รู้แล้ว! เปิดสาเหตุ “พรรคเพื่อไทย” ไม่กล้ายื่นซักฟอก “อนุทิน” ทั้งที่ตัวเองได้เปรียบ

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 จากกรณีท่าที่จุดยืนของพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังจากนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะมาคุยในนาทีนี้ กระบวนการตรวจสอบของพรรคไม่ได้หยุดนิ่ง ยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด และติดตามการทำงานของรัฐบาล เรื่องการบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ฉะนั้นเรารวบรวมประเด็นทั้งหมดอยู่ล่าสุด นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ได้ออกมาเคลื่อนไหวถึงประเด็นดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “เทพไท – คุยการเมือง ระบุว่า ทำไม? เพื่อไทย ไม่กล้ายื่นซักฟอก อนุทินมีการปล่อยกระแสข่าวลือว่า ครูใหญ่แห่งบ้านบุรีรัมย์ได้พูดคุยกับผู้มีอำนาจของพรรคเพื่อไทย จับมือกันจะยุบสภาในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 จนนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต้องออกมาปฏิเสธข่าวว่า พรรคเพื่อไทยยังไม่แนวความคิดที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังจากวันที่ 12 ธันวาคม 2568 นั่นแสดงว่าการจะยุบสภาในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ตามที่นายอนุทินได้ส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาลให้เตรียมพร้อม และดูความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ก็น่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ประกอบกับมีกระแสข่าวว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้มีการพูดคุยกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต้องการให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านวาระสามไปก่อน แล้วค่อยยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ถ้านายอนุทิน ชาญวีรกูล จะยุบสภา ก็ให้ยุบสภาหลังจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านไปแล้วภาพจากเฟซบุ๊ก : เทพไท – คุยการเมืองถ้าพูดถึงการได้เปรียบทางการเมือง การที่พรรคเพื่อไทยทอดเวลาออกไป ไม่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอนุทิน ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ ก็เป็นโอกาสดีของรัฐบาล ที่กำลังเพลี้ยงพล้ำจากความล้มเหลวในการแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ ซึ่งมีผลกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจภูมิใจไทยในวงกว้าง แต่ถ้าทอดเวลาออกไปอีกซักระยะหนึ่ง ก็อาจจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น รัฐบาลจะใช้โอกาสนี้แก้ตัว เรียกศรัทธาคืนมา อาจจะใช้กลไกของรัฐบาลในการเยียวยา ในการแก้ปัญหา ในการซื้อใจประชาชน ซึ่งจะทำให้ประชาชนกลับมาชื่นชอบการทำงานของรัฐบาลได้ถ้าผมเป็นพรรคเพื่อไทย จะตีเหล็กตอนร้อน เมื่อรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยเพลี้ยงพล้ำเช่นนี้ ก็จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที เพื่อแลกกับการยุบสภาของนายอนุทินในทันที ทำให้นายอนุทินเสียเปรียบทางการเมือง เว้นแต่พรรคเพื่อไทยก็ไม่มีความพร้อมทางการเมืองเช่นเดียวกัน เพราะในขณะนี้พรรคการเมืองอื่น ๆ มีตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยังเหลือแต่พรรคเพื่อไทยกำลังสรรหาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคยังได้จึงแสดงให้เห็นว่า พรรคเพื่อไทยก็ยังไม่มีความพร้อมที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง การที่ออกมาขู่นายอนุทินว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที กลับถูกนายอนุทินขู่กลับว่า จะยุบสภาทันทีเช่นเดียวกัน ทำให้พรรคเพื่อไทยเกิดอาการปากกล้าขาสั้น และถ้าหากทอดเวลาให้กับรัฐบาลอนุทินบริหารประเทศต่อไป จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 ก็เป็นโอกาสทำให้กระแสนิยมกลับคืนมาได้ความนิยมของรัฐบาลนายอนุทินฟื้นมาเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมาในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เกิดเหตุการณ์คนเสื้อแดงเผาบ้านเผา ตอนนั้นถ้าหากนายอภิสิทธิ์ตัดสินใจยุบสภา ก็อาจจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง เพราะกระแสกำลังดีอยู่ แต่พอทอดเวลาออกเป็นเวลา1ปี กระแสก็พลิกกลับ ยุบสภาช้าไป รัฐบาลก็แพ้เลือกตั้งครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ถ้าพรรคเพื่อไทยทอดเวลาให้รัฐบาลนายอนุทินแก้ตัวได้ ตั้งหลักได้ ก็เป็นผลดีกับรัฐบาลของนายอนุทิน และอาจจะเป็นผลเสียกับพรรคเพื่อไทยก็เป็นไปได้


Posted

in

by

Tags: