ผู้นำศาสนาทุกนิกายในกัมพูชาออกแถลงการณ์ประณามไทย แจ้งศาสนิกชนทั่วโลกให้เข้าใจผิด โดยกล่าวหาว่าไทยรุกรานอธิปไตยกัมพูชาเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 68 ผู้นำศาสนาทุกนิกายในกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงต่อประเทศไทย โดยกล่าวหาว่า กองทัพไทยรุกรานอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของราชอาณาจักรกัมพูชาแถลงการณ์ดังกล่าวลงนามโดย 4 องค์กรศาสนาของกัมพูชา ครอบคลุม 3 ศาสนา ได้แก่ สภาสูงสุดด้านกิจการศาสนาอิสลามกัมพูชา สมาคมผู้เผยแผ่ศาสนาคริสต์แห่งกัมพูชา สภาสงฆ์มหานิกายแห่งกัมพูชา สภาสงฆ์ธรรมยุตนิกายแห่งกัมพูชาในแถลงการณ์ ผู้นำศาสนาในกัมพูชาระบุว่า “ในนามของผู้นำและสาวก/ผู้ศรัทธาของทุกนิกายในราชอาณาจักรกัมพูชา เราขอแจ้งให้ผู้นำและสาวก/ผู้ศรัทธาของทุกศาสนาทั่วโลกทราบเกี่ยวกับการรุกรานด้วยอาวุธโดยกองทัพไทยเข้าสู่ราชอาณาจักรกัมพูชาโดยไม่มีเหตุผล ไม่เป็นธรรม และผิดกฎหมายถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 ก.ค. 68 และครั้งที่สองตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. 68 ซึ่งยังคงดำเนินอยู่”แถลงการณ์เสริมว่า “เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 68 เวลา 14.15 น. กองทัพไทยได้เปิดฉากยิงลึกเข้าไปในดินแดนกัมพูชาด้วยอาวุธหนักหลายชนิด รวมถึงปืนครก กระสุนคลัสเตอร์ รถถัง ปืนใหญ่ เครื่องบินขับไล่ F-16 โดรน และควันพิษ ครอบคลุมหลายจังหวัดของกัมพูชา รวมถึงพระวิหาร อุดรมีชัย บันเตียเมียนเจย พระตะบอง โพธิสัตว์ เกาะกง และบางส่วนของเสียมเรียบ”“กองทัพไทยได้กระทำการโหดร้าย ป่าเถื่อน และไร้มนุษยธรรม โดยการยิงถล่มเมืองและหมู่บ้านพลเรือน วัด โรงเรียน และโรงพยาบาลอย่างไม่เลือกหน้า นอกจากนี้ยังทำลายถนน สะพาน และอาคารต่าง ๆ และทำลายปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทคนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในกัมพูชาและเป็นมรดกโลก”“การกระทำที่ก้าวร้าวของกองกำลังติดอาวุธเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรมและเป็นการดูหมิ่นวัฒนธรรม อารยธรรม และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นมรดกของมนุษยชาติและมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่บรรพบุรุษของกัมพูชาได้สร้างไว้”“กองทัพไทยได้ขยายการโจมตีลึกเข้าไปในพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงทวิภาคีและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในปฏิญญาร่วมกัวลาลัมเปอร์ว่าด้วยสันติภาพ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขข้อพิพาทชายแดนและการกำหนดเขตแดนอย่างสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยหลีกเลี่ยงการใช้หรือการข่มขู่ว่าจะใช้กำลัง”“ในขณะเดียวกัน กัมพูชาได้มุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยวิธีการสันติวิธีผ่านแนวทางการทูตและกฎหมายระหว่างประเทศ และเคารพอย่างเต็มที่ต่อปฏิญญาร่วมว่าด้วยสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งลงนามโดยนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ ภายใต้การไกล่เกลี่ยและพยานของฯพณฯ โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และฯพณฯ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานหมุนเวียนของอาเซียน เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน สาธารณรัฐประชาชนจีน และรัฐอื่น ๆ เข้าร่วมและให้การสนับสนุน”“แม้จะมีการละเมิดอย่างร้ายแรงและการโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่ออธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของกัมพูชา กัมพูชายังคงยึดมั่นในพันธกรณีภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติ ที่ระบุไว้ในมาตรา 2(3) ว่าด้วยการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี และมาตรา 2(4) ว่าด้วยการห้ามใช้กำลัง กัมพูชาไม่ประสงค์จะตอบโต้ด้วยช่องทางอื่นใดนอกจากช่องทางสันติวิธีผ่านการเจรจาทางการทูตและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องชีวิตของประชาชนและบูรณภาพดินแดนของตน กองทัพกัมพูชาได้ใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูงสุดและไม่ได้ตอบโต้ด้วยกำลังเป็นเวลา 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม กัมพูชาสงวนสิทธิ์ในการป้องกันตนเองภายใต้มาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ”“ในนามของผู้นำและสาวก/ผู้ศรัทธาของทุกศาสนาในราชอาณาจักรกัมพูชา เราขอเรียกร้องให้ผู้นำและผู้สาวก/ผู้ศรัทธาของทุกศาสนาทั่วโลก ร่วมกับเราเรียกร้องให้ฝ่ายไทยยุติการรุกรานที่คุกคามสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคโดยทันที และปฏิบัติตามปฏิญญาร่วมว่าด้วยสันติภาพและพันธกรณีทั้งหมดภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศด้วยความปรารถนาดีอย่างแท้จริง กัมพูชายังคงมุ่งมั่นในการเจรจาอย่างสันติผ่านช่องทางการทูตและตามกฎหมายระหว่างประเทศ”เรียบเรียงจาก Khmer Timesข่าวที่เกี่ยวข้องกัมพูชาเหน็บสื่อไทยแปลเอกสารถึง “บิ๊กเล็ก” ผิดทั้งที่มีเอไอใช้ กระทรวงต่างประเทศอินเดียแถลงตำหนิไทย ทำลายรูปปั้นเทพเจ้าฮินดู อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้นำศาสนาทุกนิกายในกัมพูชาแถลงประณามไทย หลอกศาสนิกชนทั่วโลกว่าไทยเริ่มก่อนติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com
ผู้นำศาสนาทุกนิกายในกัมพูชาแถลงประณามไทย หลอกศาสนิกชนทั่วโลกว่าไทยเริ่มก่อน
by
Tags: