เป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษแล้วที่นักดำน้ำชาวเปรูคนหนึ่งพยายามหาทางรักษาโรคประหลาดที่ทำให้ร่างกายของเขาบวมพองเพราะถุงไนโตรเจนใต้ผิวหนังของเขาอาเลฮานโดร “วิลลี” รามอส มาร์ติเนซ ป่วยเป็นโรคที่แปลกประหลาดทั้งชื่อและอาการ โรคนี้เรียกว่า “โรคน้ำหนีบ” หรือ Decompression Sickness (DCS) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยอยู่ในภาวะแวดล้อมที่มีแรงดันอากาศลดลงอย่างกะทันหันโรคนี้เป็นโรคที่มักพบในหมู่นักดำน้ำลึกและไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการลดแรงดันอากาศที่เหมาะสมในปี 2556 วิลลีลงดำน้ำลึกกว่า 30 เมตรนอกชายฝั่งเมืองปิสโก ประเทศเปรู เพื่อจับสัตว์ทะเล แต่เรือที่แล่นผ่านบริเวณนั้นบังเอิญตัดท่อออกซิเจนของเขาจนขาด ทำให้เขาต้องรีบขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างรวดเร็วก่อนที่อากาศจะหมดการขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างกะทันหันนี้เองที่ทำให้ฟองไนโตรเจนก่อตัวใต้ผิวหนังตรงช่วงอกและแขนของเขา ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ ทำให้ลำตัวท่อนบนและแขนของเขาบวมพองจนผิดรูปอาการป่วยสุดแปลกทำให้เรื่องราวของเขากลายเป็นไวรัลมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ในตอนปี 2560 แพทย์ช่วยรักษาเขาโดยการให้ออกซิเจนในห้องปรับความดันเพื่อกำจัดฟองไนโตรเจนในตัว พวกเขาสามารถกำจัดฟองไนโตรเจนขนาดใหญ่ในร่างกายของ วิลลี ได้ประมาณ 30% และคาดหวังว่าเขาจะหายดีในที่สุดแต่แปดปีต่อมา ร่างกายของอดีตนักดำน้ำชาวเปรูคนนี้ก็ยังคงบวมพองขณะที่เขาก็แสวงหาวิธีรักษาโรคประหลาดนี้กรณีของมาร์ติเนซถือเป็นกรณีหายากที่ไม่เหมือนใคร เนื่องจากโดยทั่วไปแล้ว อาการของโรค DCS จะต่างออกไปโดยสิ้นเชิง โรคนี้สามารถทำให้เกิดอาการปวด สร้างความเสียหายต่อกระดูกและข้อต่อ และยังส่งผลกระทบต่อระบบประสาทได้ ในกรณีที่หายาก อาจทำให้เป็นอัมพาตหรือเสียชีวิตได้ แต่ยังไม่เคยมีใครประสบกับภาวะร่างกายผิดรูปเหมือนวิลลี กล้ามเนื้อไบเซ็ปของแขนท่อนบนของเขาขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเส้นรอบวงประมาณ 62 ซม. และ 72 ซม. ตามลำดับเนื่องจากฟองไนโตรเจนได้เกาะติดกับกล้ามเนื้อและอวัยวะของเขา จึงไม่อาจใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อรักษาได้ วิลลี จำใจต้องใช้ชีวิตด้วยร่างกายที่เหมือนลูกโป่งพองลม และหวังว่าจะมีใครสักคนสามารถคิดค้นหาทางรักษาที่ปลอดภัยกว่าที่มีอยู่“ผมรอดมาได้ด้วยปาฏิหาริย์ ผมขอบคุณพระเจ้าที่ถึงแม้ว่ารูปร่างผมจะผิดรูปไป แต่ผมก็ยังมีชีวิตอยู่” วิลลีกล่าวกับสำนักข่าวบีบีซีระหว่างการให้สัมภาษณ์ พร้อมเสริมว่า มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าและทนไม่ได้ที่ผู้คนมองเขาด้วยความสงสาร แต่เขาก็สามารถก้าวผ่านช่วงเวลานั้นของชีวิตมาได้“ผมอยากกลับไปดำน้ำอีกถ้าเป็นไปได้ ผมคิดถึงการดำน้ำ นอกจากจะเป็นอาชีพของผมแล้ว ผมยังรักการดำน้ำ มันเป็นงานอดิเรกของผม” ชายชาวเปรูคนนี้กล่าวเสริม “อาจเป็นเพราะเหตุนี้ผมถึงดำน้ำลึกเกินไป ตอนนั้นผมไม่กลัวเลย สำหรับผม มันเหมือนกับการผจญภัย แต่โชคไม่ดีที่ท้องทะเลเป็นสถานที่ที่เราจะดูถูกไม่ได้”ที่มา : odditycentral.comเครดิตภาพ : infobae.com, Facebook / StrangeThings12345
อดีตนักดำน้ำเผยประสบการณ์ป่วยโรคแปลก ร่างกายท่อนบนบวมเป่งเหมือนอัดลมกว่าสิบปี ยังไร้หนทางรักษา
by
Tags: