‘ชูวิทย์’ ชี้การ ฮั้ว สว. ถือเป็นการ ‘ปล้นอำนาจประชาชน’ เป็นการ ‘กินรวบประเทศไทย’ แย่ยิ่งกว่าสมัย คสช.

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (13 พฤศจิกายน 2568) ว่า 'ฮั้ว สว. โกงกติกา พยานกลับคำให้การ'การ ฮั้ว สว. นับเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดในกระบวนการ “นิติบัญญัติ” อันเป็น 1 ใน 3 เสาหลักของระบอบประชาธิปไตย สว. มีอำนาจตรวจสอบคุณสมบัติของบรรดา “องค์กรอิสระ” ทั้ง กกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ หรือแม้แต่อัยการสูงสุด จึงมีผลต่อการตรวจสอบ และถ่วงดุลอำนาจทั้งหมดเรื่องนี้มี “พยานเอก” คือ นาย อ. อดีต ส.ส. ภาคอีสาน ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรค ก. เคยให้การต่อดีเอสไอ พาดพิงไปถึง “บุคคลสำคัญ” ในการประชุมเพื่อวางแผน ”ฮั้ว ส.ว.“ โดยมีหลักฐานประกอบถึงรูปภาพนั่งร่วมประชุมวางแผนสั่งการ แถมยังมีหลักฐานเบอร์โทรศัพท์ของผู้วางแผน มีการติดต่อสื่อสารกันโดยตลอด รวมทั้งบรรดา “บุคคลสำคัญ” เดินเข้าออกปรากฏตัวในโรงแรมที่ประชุมด้วยต่อมาดุลอำนาจเปลี่ยนไป ทำให้ นาย อ. กลับคำให้การใหม่ อ้างว่าก่อนหน้านี้ “ถูกข่มขู่“ สมองมึนงง เลยกลับคำให้การชนิดกลับหลังหัน แต่ดีเอสไอไม่ใช่หมู เพราะมีการสอบปากคำร่วมกับอัยการ และให้พยานเซ็นคำให้การทุกแผ่น รวมถึงหลักฐานทุกชิ้นไว้อย่างแน่นหนาคำให้การครั้งแรกจึงย่อมมีความน่าเชื่อถือมากกว่า เหมือนตำรวจจับคนร้าย ให้การครั้งแรกตอนเหตุเกิดใหม่ๆ แต่ต่อมากลับคำให้การ ศาลให้น้ำหนักคำให้การในครั้งแรกมากกว่า การที่พยานกลับคำให้การจึงไม่มีผล แต่ที่มีผลคือ รอรัฐบาลนี้หมดอำนาจเสียก่อนการ ฮั้ว ส.ว. ถือเป็นการ “ปล้นอำนาจประชาชน“ เป็นการ “กินรวบประเทศไทย” โดยแท้ แย่ยิ่งกว่าสมัย คสช. ที่เป็น “รัฏฐาธิปัตย์“ แต่งตั้ง ส.ว. ด้วยกติกาพิเศษเสียด้วยซ้ำ เพราะครั้งนี้มันคือการ ”โกงกติกา“ ที่มี กกต. เป็นกรรมการผู้ควบคุมการเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้นี้ จะไม่ใช่แค่ละคร “ทศกัณฑ์ร้องไห้” ที่แม้จะเป็นยักษ์ที่ทะเยอทะยานแต่ถูกครอบงำบัญชาการโดยยักษ์อีกตนที่อยู่เบื้องหลัง ยักษ์ตนนี้หลงตัวเอง และถูกอารมณ์โมหะ กิเลสตัณหาครอบงำ จนถึงขั้นสั่งการไม่ให้ยักษ์ฝั่งตรงข้ามได้ออกจากที่จองจำความแค้นนี้จึงต้องรอเวลาชำระ


Posted

in

by

Tags: