4 กันยายน 2568 – นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย ทูลเกล้าฯยุบสภาโดยไม่มีอำนาจ มีการทักท้วงจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังดื้อดึง จึงต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เบื้องต้นคงต้องมีความผิดในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการโดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา157 แน่นอน ส่วนผิดกฎหมายอื่นคงมีตามมาอีกหลังจากที่การข่าวยืนยันตรงกันว่า สำนักองคมนตรี ในฐานะหน่วยงานกลั่นกรองหนังสือและถวายความเห็นประกอบกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย และทรงลงพระปรมาภิไธย ได้ส่งคืนร่างพระราชกฤษฎีกา กลับมาให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แล้ว โดยหนังสือนำส่งกลับคืนมาระบุว่า การกราบบังคมทูลร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร ไม่เป็นไปตามระเบียบการนำเสนอเพื่อขอพระมหากรุณาเนื่องจากเป็นเรื่องที่มีปัญหาข้อขัดแย้งว่า กระทำได้หรือไม่ ประกอบกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ทำความเห็นประกอบว่า รัฐบาลรักษาการ ไม่สามารถกราบบังคมทูลร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ ได้จึงไม่สามารถกราบบังคมทูล เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยได้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รายงานให้นายภูมิธรรม ในฐานะผู้กราบบังคมทูล ทราบแล้วจึงมีความเห็นทางกฎหมายว่า ผู้ดำเนินการที่ประกอบด้วย นายภูมิธรรม และนายพรหมมินทร์ เลขาธิการนายกฯมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา “มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”เพราะเลขากฤษฏีกาบอกแล้วว่าทำไม่ได้ อีกทั้งตามระเบียบห้ามนำเสนอหากยังมีปัญหาการขัดแย้งกันอยู่จึงรูู้อยู่แล้วว่าทำไม่ได้แต่ยังขืนทำ อันเป็นการรบกวนเบื้องพระยุคลบาท สมควรได้รับการลงโทษอย่างหนักเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป
อดีตสว.สมชาย ชี้เปรี้ยง ‘ภูมิธรรม-หมอมิ้ง’ ผิด ม.157 สมควรรับโทษหนัก
by
Tags: