โค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้ง 2569 บรรยากาศการเมืองยิ่งทวีความดุเดือด สารพัดวิชาที่ถูกปล่อยออกมาในเวลานี้ ท่ามกลางดีลลับ-ดีลลวง ที่อาจส่งผล ถึงเกมชิงอำนาจ บนกระดานการเมืองหลังวันที่ 8 ก.พ.โดยเฉพาะแคมเปญหาเสียง ประกาศสงครามทุนเทาทุกรูปแบบ มีความเคลื่อนไหวบรรดาพรรคการเมือง ต่างฝ่ายต่างหยิบมาเป็นประเด็น “ชิงแต้ม-ชิงกระแส”ไม่ว่าจะเป็น “พรรคฟ้า” ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มพรรคตัวแปรสมการ ประกาศวาระการเมืองสุจริต จับมือทุกพรรค ยกเว้นพรรคที่มีรัฐมนตรี หรือสส.เชื่อมโยงธุรกิจสีเทาหรือแม้แต่ “พรรคส้ม” ที่ชูแคมเปญหาเสียง“มีส้ม ไม่มีเทา” แต่ช่วงที่ผ่านมา กลับเผชิญวิบากในเรื่องสีเทา ที่ย้อนศรกลับมาเขย่าส้มทั้งกรณีตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) เข้าจับกุม “รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ” ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิด ฐานฟอกเงินจนกระทั่งต่อมา “คนใน” พรรคส้ม อย่าง พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 50 สามี “ทนายแจม” ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 11 จะออกมาเปิดข้อมูลด้วยตัวเองว่า นอกเหนือจากกรณีของ“รัชต์พงศ์ ” ยังมีอีก 2 กรณีที่รอหมายจับหรือก่อนหน้านี้ กรณีของ “บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์”ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 33 ที่ถูกกล่าวหาคดีฟอกเงิน จนเป็นเหตุให้พรรคประชาชนต้องเปลี่ยนตัวผู้สมัครโดยให้ “เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร” อดีตสส.กทม.พรรคประชาชน ขยับจากเขตเดิม มาลงสมัครอีกเขตแทนไหนจะกรณีของผู้สมัครพรรคกล้าธรรม ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สิน “สส.กฤต” ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว อดีตสส.พรรคกล้าธรรม และผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 4 พร้อมพวก ในข้อกล่าวหาร่วมกันให้มีการเล่นการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ เว็บไซต์ www.gimi888.com และเว็บไซต์อื่นๆ พร้อมส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน 69 รายการ มูลค่าประมาณ 158 ล้านบาทแน่นอนว่า เมื่อประเด็น“สีเทา” ถูกนำมาขยายผลในทางการเมือง ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง เป้าหมายของการปล่อยของในเวลานี้ จึงหนีไม่พ้นที่จะถูกตีความไปถึงนัยการเมือง ที่หวังลดทอนความเชื่อมั่นบางพรรคการเมือง ให้ต้องมีแผล แถมยังสร้างแรงต่อรองไปถึงบรรดาพรรคการเมืองอื่นๆ ใน “สมการการเมือง” ไปในคราวเดียวกันอีกด้วยอย่าลืมว่าภท.เองก็ถูกตั้งคำถามถึงจุดยืนในการปราบทุนเทา และการจับมือกับพรรคที่มีนักการเมืองถูกเชื่อมโยงทุนเทาการออกแอ็คชั่นเช่นนี้ ก็เป็นเกมหวังผลโชว์ภาพปราบสีเทาอย่างจริงจังโดยที่ไม่ต้องโชว์จุดยืนว่าจะ "จับมือ-ไม่จับมือ" พรรคใดตัวเลข “10 สส.” ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ ตามที่“ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลขาฯพรรคภูมิใจไทย ออกมาเปิดเผยล่าสุด อันที่จริงก็ไม่ใช่ข้อมูลใหม่แต่อย่างใดเพราะก่อนหน้านี้ ก็มีการเปิดเผยโดยรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เคยพูดเอาไว้ ระหว่างเป็นประธานในกิจกรรม Kick Off “พินิจสีขาว มอบโอกาสใหม่ สร้างพื้นที่ปลอดยาเสพติด100%” เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ช่วงหนึ่งว่า สำหรับฐานข้อมูลนักการเมือง อดีต สส.หรือสส.ที่สืบสวนแล้วพบว่า เข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์นั้น มีประมาณ 10 ราย มีทั้งว่าที่ผู้สมัครสส. และบางส่วนก็เป็นสส.ปัจจุบันด้วย โดยมีความเกี่ยวข้องทั้งเรื่องเว็บพนันออนไลน์ และสแกมเมอร์พล.ต.ท.รุทธพล ยังระบุว่า การสืบสวนเชิงลึกดังกล่าว จะเป็นการบูรณาการข้อมูลทั้งตำรวจไซเบอร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และดีเอสไอที่จะทำงานร่วมกันให้มีความคืบหน้าต่อสาธารณชนต่อไปถัดมา 9 ธ.ค. “ไชยชนก ชิดชอบ” ออกมาขยี้แผลซ้ำในประเด็นเดียวกันว่า บุคคลที่อยู่ในข่ายตรวจสอบมีทั้ง อดีต สส. และผู้สมัคร สส. ปัจจุบัน และเกี่ยวข้องมากกว่า 1 พรรคการเมือง โดยยืนยันว่า มีหลักฐานเส้นทางการเงิน และยังมีรายชื่อที่อยู่ระหว่างการขยายผลเพิ่มเติมแม้ รมว.ดีอี ซึ่งสวมหมวกอีกใบในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย จะพยายามอธิบายว่า กรณีที่ที่เกิดไม่ใช่การ “เตะตัดขา” ทางการเมือง แต่การปล่อยของออกมาในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง โดยเฉพาะเวิร์ดดิ้งที่ว่า “นักการเมือง 10 คน อยู่พรรคเดียวกันทั้งหมด”ก่อนที่ต่อมา เจ้าตัวจะชิงออกมาแก้เกี้ยวว่า สิ่งที่พูด ไปเป็นไปตามที่พาดหัวข่าว แต่ขอใช้พื้นที่นี้ให้ความเป็นธรรมกับพรรคประชาชน"นักการเมืองทั้ง 10 คนนั้น ไม่ใช่ 10 สส.หรือ 10 ผู้สมัครของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็น 10 บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงพรรคเดียว แต่มีหลายพรรคการเมือง ทั้งนี้ยังไม่สามารถลงรายละเอียดได้ จนกว่าเอกสารหลักฐานจะผ่านการพิสูจน์ทราบ ตามกระบวนการทางกฎหมายเสร็จสิ้น ซึ่งขณะนี้ใกล้แล้วเสร็จ"ไชยชนก ย้ำว่า ไม่ได้นำคดีมาบีบทางการเมือง เรื่องที่ถูกพูดถึงในขณะนี้ เป็นสิ่งที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และใช้เวลาทำมาแล้ว 2-3 เดือน มีมูลเหตุและเอกสารหลักฐานที่ต้องตรวจสอบ และพิสูจน์ข้อเท็จจริง หากไม่ดำเนินการจะถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น หากมองว่าเป็นการบีบทางการเมืองคงไม่ใช่ แต่เป็นกรณีที่มีมูลเหตุจริง และจำเป็นต้องตรวจสอบจริง จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนทว่า จากความเคลื่อนไหวของ 2 รัฐมนตรีที่เกิดขึ้นเวลานี้ โดยเฉพาะในยามที่ฝ่ายสีน้ำเงินถืออำนาจบริหารอยู่ในมือ ย่อมถูกจับตาไปถึงมีนัยการเมือง หวังผลไปถึงพรรคใดพรรคหนึ่ง ที่อาจชนะแบบมีแผลบอบช้ำ แถมยังส่งผลไปถึงการลดอำนาจต่อรองของพรรคการเมืองนั้นๆ หลังผลเลือกตั้ง 8 ก.พ.
ปั่นสส.โยงเทา‘เขย่าสมการ’ จังหวะ‘2รมต.’ขยี้แผล-‘น้ำเงิน’สร้างแต้มต่อ
by
Tags: