วันที่ 1 มกราคม 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย เปิดใจในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ ถึงกรณีกระแสดราม่าการคอมเมนต์เชิงคุกคามทางเพศของนักร้องดัง โดม ปกรณ์ ลัม ใต้ภาพ จินนี่ ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ ลูกสาวของตน ซึ่งเข้ามามีบทบาทเคลื่อนไหวทางการเมืองในพรรค จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมวันที่ 1 มกราคม 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย เปิดใจในรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ถึงกรณีกระแสดราม่าการคอมเมนต์เชิงคุกคามทางเพศของนักร้องดัง โดม ปกรณ์ ลัม ใต้ภาพ จินนี่ ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ ลูกสาวของตน ซึ่งเข้ามามีบทบาทเคลื่อนไหวทางการเมืองในพรรค จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมคุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ภายหลังเกิดเหตุ มีผู้ติดต่อผ่านคนรอบข้าง เนื่องจากไม่ได้รู้จักกันโดยตรง พร้อมแจ้งว่าขอให้เป็นหลังปีใหม่แล้วค่อยนัดหมายพูดคุยกัน พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจและความห่วงใยที่ส่งมาให้ครอบครัวเมื่อถูกถามถึงไทม์ไลน์การคอมเมนต์ในโพสต์ของคุณดิว คุณหญิงสุดารัตน์ เปิดเผยว่า ตนเข้าไปแสดงความคิดเห็นก่อนประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนจะทราบเรื่องตอนอยู่โรงพยาบาล เนื่องจากป่วย เมื่อเลขามาแจ้งจึงรีบโทรหาลูกสาว แต่ติดต่อไม่ได้ ทำให้ตกใจและโทรหาพี่ชายของลูกที่อยู่ด้วยกัน จนได้พูดคุยพร้อมกัน โดยลูกสาวบอกว่าเสียใจ แต่จากการพูดคุยพบว่าเขาเข้มแข็งพอ รับมือกับอารมณ์ได้ และใช้เหตุผลจัดการสถานการณ์คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า นาทีแรกที่เห็นข้อความรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับใคร ไม่ใช่เฉพาะลูกของตน และไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทย ในฐานะแม่ ลูกเข้ามาช่วยงานการเมืองไม่ใช่เพราะภาพลักษณ์ภายนอก แต่เพราะติดตามตนมาตั้งแต่เด็ก เห็นความยากลำบากของคนไทย และมีอุดมการณ์แบบคนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นประเทศเปลี่ยนแปลง มีโอกาสและความหวังอย่างเท่าเทียมพร้อมย้ำว่า ไม่เคยชักชวนลูกเข้าสู่การเมือง เพียงเล่าเรื่องการทำงานให้ฟัง และลูกเป็นผู้ตัดสินใจเอง วันนี้แม้แม่ป่วย ลูกก็ยังไปให้กำลังใจทีมงานแทน แสดงถึงความตั้งใจจริง ไม่ได้เข้ามาเพื่อขายภาพลักษณ์เมื่อถูกถามว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับการเป็นคนดังหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับคนดังหรือไม่ดัง เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดกับใครทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ การคุกคาม ลดทอนศักดิ์ศรี ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งสิ้นกรณีที่คุณโดมออกมายอมรับภายหลังว่าเป็นผู้คอมเมนต์เอง โดยอ้างว่าดื่มในงานปีใหม่ และไม่ทราบว่าเป็นลูกของคุณหญิงสุดารัตน์นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ มองว่า การขอโทษโดยไม่มีข้อแก้ตัวเป็นสิ่งสมควร แต่ย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นลูกใครหรือผู้หญิงคนไหน คุณโดมก็ไม่มีสิทธิไปกระทำลักษณะนี้ ไม่ใช่เพราะเป็นลูกของตนแล้วจึงต้องมาขอโทษ แต่เป็นเรื่องของหลักการและบรรทัดฐานของสังคมคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นของตนทำด้วยสติและวุฒิภาวะ เพื่อเตือนและสร้างบรรทัดฐานใหม่ ว่าการด้อยค่า การคุกคาม และการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้หญิง รวมถึงผู้มีความหลากหลายทางเพศ ผู้พิการ ไม่ใช่เรื่องตลก และไม่ควรถูกทำให้เป็นเรื่องปกติในสังคมไทยอีกต่อไปสำหรับการตัดสินใจดำเนินคดี ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นคดีแรกภายใต้กฎหมายที่แก้ไขใหม่ คุณหญิงสุดารัตน์ ยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ โดยการตัดสินใจดังกล่าวไม่ได้เกิดจากอารมณ์โกรธ แต่ผ่านการพูดคุยกับคนในพรรคและครอบครัว เพื่อสร้างบรรทัดฐานให้สังคม และเปลี่ยนค่านิยมว่า การกระทำลักษณะนี้ต้องระมัดระวัง และไม่ควรถูกมองข้ามยืนยันว่า ไม่ได้โกรธเกลียดเป็นการส่วนตัว และยินดีพูดคุยกับคุณโดมหลังปีใหม่ แต่ไม่ใช่เพื่อขอโทษเป็นการส่วนตัว เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว หากเป็นประเด็นที่กระทบต่อศีลธรรมและค่านิยมของสังคม ว่าเราจะยอมรับการกระทำเช่นนี้ให้เป็นเรื่องปกติต่อไปหรือไม่คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า พรรคการเมืองมีหน้าที่ต้องปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้หญิง การคุกคามและการด้อยค่าไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องเล็ก แม้ลูกสาวจะเข้มแข็งและรับมือได้ แต่สังคมต้องร่วมกันตั้งคำถามและแก้ไข เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน
เดือดมาก! คุณหญิงสุดารัตน์ ตัดสินใจพูดตรงๆ ถึงโดม ปกรณ์ ลัม แล้ว
by
Tags: