กัมพูชา แถลง ยืนยัน เดินหน้าใช้ทุกกลไกป้องป้องอธิปไตย อ้าง ไทยการกระทำเพียงฝ่ายเดียว

จากกรณีที่กัมพูชา รวมตัวกดดันทหารไทย พร้อมถือท่อนไม้และแสดงท่าทีแข็งกร้าว ประท้วงป้ายแจ้งเตือนให้ออกจากพื้นที่รุกล้ำอธิปไตยไทย ที่ บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ววันนี้ (4 ก.ย.68) “ฮุน มาเนต” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์เฟซบุ๊กกรณีข้อพิพาทชายแดนกับไทย ระบุว่า โฆษกของรัฐบาลกัมพูชา ขอแจ้งให้ประชาชนทราบว่า รัฐบาลกัมพูชาภายใต้การนำของสมเด็จมหาบัณฑิต ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ได้พยายามอย่างถึงที่สุดในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศโดยใช้ทุกวิถีทางจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านโชกชัยและหมู่บ้านเปรยจัน ตำบลอูร์เปย์โจน อำเภออูร์ชรูว์ จังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งฝ่ายไทยได้ดำเนินการฝ่ายเดียว ตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.68 เป็นต้นมา ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่อาศัยและพึ่งพาทรัพยากรในพื้นที่มาอย่างยาวนาน รัฐบาลกัมพูชาได้ดำเนินการอย่างแข็งขัน โดยใช้งานกลไกในทุกระดับที่มีอยู่ เพื่อประท้วงและแจ้งไปยังฝ่ายไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านทุกช่องทางทางการทูต ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศซึ่งรวมถึงกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้ยื่นหนังสือประท้วงทางการทูตถึงกระทรวงการต่างประเทศของไทย 3 ครั้ง และได้นำประเด็นนี้ขึ้นหารือในเวทีต่างๆ รวมถึงในองค์การระหว่างประเทศหลายแห่ง เช่น สหประชาชาติเป็นต้น ทั้งนี้ได้จัดการเยี่ยมชมพื้นที่จริงโดยเชิญตัวแทนจากสถานทูตต่างประเทศ องค์การสหประชาชาติประจำกัมพูชา และองค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ ไปยังหมู่บ้านโชกชัยและเปรยจัน และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะอาวุธในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาโดยมีการจัดประชุมพิเศษของ คณะกรรมการเขตแดนทั่วไปกัมพูชา–ไทย (GBC) 1 ครั้ง และคณะกรรมการเขตแดนระดับภูมิภาค (RBC) 4 ครั้ง โดยฝ่ายกัมพูชาเน้นย้ำประเด็นการปกป้องบูรณภาพของดินแดนสำนักเลขาธิการคณะกรรมการเขตแดน ได้ยื่นหนังสือประท้วง 3 ครั้ง ในนามของคณะกรรมการ JBC (คณะกรรมการกำหนดเขตแดนทางบกระหว่างสองประเทศ) ไปยังฝ่ายไทย และหน่วยงานท้องถิ่นของจังหวัดบันเตียเมียนเจย ได้ยื่นหนังสือประท้วง 2 ครั้ง ไปยังหน่วยงานของจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทยซึ่งหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลกัมพูชา ได้ดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรของตน เพื่อขอให้มีการแทรกแซงโดยทันที คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งกัมพูชา ได้รายงานการดำเนินการฝ่ายเดียวของฝ่ายไทยต่อผู้รายงานพิเศษว่าด้วยสิทธิในการขอลี้ภัยอย่างเหมาะสมของสหประชาชาติ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนระหว่างรัฐของอาเซียน (AICHR) หน่วยงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอิสระอื่นๆนอกจากนี้ สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรี ได้ยกประเด็นนี้ขึ้นทุกครั้งที่พบกับผู้นำต่างประเทศที่สำคัญ เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาเขตแดนด้วยสันติวิธี ตามข้อตกลงทวิภาคี อนุสัญญา และกฎหมายระหว่างประเทศล่าสุดในการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ถึง 1 ก.ย. 68 ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน ท่านได้ยกประเด็นนี้หารือกับ ฯพณฯ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ฯพณฯ หวัง ฮูหนิง ประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน ฯพณฯ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ ฯพณฯ อันวา อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และประธานหมุนเวียนของอาเซียนโดยท่านนายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้เรียกร้องให้มีการแทรกแซง เพื่อผลักดันให้มีการบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงอย่างมีประสิทธิภาพและครบถ้วน โดยผ่านการมีอยู่ของกลไกติดตามของบุคคลที่สาม แก้ไขปัญหาเขตแดนด้วยสันติวิธี โดยอิงตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และยุติการขยายพื้นที่พิพาท การใช้กำลังทหารเข้ายึดครองโดยมิชอบ และการบังคับขับไล่พลเรือนออกจากพื้นที่ที่อาศัยอยู่อย่างยาวนาน เพื่อป้องกันเหตุการณ์รุนแรง และลดความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การปะทะทางอาวุธอีกครั้งในส่วนของสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และประธานสภาที่ปรึกษาแห่งพระมหากษัตริย์กัมพูชาใช้กลไกทางการทูตอย่างแข็งขันในการประชุมกับผู้นำต่างประเทศ เพื่อแสวงหาทางออกโดยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชาซึ่งโฆษกรัฐบาล ขอเน้นย้ำให้ประชาชนทราบว่าการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพของดินแดน เป็นภารกิจสำคัญอันดับหนึ่งของรัฐบาลกัมพูชา ภายใต้การนำของพรรคประชาชนกัมพูชาทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต รัฐบาลกัมพูชาที่นำโดย สมเด็จมหาบัณฑิต ฮุน มาแนต จะยังคงพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาเขตแดนอย่างสันติ โดยอิงตามกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อรักษาอธิปไตยบูรณภาพของดินแดน และความสงบสุขซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศและประชาชน


Posted

in

by

Tags: