ขาดสติหรือตั้งใจ?

ไม่ทราบรัฐบาล-นายกฯ จะได้เออออตามหรือไม่?ก็ที่พิธีกรคนดัง คุณอั๋น-ภูวนาท คุนผลิน ได้โพสต์ 3-4 วันก่อนนู้นว่า.. “เรื่องที่ผมจะพูดน่าจะเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมากพอสมควรแต่อยากยืนยันถึงเจตนาที่ดี มาชวนกันคิดชวนกันคุยถึงแนวทางในการเดินหน้ากันในช่วงเวลาที่ประเทศมีความบอบบางมากๆ ในหลายมิติแบบที่เป็นอยู่ ณ ตอนนี้ในภาวะเศรษฐกิจระดับหอบหืดหายใจรวยรินแทบไม่พ้นน้ำแบบเดือนต่อเดือน2-3 เดือนที่เหลืออยู่ตรงหน้าของปีนี้คือลมหายใจเกือบเฮือกสุดท้ายที่ทำให้หลายคน และธุรกิจยังมีหวังพอจะไปต่อได้ผมแอบคิดว่า การไว้ทุกข์และไว้อาลัยน่าจะสามารถนำเสนอออกมาได้หลากหลายอย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานของความเคารพสูงสุดเหมือนเดิมโดยไม่ต้องหยุดชะงักงันได้ไหม เช่น การแสดงออกถึงความอาลัยนั้น ความจริงมีตัวอย่างที่น่าสนใจให้เห็นมากมายว่าอาจทำออกมาในรูปแบบของการเฉลิมฉลอง อาทิ In the memories of…, Celebration the life of…, Tribute…. แค่เพียงปรับและเปลี่ยนแนวทางการนำเสนอโดยไม่ต้องใช้ความเศร้านำแต่เป็นการใช้ความระลึกถึงโดยใช้การสร้างความทรงจำที่สวยงามร่วมกันแทน ผ่าน event concert แม้แต่งานพลุ ลอยกระทง วิจิตรเจ้าพระยา หรือ DroneShow อย่างซาบซึ้งว่าเราโชคดีเพียงใดที่ได้เกิดในรัชสมัยของพระองค์นั้นเป็นต้นงาน Event มหกรรมพลุ concerts เทศกาลสารพัด รวมถึงลอยกระทงในรูปแบบ Tribute หรือปรับ concept นี้ จะทำให้ธุรกิจทุกภาคส่วนยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ร่วมกันอย่างดีทั้งระบบเผลอๆ ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากหัวใจที่มีความรู้สึกร่วมกันของคนไทย โดยไม่ต้องใช้วิธีและวิถีแห่งความเศร้าสลดนำในส่วนของพระราชพิธีและขนบอันทรงคุณค่าก็เดินหน้ารักษาส่งเสริมควบคู่ เคียงข้างกันไป ผมไม่ได้รังเกียจการต้องมีน้ำตาหรือร้องไห้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเช่นนี้แต่ผมแค่อยากให้พวกเราลองคิดตามดู โดยเฉพาะท่านผู้นำในหลายภาคส่วนทั้ง ททท. กระทรวงท่องเที่ยว ครม. โดยเฉพาะท่านนายกฯอาจจะลองพิจารณาในมุมที่เปิดกว้างขึ้นอย่างสร้างสรรค์นี้ ที่อาจจะนำพาประเทศไทยที่บอบช้ำมามากๆๆๆๆ ให้ผ่านช่วงเวลาแบบนี้ได้อย่างแตกต่าง ไม่ได้บอกว่านี่คือวิธีที่ดีที่สุดแต่อยากให้พิจารณาว่ามันอาจเป็น 1 วิธีที่เราจะก้าวข้ามผ่านได้แบบไม่มีใครต้องร้องไห้ไปพร้อมกับต้องเสี่ยงจะจมน้ำตายจากเศรษฐกิจที่หยุดชะงักตามไปด้วยนี่อาจเป็นจุดพิสูจน์ภาวะผู้นำที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในยามคับขันก็เป็นได้”ครับ..ก็เป็นมุมมอง-ข้อเสนอที่น่ารับฟัง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับนายกฯ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะรัฐมนตรีล่ะว่าจะเห็นดี-เห็นงามด้วยหรือไม่?เข้าใจว่าเป็นเรื่องอ่อนไหว แต่เมื่อคุณอั๋นกล้านำเสนอด้วยความบริสุทธิ์ใจดังๆ ออกมาเช่นนี้แล้ว รัฐบาลก็น่าจะได้หยิบยกมาพิจารณาใคร่ครวญให้ถ้วนถี่-รอบคอบ..เอา-ไม่เอา (ตาม) ไม่ว่ากัน!เออ..ส่วน “ลิเกหนุ่มน้อยหน้ามน” นายนั้น แม้จะได้โพสต์.. “ผมไม่ได้ออกมาแก้ตัวแต่ประการใด ในส่วนของผมที่ผมโพสต์ไปในวันนั้นผมผิดที่โพสต์เพราะเกิดอารมณ์ชั่ววูบและขาดสติ และโพสต์ไปแค่ 15 นาที ผมก็ลบ เพราะตั้งสติได้ เหตุเพราะวันนั้นเป็นวันที่งานแสดงเช้าวันนั้นทุกคนตั้งใจที่จะไปแสดงตามที่เจ้าภาพว่าจ้างไว้ ทั้งอุปกรณ์ แสง สี เสียง อีกทั้งภายในงานยังมีพ่อค้า แม่ขาย ซึ่งลงทุนซื้อของ ตั้งร้านกันเต็มสถานที่แล้วอยู่ๆ ทางผู้รับงาน ทักมาบอกว่างดงาน ทางเจ้าภาพท่านจะให้เล่น แค่ทางผู้ว่าราชการลงมาสั่งให้งด ผมสงสารคนที่เค้าลงทุนลงแรงไปแล้ว ใครจะรับผิดชอบได้?ผมจึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบ โพสต์ในสิ่งที่ไม่ควรไป หลังจากนั้น 15 นาที ผมก็ลบ แต่ที่เป็นประเด็นคือคนที่ก๊อปของผมไปลงแล้วแห่แชร์ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต ด่าสาดเสียเทเสียกันไปต่างๆ นานา ทั้งที่ไม่รู้ที่มาที่ไป นำรูปผมไปลงทำให้เกิดความเสียหายโดยไม่ถามเลยว่าเกิดอะไรขึ้น (ทั้งนี้เป็นเพราะขาดสติไปถึงโพสต์ ตั้งสติได้จึงลบ)ผมไม่ได้ดูหมิ่นหรือไม่เคารพสถาบันแต่อย่างใด แต่ผมยอมรับเรื่องขาดสติในการโพสต์ไม่ใช่เพราะกลัวกระแสวิจารณ์แต่อย่างใดครับ”แต่ดูท่า อนาคตอาชีพลิเกจะหากินลำบาก-ไม่ราบรื่นซะแล้ว ด้วยบรรดาแม่ยก-พ่อยกคงจะหมดความรัก-ความเอ็นดู..เอ็งไม่ได้ขาดสติหรอก (ว่ะ) ไอ้หนู..กูรู้..นายตั้งใจโพสต์แหละ!.สันต์ สะตอแมน


Posted

in

by

Tags: