ย้อนสรุปไทม์ไลน์สุดอื้อฉาว ที่สั่นคลอนราชวงศ์อังกฤษ.. เรียกได้ว่าสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ท่ามกลางการจับตาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ "เจ้าชายแอนดรูว์" พระอนุชาในสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ทรงเผชิญกับจุดตกต่ำครั้งประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อังกฤษ หลังจากที่ทรงถูกถอดถอนพระอิสริยยศ และฐานันดรศักดิ์ทั้งหมด!กรณีอื้อฉาวนี้ มีต้นตอจากความสัมพันธ์ส่วนพระองค์กับ "เจฟฟรีย์ เอปสเตน" มหาเศรษฐีคดีค้าประเวณีผู้เยาว์ และได้ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ "เวอร์จิเนีย จุฟเฟร" อดีตเหยื่อ ได้ยื่นฟ้องพระองค์ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ แม้จะมีการปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด แต่แรงกดดันมหาศาลจากสาธารณชนและการยุติคดีด้วยการจ่ายเงินยอมความ ได้นำไปสู่ "พระบรมราชโองการให้ลดสถานะของเจ้าชายแอนดรูว์กลับสู่สามัญชน" โดยจากนี้ไปจะถูกเรียกในชื่อ "นายแอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์" เท่านั้นจุดเริ่มต้น.. ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษกับเจฟฟรีย์ เอปสเตนกรณีอื้อฉาวทั้งหมด เริ่มต้นจากมิตรภาพใกล้ชิดระหว่างเจ้าชายแอนดรูว์กับนายเจฟฟรีย์ เอปสเตน ผู้ซึ่งเป็นนักการเงินชื่อดังและมีเครือข่ายกว้างขวางในสังคมชั้นสูงของสหรัฐอเมริกา"เอปสเตน มหาเศรษฐีเบื้องหลังมืด"เอปสเตนเป็นมหาเศรษฐีที่มีความสัมพันธ์กับคนดังมากมาย แต่ถูกดำเนินคดีในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศและค้าประเวณีผู้เยาว์ โดยมี "กิสเลน แม็กซ์เวลล์" เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการจัดหาเหยื่อที่เป็นเด็กสาวด้อยโอกาสมาล่วงละเมิดทางเพศ"ความเชื่อมโยงกับราชวงศ์"เจ้าชายแอนดรูว์ทรงเป็นหนึ่งในพระสหายสนิทของเอปสเตน มีการไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง และมีภาพถ่ายปรากฏว่าพระองค์เสด็จไปเยือนที่พักของเอปสเตนที่นิวยอร์ก แม้ภายหลังเอปสเตนจะเสียชีวิตอย่างปริศนาในเรือนจำเมื่อปี 2019 ระหว่างรอขึ้นศาล แต่ความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนต่อเจ้าชายแอนดรูว์ ก็ได้ปะทุขึ้นแล้วข้อกล่าวหาของเวอร์จิเนีย จุฟเฟรหลังการเสียชีวิตของเอปสเตน ทาง "เวอร์จิเนีย จุฟเฟร" ซึ่งอ้างว่าเป็นหนึ่งในเหยื่อที่ถูกล่อลวง ได้เดินหน้ายื่นฟ้องดำเนินคดีทางแพ่งต่อเจ้าชายแอนดรูว์โดยตรงในศาลแขวงสหรัฐ ในแมนฮัตตัน โดยเธอระบุว่า"เธอถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับเจ้าชายแอนดรูว์ถึง 3 ครั้ง ในช่วงปี 2001-2002 ขณะที่เธอมีอายุเพียง 17 ปี และยังไม่บรรลุนิติภาวะ" โดยเธอได้เปิดเผยภาพถ่ายคู่กับพระองค์ เพื่อยืนยันว่าเคยพบกันจริงอย่างไรก็ตาม เจ้าชายแอนดรูว์ทรงปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยอ้างว่า "จำไม่ได้ว่าเคยพบเธอมาก่อน" และในการให้สัมภาษณ์กับ BBC พระองค์ทรงยอมรับเพียงว่า "คิดน้อยเกินไป" ที่คบหากับเอปสเตน ทางทีมทนายของเจ้าชายแอนดรูว์ พยายามใช้ "เอกสารยอมความปี 2009" ระหว่างจุฟเฟรกับเอปสเตน มาเป็นเหตุผลในการยกฟ้อง แต่ศาลสหรัฐ มีคำสั่งรับฟ้องคดีดังกล่าว โดยชี้ว่าข้อตกลงนี้มีผลเฉพาะคู่สัญญาเดิมเท่านั้นแต่ในท้ายที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นศาล เจ้าชายแอนดรูว์ทรงเลือกที่จะยุติคดีนอกศาล โดยยอมจ่ายเงินที่ไม่เปิดเผยจำนวนให้กับนางสาวจุฟเฟร เพื่อแลกกับการถอนฟ้องทั้งหมดการถอดถอนพระอิสริยยศอย่างไรก็ตาม แม้จะมีการจ่ายเงินไม่ระบุจำนวนไปแล้วนั้น แต่เรื่องอื้อฉาวนี้ได้สร้างแรงกดดันต่อราชวงศ์อย่างต่อเนื่อง และนำไปสู่การถอดถอนตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ ก่อนที่สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 จะทรงดำเนินการขั้นสุดท้าย โดยสามารถไล่เรียงไทม์ไลน์ได้ ดังนี้..- ปี 2562 เจ้าชายแอนดรูว์ทรงให้สัมภาษณ์ BBC และเกิดกระแสต่อต้านอย่างหนัก ทำให้ภายหลังทรงประกาศพักการประกอบพระราชกรณียกิจทั้งหมด- ช่วงปี 2562-2565 เกิดแรงกดดันจากทหารผ่านศึกกว่า 100 นาย และคดีความเริ่มขึ้น ทางสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ให้คืนยศทางทหารและตำแหน่งพระอุปถัมภ์ทั้งหมด- 18 ต.ค. 68 เจ้าชายแอนดรูว์ สละบรรดาศักดิ์ "ดยุกแห่งยอร์ก" และเครื่องราชอิสริยาภรณ์การ์เทอร์ (สูงสุด)เจ้าชายแอนดรูว์สละพระอิสริยยศ ‘ดยุกแห่งยอร์ก’ ชงพัวพัน ‘เจฟฟรีย์ เอปสตีน’- 30 ต.ค. 68 สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ทรงเริ่มกระบวนการถอดถอนพระอิสริยยศและฐานันดรศักดิ์ทั้งหมดสูญเสียสถานะทางราชวงศ์หลังจากการดำเนินการโดยสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 เจ้าชายแอนดรูว์ได้สูญเสียสถานะความเป็นสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูงโดยสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น คำนำหน้าพระนาม "His Royal Highness (HRH)" พระอิสริยยศทั้ง เจ้าชาย (Prince), ดยุกแห่งยอร์ก, เอิร์ลแห่งอินเวอร์เนส, บารอนแห่งคิลลีลีห์เครื่องราชอิสริยาภรณ์การ์เทอร์ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์รอยัลวิกตอเรียน ชั้นสูงสุด (GCVO) รวมไปถึงที่ประทับ ที่ต้องยกเลิกสัญญาเช่าและย้ายออกจากคฤหาสน์ "รอยัล ลอดจ์" ในเขตวินด์เซอร์อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าชายแอนดรูว์ถูกเรียกขานในนามสามัญชนว่า "นายแอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์" และถูกถอดยศทั้งหมดแล้ว แต่พระองค์ยังคงอยู่ในลำดับที่ 8 ของการสืบสันตติวงศ์แห่งราชวงศ์อังกฤษ เนื่องจากสถานะนี้ ต้องมีการออกกฎหมายของรัฐสภาเพื่อเปลี่ยนแปลงเท่านั้น และเป็นที่เข้าใจว่าพระธิดาทั้ง 2 พระองค์คือ เจ้าหญิงเบียทริซ (Princess Beatrice) และเจ้าหญิงยูเชนี (Princess Eugenie) จะทรงดำรงพระยศเจ้าหญิงต่อ ถึงแม้พระบิดาจะไม่ได้เป็นเจ้าชายแล้วก็ตามนอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 จะยังคงให้ความสนับสนุนทางการเงินส่วนพระองค์แก่พระอนุชาต่อไป โดยจะย้ายไปประทับยัง "ที่พักส่วนตัวทางเลือก"-กษัตริย์ชาลส์ที่ 3 ทรงถอดพระอิสริยยศ “เจ้าชาย” ของ “เจ้าชายแอนดรูว์”การดำเนินการถอดถอนพระอิสริยยศนี้ เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนจากสำนักพระราชวัง ว่ากษัตริย์ทรงตั้งพระหฤทัยแสดงความรู้สึกเสียพระหฤทัยอย่างสุดซึ้งต่อเหยื่อและผู้รอดชีวิตจากการละเมิดทุกคน..
สรุปไทม์ไลน์สั่นคลอนราชวงศ์อังกฤษ เจ้าชายแอนดรูว์ถูกถอดพระอิสริยยศ!
by
Tags: