‘ประชาคมแพทย์’ ปลุกจังหวัดภาคใต้ ใช้ ‘ผู้ว่าฯหมูป่าโมเดล’ รับมือวิกฤตน้ำท่วม ไม่ให้ซ้ำรอยสงขลา

'ประชาคมแพทย์' ชี้วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ ขาดผู้นำระดับพื้นที่ที่ใช้อำนาจตามกฎหมาย ปลุกจังหวัดภาคใต้ลุกขึ้นใช้ 'ผู้ว่าฯหมูป่าโมเดล' เป็นตัวอย่างระดับสากลของวิธีบริหารภาวะวิกฤตด้วยศูนย์สั่งการเดียว จี้นายกฯอนุทินสั่งการด่วน อย่าให้ซ้ำรอยสงขลา27 พ.ย.2568 – เพจเฟซบุ๊ก ประชาคมแพทย์ ซึ่งมี นพ.ชาติชัย อติชาติ แพทย์ศิริราช รุ่น 90 ในฐานะแอดมิน โพสต์ข้อความว่าหาดใหญ่ สงขลา พลาด เพราะไม่ใช้ “ผู้ว่าหมูป่า”โมเดล – อย่าให้จังหวัดอื่นในภาคใต้ต้องซ้ำรอยอีกเลยตอนนี้ตรัง หูเขื่อนน้ำตกแตก ดินสไลด์ ชาวบ้านลอยคอแล้ว ผู้ว่าตรัง ต้องเป็นผู้ว่าหมูป่า ทันทีตอนนี้คนทั้งประเทศยังสับสนว่า ใครกันแน่คือ Single Command ของแต่ละจังหวัด?ประเทศไทยไม่เคยขาด “น้ำท่วม” แต่เราขาด “ผู้นำระดับพื้นที่ที่ใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างกล้าหาญ” ต่างหากและวิกฤตหาดใหญ่รอบนี้คือ บทเรียนราคาแพง ที่บอกเราชัดเจนว่าถ้าผู้ว่าฯ ไม่ลุกขึ้นเป็น “ผู้อำนวยการสั่งการคนเดียว” ตั้งแต่ชั่วโมงแรกระบบราชการไทยจะกลายเป็นเรือที่มีหลายกัปตัน และทุกคนต่างก็กลัวสั่งผิดผลคือ…น้ำท่วมไม่รอใคร แต่การสั่งการกลับต้องรอ “หน้าใครบางคน”บทความนี้ ผมจะอธิบายให้ชัดว่า1. หาดใหญ่พลาดตรงไหน2. ทำไม “โมเดลผู้ว่าหมูป่า” คือเครื่องมือสำคัญที่สุดในมือผู้ว่าฯ3. อะไรคือสัญญาณอันตรายที่กำลังคืบเข้ามาในจังหวัดอื่นของภาคใต้4. และคำขอร้องจากประชาคมแพทย์ว่า “อย่าปล่อยให้การเมืองทำให้ Single Command สับสนอีก”—1) หาดใหญ่: พายุไม่ได้ใหญ่อย่างเดียว แต่ “ช่องว่างผู้นำ” ใหญ่กว่าถ้าเปิดกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 (ฉบับปรับปรุง) จะเห็นชัดว่าผู้ว่าราชการจังหวัด = ผู้อำนวยการสาธารณภัยจังหวัดมีอำนาจเต็มที่ไม่ต้องรอ ครม.ไม่ต้องรอรัฐมนตรีไม่ต้องรอนายกฯ ลงพื้นที่ไม่ต้องรออะไรทั้งนั้นแต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่หาดใหญ่คือทุกหน่วยงาน “รอผู้ใหญ่สั่ง”ผู้ว่าฯ ไม่ประกาศ Single Command ตั้งแต่วันแรกการประสานงานแบบ “หลายหัว” ทำให้เกิดอาการมึนงงว่าใครเป็นตัวจริงหน่วยงานใหญ่ระดับประเทศพูดอย่างหนึ่ง หน่วยงานจังหวัดพูดอย่างหนึ่งประชาชนไม่รู้จะฟังใครน้ำขึ้นทุกชั่วโมง แต่คำสั่ง ทีเด็ดขาดแบบเผด็จการ ไม่ออกมา ชัดๆและนั่นทำให้เราพลาด “Golden Hours” ในการยับยั้งความเสียหายตั้งแต่ต้น—2) ความจริงโหดร้าย: หากใช้ “ผู้ว่าหมูป่าโมเดล” ตั้งแต่ 24 พฤศจิกายน เหตุการณ์จะไม่ลุกลามขนาดนี้โมเดลผู้ว่าหมูป่า หรือ ที่นำบทเรียนจากการช่วยเด็กติดถ้ำมาใช้ในการจัดการวิกฤต คือการให้อำนาจผู้ว่าฯสั่งข้ามหน่วยงานได้ทันทีกรมชลฯ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทหาร สสอ. โรงพยาบาล อปท. ต้องทำงานตามผู้ว่าฯเปิดศูนย์บัญชาการจังหวัดภายใน 1 ชั่วโมงไม่ต้องรอส่วนกลางถ้าอพยพ ต้องอพยพทันที ไม่ใช่ประชุมแล้วประชุมอีก และต้องบังคับประชาชนทันทีถ้าต้องใช้รถทหาร ต้องมาทันที ไม่ใช่รอ “ทำหนังสือขออนุมัติ”ระบายน้ำต้องตัดสินใจตามวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ตามการเมืองแต่ของจริงที่เกิดขึ้นที่หาดใหญ่ คืออะไร?ต้องรอ “ผู้ใหญ่ลงพื้นที่”ต้องรอ “ดูภาพรวมอีกนิด”ต้องรอ “กระแสสังคม”ต้องรอ “ฝ่ายกลางให้สัญญาณ”การบริหารวิกฤตแบบนี้ แปลว่าเราอยู่ในยุคที่น้ำเดินหน้า แต่ระบบราชการเดินถอยหลัง—3) และแล้ว…รัฐบาลกลับใช้ “อำนาจพิเศษ” ตอนที่ กำลังเกิดวิกฤต เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่ไม่ให้ถูกฟ้อง อำนาจนี้ต้องมีใช้เพื่อป้องกันไม่ใช่เพื่อแก้ไข คือมันช้าไป 1 วันนี่คือสิ่งที่ประชาชนสับสนที่สุดและผมเชื่อว่าคนจำนวนมากรู้สึกแปลกๆ แบบเดียวกันตอนน้ำกำลัง"จะท่วมหนัก"" – รัฐบาลไม่ใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินตอนที่ควรมี Single Command – รัฐบาลไม่กล้าสั่ง อยากสั่งเพิ่มอำนาจผู้ว่าสั่งไปเลยครับพอ ถึงจุดวิกฤตจริงๆซึ่งถือว่าช้าเกินไป – กลับออกกฎหมายพิเศษเพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่ “ไม่ต้องรับผิดทางอาญา”นี่คือการออกกฎหมายที่ไม่ได้แก้ปัญหา แต่แก้ความเสี่ยงของตัวเองประชาชนจึงถามว่าตกลง Single Command ตัวจริงคือใคร?ผู้ว่าฯ? รัฐมนตรี? นายกรัฐมนตรี? หรือฝ่ายประชาสัมพันธ์รัฐบาล? แม้กระทั่งหลังออกพรก.นี้ยังไม่รู้เลยว่า Single Command คือใครนี่คือสาเหตุที่ประชาชนสงขลาถึงรู้สึกว่า “ถูกทิ้งไว้กลางน้ำ”—4) คำถามใหญ่ที่สุดในตอนนี้: แล้วจังหวัดอื่นล่ะ? ใครคือ Single Command?จังหวัด:นครศรีธรรมราชปัตตานียะลานราธิวาสตรังพัทลุงสงขลา (รอบสอง)สุราษฎร์ธานีกระบี่ภูเก็ตระนองทุกจังหวัดในภาคใต้กำลังเข้าสู่ช่วงมรสุมที่หนักที่สุดของปีและมีแนวโน้มว่าน้ำท่วมจะเกิด “แบบฉับพลัน” มากขึ้นเรื่อยๆเพราะฝนไม่ตกตามฤดูกาลเหมือนอดีตอีกแล้วแต่ปัญหาคือ…วันนี้ยังไม่มีใครตอบได้ชัดว่า“ผู้ว่าฯ ในจังหวัดอื่นจะมีอำนาจเหมือนผู้ว่าหมูป่า หรือยังต้องรอส่วนกลาง?”ระบบราชการไทยสร้างปัญหาซ้ำซ้อนมาตลอดคือ เวลาไม่มีวิกฤต – ทุกคนบอกว่าผู้ว่าฯ มีอำนาจเต็มแต่พอเกิดวิกฤตจริง – ทุกคนรอให้กระทรวง A อนุมัติ กระทรวง B เซ็น กระทรวง C ประชุมนี่คือสูตรสำเร็จของการทำให้ความเสียหายลุกลาม—5) ผู้ว่าหมูป่าโมเดล คืออะไร? ทำไมจึงเป็นคำตอบที่ภาคใต้ต้องยึดเป็นหลักผู้ว่าหมูป่าโมเดล เกิดขึ้นตอนช่วยเด็กติดถ้ำหลวงและเป็นตัวอย่างระดับสากลของ “วิธีบริหารภาวะวิกฤตด้วยศูนย์สั่งการเดียว”โดยมีหลักสำคัญ 5 ข้อ:1) ผู้นำพื้นที่เป็นผู้สั่งการสูงสุดไม่ใช่รัฐมนตรีไม่ใช่ส่วนกลางเพราะคนในพื้นที่รู้ปัญหามากที่สุด2) ทุกหน่วยงานต้องขึ้นตรงกับ Single Commandลบคำว่า “รอระเบียบก่อน”ทหาร ตำรวจ ปภ. หน่วยแพทย์ ทีมกู้ภัย – ต้องทำงานเป็นทีม3) ตัดสินใจรวดเร็วกว่าอัตราการเพิ่มของภัยพิบัติน้ำมาเร็ว คำสั่งต้องเร็วกว่า4) ใช้วิทยาศาสตร์มากกว่าการเมืองระดับน้ำ แบบจำลองฝน แผนการระบายน้ำ – ต้องชนะคำว่า “เดี๋ยวรอผู้ใหญ่เห็นด้วยก่อน”5) ความรับผิดชอบชัดเจนถ้าผลลัพธ์ดี – ประชาชนได้ประโยชน์ถ้าพลาด – ผู้นำรับไม่ใช่โยนกันไปโยนกันมาแต่ตอนนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือตรงกันข้ามทุกคนกลัวคำว่า “สั่งผิดแล้วโดนคดีอาญา”จนไม่กล้าสั่งอะไรเลย—6) ภาคใต้กำลังจะตามรอยหาดใหญ่ ถ้า Single Command ยังไม่ชัดเจนตั้งแต่วันนี้ถ้าถามว่า “จังหวัดไหนเสี่ยงที่สุด?”คำตอบคือทั้งหมดเพราะทุกจังหวัดมีปัจจัยเหมือนกัน คือที่ลุ่มริมคลองเขื่อนรองรับน้ำปริมาณจำกัดระบบผันน้ำยังไม่สมบูรณ์ฝนตกแบบคาดการณ์ไม่ได้การสื่อสารหน่วยงานยังเป็นแบบราชการดั้งเดิมวัฒนธรรม “รอใครสักคนสั่งก่อน” ยังฝังแน่นและที่สำคัญที่สุด:ไม่มีจังหวัดไหนประกาศล่วงหน้าว่า“ถ้าเกิดวิกฤต ผู้ว่าฯ จะเป็น Single Command เต็มรูปแบบทันที”ประชาชนจึงไม่รู้ว่าต้องฟังใครข้าราชการไม่รู้ว่าใครจะเซ็นอนุมัติหน่วยกู้ภัยไม่รู้ว่าใครเป็นผู้นำเบ็ดเสร็จโรงพยาบาลไม่รู้ว่าต้องเปิดแผนรับผู้ป่วยแบบไหนวิกฤตไม่ได้เกิดจากน้ำแต่มาจาก “ความไม่ชัดเจนของการสั่งการ”—7) โอกาสยังมี — ถ้าจังหวัดอื่นลุกขึ้นใช้ “ผู้ว่าหมูป่าโมเดล” ตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอวิกฤตผู้ว่าตรังต้อง กลายร่างเป็นผู้ว่าหมูป่าทันทีวันนี้เลยครับ เพราะหูเขื่อนน้ำตกแตก ชาวบ้านเริ่มลอยคอและจังหวัดอื่นๆ ในจุดที่เกือบวิกฤต ต้องแปลงร่างทันทีเช่นกัน อย่าให้รอวิกฤตนี่คือสิ่งที่ผมอยากวิงวอนจริงๆจากใจของคนที่เห็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นแล้วที่หาดใหญ่ขอร้องเถอะครับอย่าให้เหตุการณ์นี้ซ้ำรอยในพัทลุง ตรัง ยะลา ปัตตานี นราธิวาส นครศรีธรรมราช หรือสตูล อีกเลยสิ่งที่ผู้ว่าฯ ควรทำ “ตอนนี้เลย” ไม่ต้องรอให้ฝนลงอีก:—นายกอนุทินประกาศต่อทุกหน่วยงาน และสื่อทั่วประเทศทันที ว่า“ถ้าเกิดเหตุระดับภัยพิบัติ ผู้ว่าฯ จะเป็น Single Command โดยอัตโนมัติ” ของจังหวัดนั้นๆ รับรองไม่มีใครด่า สิ่งนี้จะรับประกันความมั่นใจของผู้ว่าทันทีเปิดแผนผู้ว่าหมูป่าโมเดลทั้ง 5 ข้อ และสั่งsimulateแผนภายใน 3 วัน—ผู้ว่าหมูป่าสั่งให้ทุกอำเภอตั้งศูนย์บัญชาการพร้อมปฏิบัติ กำหนดจุดพักพิง อาจมีมากกว่าหนึ่ง ซึ่งต้องมีแน่นอน ไว้ล่วงหน้าทันทีและประกาศ สาธารณชนรับทราบ ในจังหวัดของท่านแบบเดียวกับศูนย์ช่วยหมูป่าในถ้ำหลวง—ผู้ว่าหมูป่าประสานกรมชลฯ และสำนักงานทรัพยากรน้ำให้ส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ และมอบอำนาจผู้ว่าฯ ตัดสินใจระบายน้ำ ยกเว้น สิ่งที่อาจมีผลระหว่างจังหวัด และไม่สามารถตกลงกันได้ระหว่าง ผู้ว่าหมูป่าแต่ละจังหวัด จึงต้องให้นายกอนุทิน ซึ่งเป็น Single Command ระดับประเทศ เป็นผู้ตัดสิน—วางมาตรการด้านสาธารณสุขผู้ว่าตั้งทีมแพทย์ฉุกเฉินเตรียมโรงพยาบาลสนามตรวจโรคระบาดหลังน้ำท่วมเตรียมจุดพักพิงเปราะบาง สำหรับผู้ป่วย ที่ไม่ต้องนอนadmitเช่น กลุ่มฟอกไต—ลบคำว่า “รอ ครม. อนุมัติ” ออกจากพจนานุกรมการบริหารภัยพิบัติ—ประกาศความรับผิดชอบชัดเจนประชาชนต้องรู้ว่าใครเป็นผู้นำในวันน้ำมาข้าราชการต้องรู้ว่าใครสั่งได้ทันทีหน่วยกู้ภัยต้องรู้ว่าใครคือหัวหน้าหน่วย—บทสรุป: หาดใหญ่ไม่ใช่บทเรียนท้องถิ่น แต่เป็น “สัญญาณเตือนประเทศไทย”สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรื่อง “น้ำท่วม”แต่เป็นเรื่อง “ช่องว่างความเป็นผู้นำในระบบราชการ”การไม่กล้าตัดสินใจ คือความเสี่ยงต่อชีวิตประชาชนการรอส่วนกลาง คือการปล่อยให้เหตุการณ์ลุกลามการกลัวคดีอาญา คือการยอมให้ระบบยุติธรรมมีอิทธิพลเหนือจริยธรรมของการช่วยชีวิตคนและการประกาศ Single Command ที่ไม่ชัดเจนคือหนทางลัดสู่ความโกลาหล เหมือนที่หาดใหญ่เจอมาแล้วดังนั้น…วันนี้ ขอให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดในภาคใต้ลุกขึ้นประกาศชัดๆ“ถ้าเกิดภัยพิบัติ ผมคือ Single Command และผมจะใช้โมเดลผู้ว่าหมูป่าเต็มรูปแบบ”ไม่ต้องกลัวส่วนกลางไม่ต้องรอภาพลักษณ์ไม่ต้องรอคำชมเพราะเมื่อถึงเวลาวิกฤตประชาชนไม่ได้ต้องการภาพลักษณ์พวกเขาต้องการ “คนสั่งการที่รับผิดชอบจริง”เขาไม่ต้องการพรรคการเมืองที่ต้องการมาหาเสียง ในช่วงใกล้การเลือกตั้งนี่คือคำขอร้องจากประชาคมแพทย์เพื่อไม่ให้คนภาคใต้ต้องเผชิญการสูญเสียซ้ำสองและเพื่อให้ประเทศไทยได้ผู้นำท้องถิ่นที่กล้าหาญพอที่จะสั่งงาน “เร็วกว่าน้ำ” และ “เร็วกว่าความเสียหาย”Admin ประชาคมแพทย์26 พย.2568


Posted

in

by

Tags: