“นิติภูมิธณัฐ” จี้รื้อระบบบริหารรวมศูนย์ หลังพบเงินชราภาพโตแพ้เงินเฟ้อ ซัดนักการเมืองหยุดใช้เงินแรงงานเป็นเครื่องมือปูทางคอนเนกชั่น!เมื่อวันที่ 25 ม.ค. นายนิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย คอลัมนิสต์ชื่อดังและอดีตนักการเมือง ได้โพสต์ข้อความระบุว่าระบบประกันสังคมที่ต้องแก้ไขปรับปรุง ระบบประกันสังคมเป็นหนึ่งในเสาหลักของรัฐสวัสดิการ หน้าที่สำคัญของระบบนี้ไม่ใช่เพียงการดูแลความเสี่ยงระยะสั้นของแรงงาน แต่ต้องทำหน้าที่เป็นหลักประกันทางเศรษฐกิจในยามที่แรงงานแก่ตัว หรือหมดศักยภาพในการหารายได้ กองทุนประกันสังคมไทยกำลังดูแลเงินออมภาคบังคับของแรงงานมูลค่านับล้านล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ถูกหักจากรายได้ของแรงงานจำนวนหลายสิบล้านคน โดยผู้จ่ายเงินไม่มีสิทธิเลือก ไม่สามารถถอนตัว และไม่มีอำนาจร่วมกำหนดทิศทางการบริหารกองทุนประกันสังคมมีสถานะพิเศษ คือเป็นกองทุนที่ไม่ใช่เงินภาษี แต่ก็ไม่ใช่เงินออมสมัครใจ แต่เป็นเงินออมภาคบังคับที่รัฐมีอำนาจจัดการแทบทั้งหมด กองทุนนี้ตอบโจทย์ความมั่นคงระยะยาวของแรงงานจริงหรือไม่ ภาระภาคบังคับแต่อำนาจต่อรองที่เป็นศูนย์ การปรับเพิ่มเงินสมทบเป็นเดือนละ 875 บาท ตั้งแต่ต้นปี 2026 ภาระในการพยุงกองทุนถูกผลักกลับมายังแรงงานมากแม้ระบบจะออกแบบให้มีผู้ร่วมสมทบ 3 ฝ่ายได้แก่ ผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาล แต่ในทางปฏิบัติ ภาระทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ตกอยู่กับแรงงานโดยตรง แต่แรงงานไม่มีอำนาจต่อรองเชิงนโยบายใดๆ เลย เงินถูกบังคับให้จ่าย ไม่ได้มาพร้อมกับสิทธิในการกำหนดอนาคตของเงินนั้นความเหลื่อมล้ำเชิงระบบสวัสดิการ เมื่อพิจารณาระบบสวัสดิการของรัฐโดยรวม จะพบความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน ผู้ที่อยู่นอกระบบแรงงานได้รับสิทธิบัตรทอง (จากงบประมาณภาษี) ข้าราชการได้รับสวัสดิการรักษาพยาบาลที่ครอบคลุมและยืดหยุ่น ขณะที่แรงงานภาคเอกชน ซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญของรัฐ ต้องจ่ายเงินสมทบ (แต่ได้รับสิทธิที่จำกัดกว่าในหลายมิติ)ความเหลื่อมล้ำนี้ไม่ใช่ปัญหาเชิงความรู้สึก คณะไอ้โงง (โง่+โกง) ออกแบบระบบสวัสดิการแบบแยกส่วน ที่ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างตลาดแรงงาน ปัญหาอยู่ที่ “เงินชราภาพ” ซึ่งเป็นเงินก้อนใหญ่ที่สุด และเป็นความหวังสุดท้ายของแรงงานในบั้นปลายท้ายชีวิต เมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคเอกชน (PVD) จะเห็นความแตกต่างเชิงสถาปัตยกรรมอย่างชัดเจนกองทุนเหล่านั้นเปิดให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุน กระจายความเสี่ยง และออกแบบการออมให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ขณะที่กองทุนประกันสังคมใช้การบริหารแบบรวมศูนย์ ภายใต้นโยบายเดียว สำหรับผู้ประกันตนทั้งหมด ผลตอบแทนจากการลงทุนในช่วงหลายปีที่อยู่ในระดับต่ำ บางช่วงต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อซึ่งหมายความว่า…. มูลค่าที่แท้จริงของเงินออมแรงงานลดลงอย่างเงียบๆ ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว จำนวนผู้ส่งเงินสมทบจะลดลงขณะที่จำนวนผู้รับสิทธิประโยชน์จะเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากไม่ปรับโครงสร้างการบริหารความเสี่ยงจะไม่หายไป แต่จะถูกผลักไปสู่แรงงานรุ่นถัดไปในรูปของเงินสมทบที่สูงขึ้น หรือสิทธิประโยชน์ที่ลดลงขอฝากครับว่า….ขอให้ยกระดับการบริหารเงินออมให้เป็นมืออาชีพ เปิดทางเลือกการลงทุนหลายระดับความเสี่ยง อย่างน้อยในส่วนของเงินชราภาพ เพิ่มความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตน แรงงานควรมีตัวแทนที่มีอำนาจจริงในโครงสร้างกำกับดูแลไม่ใช่มีเพียงบทบาทเชิงสัญลักษณ์ ต้องแยกนโยบายสังคมออกจากการเมืองอย่างชัดเจน เงินออมของแรงงานต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในทุกรูปแบบจงจำใส่กะโหลกไว้ว่า….เงินกองทุนประกันสังคม ไม่ใช่ทรัพยากรของรัฐ ไม่ใช่เครื่องมือของรัฐบาล แต่คืออนาคตของแรงงานไทยทั้งประเทศไอ้ปื๊ดนักการเมือง ไอ้แร้ง อีแร้งทั้งหลาย สงสารแรงงานไทยบ้างเถิดโว้ยขอบคุณเพจ นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย
“นิติภูมิธณัฐ” สับคณะ “ไอ้โงง” รุมทึ้งประกันสังคม! จวกจำใส่กะโหลกเงินนี้ไม่ใช่ของรัฐ แต่คืออนาคตลูกจ้าง
by
Tags: