แต่งงาน 3 ปี สามีสุดทนขอหย่า เขียนสาเหตุสั้นๆ “แค่ 3 คำ” ทำอายทั้งตระกูล ญาติรุมสวดยับ!!

เหตุผลที่ดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่อาจสั่นคลอนชีวิตคู่จนพังทลาย เรื่องราวของสามีที่ตัดสินใจฟ้องหย่าด้วยเหตุผลที่ใครฟังก็ต้องกุมขมับนึกว่าเรื่องเล็ก! สามีหมดความอดทนฟ้องหย่า "เมียกินจุ" เหตุผลที่ระบุทำญาติเดือดดาล แต่พอฟังความจริงถึงกับน้ำตาร่วงเหตุผลที่ดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่อาจสั่นคลอนชีวิตคู่จนพังทลาย ดังเช่นเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ถูกบอกเล่าผ่านทางเว็บไซต์ SOHA เมื่อเขาตัดสินใจฟ้องหย่าด้วยเหตุผลที่ใครฟังก็ต้องกุมขมับ โดยเจ้าตัวเริ่มต้นบรรยายว่า….ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ต้องมานั่งมือสั่น เซ็นชื่อลงในใบหย่า และยิ่งไม่เคยคิดว่าเหตุผลที่ระบุลงไปจะสั้นกุดจนใครอ่านก็ต้องอึ้งว่า: "เมียกินเยอะ"… ใช่ครับ มีแค่ 3 คำนี้จริงๆวันที่ครอบครัวทั้งสองฝ่ายรู้เรื่อง บ้านแทบแตก! แม่ผมปาดน้ำตา ทั้งโกรธทั้งช็อก"แต่งงานมา 3 ปี แกจะหย่าเพราะเมียกินเยอะเนี่ยนะ?" พ่อผมตบโต๊ะปัง ถามสวนทันที "กินเยอะแล้วมันผิดตรงไหน ถึงขั้นต้องขึ้นโรงขึ้นศาล?"แม้แต่ภรรยาผมเองก็ไม่อยากเชื่อสายตา เธอมองผมเหมือนคนแปลกหน้า "คุณล้อเล่นใช่ไหม?" เธอถามเสียงสั่น ด้วยความอับอายและโมโห ผมไม่ได้ตอบทันที ไม่ใช่เพราะเห็นการหย่าเป็นเรื่องเล่นๆ แต่ถ้าให้เขียนสาธยายความรู้สึกทั้งหมดลงไป คงไม่มีใครอ่านจบ ผมเลยเลือกวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ความง่ายนั้นกลับทำให้ทุกคนเข้าใจผิดมหันต์ความจริงหลังคำว่า "เมียกินเยอะ"จนกระทั่งถูกญาติผู้ใหญ่รุมซักไซ้ ผมถึงยอมเปิดปากพูดความจริงที่ซ่อนอยู่หลัง 3 คำนั้นเราแต่งงานกันตั้งแต่ยังหนุ่มสาว 3 ปีก่อนผมคิดแค่ว่ามีความรักก็พอแล้ว ตอนจีบกันเรามักจะไปเดตตามร้านอาหาร เช้ากินที่ร้าน เที่ยงสั่งมากิน เย็นก็ไปหาร้านอร่อยๆ เปลี่ยนบรรยากาศ ผมมองว่ามันปกติและสนุกดี แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ชีวิตแต่งงาน ผมคาดหวังสิ่งที่ต่างออกไป… นั่นคือ "กับข้าวฝีมือคนในบ้าน"แต่ทว่า หลังแต่งงาน ทุกอย่างกลับเหมือนเดิม ภรรยาผมยังใช้ชีวิตเหมือนตอนเป็นแฟนไม่มีผิด ตื่นเช้ามาสิ่งแรกที่เธอคิดคือ "วันนี้กินร้านไหนดี?" มื้อเที่ยงนัดเพื่อนร่วมงานกินข้าวข้างนอก ตกเย็นพอเลิกงานก็ส่งข้อความหาผม: "เย็นนี้กินข้าวนอกบ้านนะ ร้านเมื่อวานกินแล้ว วันนี้ไปลองร้านใหม่กัน"บ้านที่มีแค่ "ที่ซุกหัวนอน" แต่ไม่มี "กลิ่นอายครอบครัว"บางเดือน เรากินข้าวนอกบ้านเกือบ 20 วัน ห้องครัวในบ้านแทบไม่ได้ใช้งานจนฝุ่นจับ ผมเคยพูดอ้อมๆ ว่า "วันนี้ลองทำกินกันที่บ้านไหม?" เธอก็พยักหน้าส่งๆ แล้ววันรุ่งขึ้นก็อีหรอบเดิม สำหรับภรรยา การกินคือความสุขและการสังสรรค์ แต่สำหรับผม มันเริ่มกลายเป็น "ความว่างเปล่า"ผมอธิบายกับครอบครัวว่า ผมไม่ได้จะหย่าเพราะเธอกินจุ แต่เพราะในหัวเธอคิดแต่เรื่องกิน คิดแต่ว่าจะไปสรรหาร้านไหนอร่อย ร้านไหนแปลกใหม่ โดยไม่เคยคิดถึงการสร้างครอบครัว ผมไม่ได้ต้องการโต๊ะจีนฮ่องเต้ ไม่ต้องทำอาหารหรูหรา ผมแค่ต้องการความรู้สึกของการได้กลับบ้านมาช่วยกันเตรียมมื้อเย็นง่ายๆ เพื่อให้รู้สึกว่าเรากำลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ไม่ใช่แค่รูมเมทที่หารค่าบ้านเรื่องเงินทองไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่สิ่งที่ทำให้ผมเหนื่อยใจคือความรู้สึกที่ครอบครัวเรา "ไม่มีจุดพัก" ความสุขไปอยู่ที่ร้านอาหารหมด ส่วนบ้านกลายเป็นแค่ที่ซุกหัวนอนน้ำตาแห่งความเข้าใจเมื่อผมระบายความในใจจบ ภรรยาผมนิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะร้องไห้ออกมา ไม่ใช่เพราะเสียใจที่โดนว่าเรื่องกิน แต่เพราะเป็นครั้งแรกที่เธอรู้ว่าผมโดดเดี่ยวแค่ไหนในชีวิตแต่งงานของเรา เธอบอกว่าที่ผ่านมาคิดแค่เอาง่าย เอาสะดวก จะได้ไม่เหนื่อย โดยไม่รู้เลยว่าสำหรับผม "กับข้าวที่บ้าน" คือสายใยที่ผูกพันครอบครัวไว้ด้วยกันผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างเงียบกริบ พ่อผมถอนหายใจแล้วสอนว่า คนรุ่นใหม่มักมองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนเผลอทำความสุขหลุดมือไปภรรยาหันมาจับมือผมต่อหน้าทุกคน เธอไม่สัญญาว่าจะกลายเป็นแม่ศรีเรือนยอดนักปรุงในชั่วข้ามคืน แต่เธอสัญญาว่าจะเปลี่ยนความคิด จะพยายามอยู่ติดบ้านให้มากขึ้น และทำให้ห้องครัวกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ไม่ใช่แค่ห้องว่างเปล่าสุดท้าย… ผมฉีกใบหย่าทิ้งสามคำว่า "เมียกินเยอะ" อาจเคยทำให้บ้านเกือบแตก แต่สุดท้ายมันกลายเป็นระฆังเตือนสติเราทั้งคู่ ผมเข้าใจแล้วว่าการเงียบมาตลอดคือการละเลยรูปแบบหนึ่ง ส่วนภรรยาก็เข้าใจแล้วว่า ชีวิตคู่ไม่ใช่แค่รักกัน แต่คือการร่วมกันสร้าง "คำว่าบ้าน" จากสิ่งเล็กๆ อย่างมื้อเย็นที่ทำกินด้วยกัน


Posted

in

by

Tags: