‘อังคณา’ เรียกร้องรัฐบาลไทยชี้แจง กรณีส่งเสียงข้ามพรมแดนกัมพูชา

“อังคณา นีละไพจิตร” สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เรียกร้องให้รัฐบาลไทยชี้แจงต่อสหประชาชาติ หลังมีรายงานว่าหน่วยทหารไทยส่งเสียงข้ามพรมแดน จงใจสร้างความหวาดกลัวแก่พลเรือนกัมพูชา"กัมพูชา" ร้องยูเอ็นสอบไทย ปมใช้ลำโพงเปิดเสียง "ผี–เครื่องบิน" ก่อความหวาดกลัวให้ชาวบ้านชายแดน ชี้เข้าข่ายการคุกคามทางจิตวิทยา ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้อ่านข่าวต่อ : ด่วน! กัมพูชาร้องยูเอ็นสอบไทยใช้ “เสียงผี–เสียงเครื่องบิน” ก่อความหวาดกลัวชายแดนเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "นางอังคณา นีละไพจิตร" สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว"Angkhana Neelapaijit" โดยเรียกร้องให้รัฐบาลไทยชี้แจงต่อสหประชาชาติ กรณีหน่วยทหารส่งเสียงข้ามพรมแดนกัมพูชา จงใจสร้างความหวาดกลัวต่อพลเรือน กลุ่มเปราะบาง พร้อมเตือนอาจเข้าข่ายการทรมานทางจิตวิทยาโดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า "ในช่วงความขัดแย้ง/ สงคราม การปล่อยให้อินฟลูฯ หรือกลุ่มบุคคลเข้าไปกระทำการเพื่อสร้างความกดดันหรือความหวาดกลัว ถือเป็นความท้าทายอย่างมากต่อรัฐบาลโดยเฉพาะ รมต.ต่างประเทศ ถึงแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อหาทางออกร่วมกัน รัฐบาลไทยควรตระหนักว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นถูกรายงานไปยังองค์การสหประชาชาติ"อีกทั้ง "วานนี้ (11 ตุลาคม) Keo Remy ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (Cambodia Human Rights Committee) ได้มีหนังสือถึงข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน สหประชาชาติ ระบุว่า “คณะกรรมาธิการ ได้รับรายงานที่เชื่อถือได้จากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและพลเรือนที่ได้รับผลกระทบในหมู่บ้านเปรย์จัน และจ็อกเจย์ ตำบลโอเบย์จอน อำเภอโอจรอว์ จังหวัดบันเตียเมียนเจย ระบุว่า หน่วยทหารแห่งราชอาณาจักรไทยได้กระจายเสียงที่มีลักษณะคล้ายเสียงโหยหวนของภูตผีผ่านลำโพงขนาดใหญ่ ตั้งแต่เวลา 22.44 น. จนถึงเวลา 00.04 น. จากนั้นได้เปิดเสียงเครื่องยนต์อากาศยานต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลา 03.22 น. ถึงเวลา 03.53 น. โดยจงใจส่งเสียงไปยังชาวบ้านกัมพูชาในพื้นที่ใกล้เคียง"นอกจากนี้ "ซึ่งมีเจตนาเพื่อรบกวนและข่มขวัญ เสียงเหล่านี้ ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นเสียงดังแหลมสูงและต่อเนื่องเป็นเวลานาน ได้สร้างความเดือดร้อนในการนอนหลับก่อให้เกิดความวิตกกังวลและสร้างความไม่สบายทางร่างกายในหมู่ชาวบ้าน รวมถึงสตรี เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และคนพิการ การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์และยั่วยุในลักษณะเช่นนี้ไม่เพียงเป็นอันตรายต่อสุขภาพกายและใจของพลเรือนกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่การยกระดับความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน การกระทำดังกล่าวไม่มีในสังคมอารยะใด ๆ และขัดแย้งโดยตรงกับหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ (These actions have no place in any civilized society and stand in direct contradiction to the principles of the United Nations Charter) ซึ่งยึดมั่นในสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการเคารพอธิปไตยซึ่งกันและกันระหว่างประเทศ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อเจตนารมณ์ของ ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2025 และ บันทึกข้อตกลง 13 ข้อของการประชุมคณะกรรมการชายแดนร่วม (GBC) สมัยวิสามัญระหว่างกัมพูชาและไทย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2025"อย่างไรก็ตาม "รัฐบาลควรตระหนักว่า การทำใดๆ ที่ทำให้เกิดความหวาดกลัวหรือส่งผลกระทบต่อจิตใจของพลเรือนแม้จะเป็นคู่ขัดแย้งในสงคราม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาจเข้าข่ายการทรมานทางจิตวิทยา (Psychological Torture) ตามอนุสัญญา CAT ที่ประเทศไทยเป็นภาคี อยากฟังว่ารัฐบาลจะชี้แจงเรื่องนี้อย่างไรในเวทีระดับโลก"ขอบคุณข้อมูล : Angkhana Neelapaijit


Posted

in

by

Tags: