี่ยวกับคลิปเสียงดังกล่าวทำให้พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรรายใหญ่ที่สุดของพรรคเพื่อไทย ต้องถอนตัวออกจากรัฐบาล ทำให้รัฐบาลผสมมีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพียงน้อยนิดAP ระบุอีกว่า นี่นับเป็นการโจมตีกลไกทางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร บิดาของ น.ส.แพทองธาร ซึ่งถูกโค่นอำนาจจากการรัฐประหารในปี 2549 แต่ยังคงรักษาอำนาจทางการเมืองไว้ได้ส่วน Al Jazeera พาดหัวว่า “ศาลไทยมีคำพิพากษาถอดถอนนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ออกจากตำแหน่ง”Al Jazeera รายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญของไทยมีคำสั่งถอดถอนนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ออกจากตำแหน่ง หลังจากพบว่าเธอมีความผิดทางจริยธรรม จากการโทรศัพท์หารือกับ ฮุน เซน อดีตผู้นำกัมพูชา ซึ่งทำให้เกิดการถกเถียงศาลซึ่งมีผู้พิพากษา 9 คน วินิจฉัยว่า นักการเมืองวัย 39 ปีผู้นี้ได้ละเมิดมาตรฐานจริยธรรมที่นายกรัฐมนตรีพึงมีระหว่างการโทรศัพท์หารือกับ ฮุน เซน เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเธอได้หารือถึงความพยายามในการป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งชายแดนที่ร้ายแรงลุกลามบานปลายศาลยังกล่าวอีกว่าแพทองธารได้เอาแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวของตนเหนือผลประโยชน์ของประเทศชาติ และทำลายชื่อเสียงของประเทศAl Jazeera บอกว่า คำตัดสินนี้นับเป็นคดีที่ 2 จาก 3 คดีที่มีเดิมพันสูงต่อ น.ส.แพทองธาร และอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร บิดาของเธอส่วนสื่อญี่ปุ่น NHK พาดหัวว่า “ศาลรัฐธรรมนูญไทยสั่งปลดนายกฯ แพทองธาร”โดยระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญของไทยได้มีคำพิพากษาให้ถอดถอนนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ออกจากตำแหน่ง โดยอ้างถึงการละเมิดจริยธรรมในการจัดการกับข้อพิพาทชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาNHK บอกว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎร แต่ด้วยความตึงเครียดกับกัมพูชาที่ยังคงดำเนินต่อไป จึงยังไม่แน่ชัดว่าความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศไทยจะได้รับการแก้ไขหรือไม่ข่าวที่เกี่ยวข้องผลคำพิพากษา! ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตา “แพทองธาร” พ้นตำแหน่งนายกฯ คดีคลิปเสียง คำพิพากษาฉบับเต็ม! ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย "แพทองธาร" ขาดคุณสมบัติพ้นนายกฯ อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องพาดหัวสื่อทั่วโลก “แพทองธาร” พ้นตำแหน่งนายกฯ ปมคลิปเสียง ฮุน เซนติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com
ส่องพาดหัวสื่อทั่วโลก “แพทองธาร” พ้นตำแหน่งนายกฯ ปมคลิปเสียง ฮุน เซน
by
Tags: