ความท้าทายในการเลือกตั้ง ปี69 สำหรับ“ภูมิใจไทย” คือ การบริหารจัดการองคาพยพ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในพรรคให้ลงตัว เพื่อป้องกันแรงกระเพื่อมที่อาจก่อให้เกิดความแตกร้าวในอนาคต บนเส้นทางของ“สีน้ำเงิน”ที่กำลังเดินหน้าสู่การเป็นพรรคใหญ่ หรือพรรคอันดับ 1ไม่ว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่ของภูมิใจไทย จะมาด้วยความตั้งใจ หรือโชคช่วยก็ตาม แต่ถึงนาทีนี้ จะกลับหลังหันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เมื่อลมใต้ปีกหนุนนำให้ดูยิ่งใหญ่ ฝ่าคมหอกคมดาบจากอะไรต่อมิอะไรทั้งหลายภูมิใจไทยที่วางตำแหน่งทางการเมืองของตัวเอง เป็นพรรคอนุรักษนิยมเต็มตัวเจ้าใหม่ เข้าเกียร์ 5 เลือกเดินหน้าขวาสุดลิ่มทิ่มประตู ชูความรักชาติอันมโหฬาร เกทับบลัฟแหลกพรรคอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่งโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชน เพื่อไทย หรือประชาธิปัตย์ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ จึงวัดความนิยมระหว่าง“ขวาสุดซอย”อย่างภูมิใจไทย และ“ซ้ายใหม่”สีส้ม อย่างแท้จริง ตามเกมที่บางฝ่ายเซ็ตไว้พรรคไหนจะชนะ ได้จำนวน สส.มาเป็นอันดับ 1 ไม่กี่วันรู้ผล แต่แน่นอนว่า ความได้เปรียบของสีน้ำเงินมีมากกว่าหลายพรรค ในแง่ของกลไกอำนาจ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ที่จัดทัพแถวตรงพร้อมอยู่นานแล้วเหมือนในคลิปเสียงคุยโทรศัพท์หลุด ที่คล้ายเสียงของ“ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” รมช.มหาดไทย และผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ที่ยังต้องรอพิสูจน์ว่า ใช่หรือไม่ แต่ใครที่ได้ฟังบริบทสนทนา คงรู้สึกได้ถึงความกล้า และมั่นใจในขุมกำลังของพรรค อำนาจแฝงที่หนุนนำช่วงหนึ่งมีการอ้าง และพาดพิงถึงบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ในพรรค และบางช่วงยังพยายามจูงใจคู่สนทนา ซึ่งคาดว่าเป็นนักการเมืองท้องถิ่นให้มาช่วยฝั่งตัวเอง พูดหว่านล้อม “มีอะไรให้บอก เรื่องในกระทรวงมหาดไทย ยกเว้นผู้ว่าฯ ตั้งเสร็จหมดแล้ว เรื่องงบฯ ไม่ต้องห่วง ถ้าเราเป็นฝ่ายรัฐบาล มีผู้แทนฯ มีรัฐมนตรีโก้เลย จะได้อะไรอย่างที่คิด”แถมในคลิปเสียงหลุด ยังพาดพิงพรรคการเมืองหนึ่งว่า “ใจดำมาก กรณีตัดหางปล่อยวัดใครก็แล้วแต่ สลึงเดียวก็ไม่ให้”เรื่องนี้“อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถูกนักข่าวถาม ก็ตอบได้เพียงว่า “มีคนส่งมาให้ฟังแล้ว มันก็ย้อนแย้งในตัวของมันเอง รอให้เจ้าของคลิปชี้แจงเอง เพราะฟังดูก็ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม เพราะมีการระบุถึงคนนั้นใจดํา ก็ยังงงอยู่เลย เอาไว้เจอนายศักดิ์ดาจะถาม”อีกปัจจัยสำคัญของความเป็นพรรคใหญ่ที่จะเป็นหลักทางการเมือง หนีไม่พ้น“จุดยืน” เจตจำนงที่ชัดเจน รวมถึงกระแส หรือความเป็นที่นิยมชมชอบถ้าฝั่งประเทศใกล้เคียงปลุกกระแสชาตินิยมด้วยการสู้รบกับอีกประเทศข้างเคียง เพื่อเรียกคะแนนเสียง ในบ้านเราเองก็อาจจะมีบางพรรคใช้โมเดลเดียวกัน ก็เป็นรูปแบบเฉพาะตัวของแต่ละพรรค เพราะบางพรรคไม่ถนัดเอาผลงาน นโยบาย ความมุ่งมั่นเปลี่ยนแปลง เป็นตัวนำเหมือนพรรคอื่นบางพรรคจากที่เคยเป็น“พรรคตัวแปร” พอขนาดของพรรคขยายใหญ่แบบชั่วข้ามคืน หลายเรื่องจึงต้องบริหารจัดการแบบเฉพาะหน้า ที่สามารถหวังผลได้อย่างรวดเร็วทันใจเมื่อมองภูมิใจไทย ที่ถูกคาดหมายว่า จะมาที่ 1 เป็นแกนตั้งรัฐบาล มี“กล้าธรรม”เป็นพันธมิตร แต่อาจติดล็อกเงื่อนไข เช่น พรรคส้มไม่โหวตอนุทินรอบ 2 และประชาธิปัตย์ ไม่เอา“พรรคผู้กอง”หากสถานการณ์เป็นแบบนั้น “สีน้ำเงิน”อาจจำเป็นต้องอาศัยเพื่อไทย “ค่ายแดง”จะกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำคัญ ที่เลือกได้ระหว่าง“น้ำเงิน”หรือ“ส้ม”แล้วต้องไม่ลืม “น้ำเงิน”กับ“ส้ม” โอกาสก็ยังเปิดกว้างเสมอ แถมมีขุมข่ายอำนาจข้างหลัง เอื้อให้เกิด“บิ๊กดีล” อุ้ม“น้ำเงิน”ไปต่อ ในแบบที่พรรคอื่นไม่กล้าขยับ
ใหญ่อย่างภูมิฯ เร่งโตตั้งรัฐบาล ‘แดง’ ตัวเปลี่ยนเกม ‘จับส้ม’
by
Tags: