ธรรมนัส ฟุ้งกวาด 70 ที่นั่ง เปิดสมการ ถ้าส้มที่ 1 คะแนนไม่ห่างน้ำเงิน จะได้รัฐบาลหน้าเดิม ปัดดีลภูมิใจไทย ชี้ฐานเดียวกัน ถ้าแบ่งเค้กจะแพ้พรรคอื่น รู้สู้ไม่ไหวก็ต้องถอยวันที่ 3 ก.พ. 2569 ที่สตูดิโอ มติชนทีวีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม(กธ.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกธ. ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ The Politics ถึงการหาเสียงเลือกตั้งในช่วงโค้งสุดท้าย ว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายเราต้องสื่อสารสิ่งที่ได้พูดคุยกับประชาชน รวมทั้งบางเรื่องบางประเด็นที่ตนไม่ได้มีโอกาสชี้แจงในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทั้งประเด็นสีเทา สีนั้นสีนี้ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า อยากขอโอกาสพื้นที่ชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับสังคมได้รับทราบ รวมทั้งขอความเป็นธรรมให้กับพรรคกล้าธรรมบ้างเมื่อถามว่าในพรรคกธ. มีตำแหน่ง และบทบาทอย่างไรร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในพรรคกธ. ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) พูดง่ายๆ แบบภาษาชาวบ้านไม่ต้องดัดจริต คือ ตนเป็นเจ้าของพรรค ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค ก่อตั้งพรรคนี้มา ตั้งแต่ชื่อพรรค โลโก้พรรคเป็นคนทำทั้งหมดเมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคกธ.มีพื้นที่ยุทธศาสตร์อยู่พื้นที่ใดบ้าง รวมทั้งคาดหวังสส.เขตและสส.บัญชีรายชื่อไว้เท่าใด ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคกธ. ก่อนเลือกตั้ง เรามีสส.อยู่ทุกภาค ภาคเหนือตอนบน มีพะเยา แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ภาคเหนือตอนล่าง มีกำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ภาคกลาง มีสระบุรี ราชบุรี นครปฐม ฉะเชิงเทรา ภาคใต้มีตั้งแต่นราธิวาส สงขลา นครศรีธรรมราช ภาคอีสาน มีชัยภูมิ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ สรุปแล้วว่าพรรคกธ. มีสส.ทุกภาค ถ้าถามว่าอยากขยายพื้นที่สส.ที่ไหนบ้าง ก็ต้องบอกว่าต้องการขยายพื้นที่ทุกภาคเมื่อถามว่าพื้นที่ภาคใต้และภาคเหนือ วางเป้าหมายไว้ที่ใดบ้างร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเกิดที่จ.พะเยา แต่ตอนเรียน ม.1 เทอม 2 ย้ายไปเรียนที่ อ.เบตง จ.ยะลา เรียน ม.2 ที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ชีวิตเติบโตที่ จ.นราธิวาสร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า ถ้าถามว่าพื้นที่ จ.พะเยา และ จ.นราธิวาส คือ พื้นที่เป้าหมายหรือไม่ต้องตอบว่าใช่ จ.นราธิวาส ลุ้นได้ 3 เขตขึ้นไป พื้นที่ภาคใต้คู่แข่งของพรรคกธ. คือใครนั้น ถ้ามองในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ คือ นราธิวาส ปัตตานี และ ยะลา จะมีแข่งกันอยู่ 3 สี คือ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) พรรคประชาชาติ(ปช.) และ พรรคกธ. เค้กทั้ง 3 ก้อนนี้จะแบ่งไปที่ไหนมากที่สุด ให้รอดูวันที่ 8 ก.พ.นี้เมื่อถามว่าภาคใต้นอกจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีลุ้นพื้นที่ไหนเป็นพิเศษอีกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ขึ้นมาก็เป็น เขต 1 จ.พัทลุง ที่เป็นอดีตส.ส.ที่ย้ายมาจากพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) จะชนกับพรรคภท. มี จ.สงขลา จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี แทบไม่ได้ชนกับพรรคใด มีจ.ชุมพร พื้นที่อันดามันหวังใน จ.ภูเก็ตเมื่อถามว่าหลายพื้นที่ในภาคอีสานและภาคใต้ พรรคกธ.กับ พรรคภท. ดูเหมือนจะฮั้วกันหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการฮั้ว แต่เราต้องประเมินฐานการเมืองของพรรคกธ. กับพรรคภท.มาจากฐานเดียวกัน ต้องยอมรับเราคือฐานอนุรักษ์นิยม คะแนนจะมีอยู่ก้อนเดียว ถ้าเรามาแบ่งเค้กกันจะทำให้คะแนนแพ้พรรคอื่นได้ ยุทธศาสตร์ของพรรคกธ. ถ้าเราดูแล้วว่าสู้ไม่ไหวเราก็ต้องถอย ไม่ใช่วิ่งเข้าชนอย่างเดียวโดยไม่ดูตัวเอง อันนี้ไม่ใช่ พรรคกธ.เมื่อถามว่าตัวเลข 70 ที่นั่ง ยังเป็นเป้าหมายของพรรคกธ. ในขณะนี้อยู่ใช่หรือไม่ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคกธ. ส่งสส.เขต 350 เขต ทั้ง 350 เขต ตนจะมากรองพื้นที่ว่า พื้นที่ไหนเป็น สีเขียว สีเหลือง และสีแดงสีเขียว คือ เกรดเอ พรรคกธ.สู้ได้ สีเหลือง เกรดบี คือพอมีลุ้น และสีแดง คือ สู้ไม่ได้เลยตอนนี้พอเรากรองมาแล้ว เหลือเกรดเอ อยู่ 110 เขต ส่วนเป้าหมายของพรรคกธ. 70 ที่นั่ง จะประเมินจาก 112 เขต ซึ่งเป็นอดีตสส.จากทั้งปี 2562 และปี 2566 ซึ่งกรองมาแล้วเป็น สส.เกรดเอ ประมาณ 50 กว่าคนร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า หากให้ประเมินจาก 112 เขต หากได้ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็จะได้สส.ประมาณ 30 กว่าคน หากได้ 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็จะได้สส.ประมาณ 40 กว่าคน หากได้ 50 กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็จะได้สส.ประมาณ 50 กว่าคน แต่ขั้นเลวร้ายสุดประเมินว่าจะได้ สส.อยู่ที่ 30 กว่าคนร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า ส่วนคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคกธ. จะมาจากไหนนั้น ต้องยอมรับว่า พรรคกธ.จะไม่ทำนโยบายที่สวยหรู เป็นนโยบายขายฝันและจับต้องไม่ได้ นโยบายที่พรรคกธ.จะทำคือ ต้องเป็นนโยบายที่ต้องไปจับมือกับใครตั้งรัฐบาล และได้ประกาศเป็นนโยบายต่อรัฐสภา ไม่เช่นนั้นที่ไปปราศรัยกับประชาชนไว้มันจะไม่มีประโยชน์ เพราะทำไม่ได้เลยร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า บทเรียนมีให้เห็นจากหลายพรรคที่ขายฝันในปี 2566 หาเสียงแล้วก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีเม็ดเงิน พรรคกธ.จะไม่ทำอย่างนั้นเด็ดขาด อย่างนโยบายสร้างเศรษฐี กว่าจะได้ครบคนไทยทุกคน ถามว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ศตวรรษ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า พรรคกธ. จะทำนโยบายที่จับต้องได้ อย่างภาคเกษตรกร เกี่ยวกับคนกว่า 51 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มคนฐานราก พรรคกธ.ต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ เราทำมาแล้วตั้งปี 2562 ที่ได้ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาต่อเนื่องจนถึงปี 2568 ในยุคที่ตนเป็น รมว.เกษตรฯ ราคาสินค้าเกษตรขึ้นทุกตัว ยารางพารา เพิ่มสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 100 บาทเมื่อถามว่าถ้ามีโอกาสและมีสส. มากพอ กระทรวงเกษตรฯ คือ กระทรวงที่พรรคกธ.จะต้องเข้ามาดูแล ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราไม่ได้รักเพราะเห็นผลประโยชน์ในกระทรวงนี้ แต่เรารักเพราะ พี่น้องข้าราชการในกระทรวงฯ ตนเห็นเขาตั้งแต่ระดับซี 5 ซี 6 ตอนนี้ขึ้นเป็นผู้บริหารกระทรวงฯ ข้าราชการเหล่านี้เขาจะมีใจให้กับชาวบ้านร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ปลัดกระทรวงฯ คนปัจจุบัน ก็ทำงานกับตนมาตั้งแต่เขาเป็น เลขาธิการส.ป.ก. ร่วมกันแก้ปัญหาที่ดินทำกินให้กับพี่น้องประชาชนมาตลอด ถ้ามีโอกาสพูดคุยกับแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็จะบอกว่าจะขอโอกาสมาสานต่องานที่ทำไว้เมื่อถามว่าถึงวันนี้ พรรคกธ. ยังต้องจับมือไปกับ พรรคภท.ต่อใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มองที่โครงสร้างของการเป็นผู้นำ อยู่มาตั้งแต่รัฐบาลทหาร มาจนถึงรัฐบาลเลือกตั้ง เห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ กับ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ สองบุคคลนี้มีความสามารถ หากได้ทั้งสองคนมารวมกัน ประเทศชาติจะเดินหน้าไปได้มากกว่านี้ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า คนหนึ่งกล้าตัดสินใจเด็ดขาด อีกคนหนึ่งเป็นคนที่มีความรู้ทางธุรกิจ ทางเศรษฐกิจ ถ้าทั้งสองคนมาบวกรวมกันประเทศจะเจริญ ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ก็มีความพร้อม บางเรื่องท่านก็มีความเด็ดขาด บางเรื่องก็ใช้ประสบการณ์ด้านนักธุรกิจมาแก้ปัญหาร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า ในอนาคตทางการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน แต่ระหว่างที่เคยทำงานร่วมกับ นายอนุทินมา ก็ทำงานร่วมกันมาด้วยดีและสบายใจ ในมุมกลับกัน หากพรรคภท. ต้องเป็นฝ่ายค้าน พรรคกธ. จะมีจุดยืนอย่างไรนั้น คือ สมการทางการเมืองไม่มีอะไรแน่นอนร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า บุคลิกการเป็นผู้นำของแต่ละคน เราต้องวิเคราะห์ว่าใครเป็นอย่างไร พรรคกธ. จะไปวาดฝันว่า เป็น 1 ใน 4 พรรคหลักที่แข่งกันมันเป็นไปไม่ได้ การทำการเมืองเราต้องรู้จักตัวเองเมื่อถามว่า ที่พรรคประชาชน (ปชน.) ไม่จับมือกับ พรรคกธ. หากพรรคภท. ชวนไปร่วมรัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า แต่ละคนที่พูดก่อนการเลือกตั้งว่า ยังไม่รู้ว่าพรรคจะได้สส.เท่าใด ไปประกาศว่าจะไม่จับกับคนนั้นคนนี้ ถือว่าเป็นการเสียมารยาททางการเมืองมาก"ไปบอกว่าพรรคนั้นสีเทา พรรคทุนเทา ขอถามกลับว่าพรรคของคุณนั้นขาวสะอาดมากนักหรือ จะเห็นว่าคนของบางพรรคก็ถูกจับดำเนินคดีฐานฟอกเงิน พนันออนไลน์บ้าง ไม่เหมือนกับพรรคกธ.""ยกตัวอย่าง นายชนนพัฒน์ นาคสั้ว ผู้สมัครสส.สงขลา พรรคกธ. ถูกจับตั้งแต่ยังไม่ได้เป็น สส. และได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ตัวเอง ทุกพรรคมีทั้งคนดีและคนเลว แต่ต้องให้โอกาสเข้าพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรม" ร.อ.ธรรมนัส กล่าวเมื่อถามว่าเหตุใดยังถูกมองว่าเป็นสีเทาอยู่ตลอดร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ชีวิตของตนปีนี้ก็อายุ 61 ปีแล้ว ถามว่าทุกเรื่อง ทุกคดีที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ตนได้พิสูจน์ผ่านกระบวนการยุติธรรมมาแล้วทั้งสิ้น แม้แต่เรื่องที่เกิดในต่างประเทศก็ได้ชี้แจงมาหลายรายการแล้ว ก็อยากจะเห็นคำพิพากษาตัวจริงเหมือนกันร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ที่นำข้อมูลมาอภิปรายในสภาฯ ก็นำข้อเท็จจริงมาไม่หมด ที่บอกว่ามันคือแป้ง คุณไม่เอาถ้อยคำทั้งหมดมา ตนหมายความว่า คู่คดี ศาลยกฟ้อง เขาชนะคดี เพราะว่าสิ่งที่เขาเอาไปล่อซื้อคุณในห้องพัก"พิสูจน์ออกมาแล้ว มันมีแป้งเจือปนอยู่เยอะ ปริมาณสารเสพติดมันมีน้อย ศาลถึงยกฟ้อง ซึ่งผมไม่มั่นใจว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ ผมพยายามไปคัดคำพิพากษา ทุกวันนี้ก็ไม่มี ที่คุณไปเอามาอภิปราย มันมาจากหนังสือพิมพ์ แต่ทำไมคนถึงไม่เชื่อ เพราะนี่คือความสกปรกของการเมือง"ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า คุณพูดกันเฉพาะช่วงที่ถูกกล่าวหา แต่คุณไม่พูดตอนจบว่า คดีความต่างๆ กระบวนการตัดสินในชั้นศาล บทสรุปสุดท้ายเป็นอย่างไร ซึ่งน้องๆ ส.ส.ที่อภิปรายในสภาฯ ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ หลายคนก็ถูกตนฟ้อง แต่สุดท้ายก็มาพูดคุยทำความเข้าใจ"หลายเรื่องก็จบลงด้วยดีก็มีการถอนฟ้องไป เพราะไม่ได้ตั้งใจจะดำเนินคดีแบบเอาเป็นเอาตายอยู่แล้ว แค่อยากให้มาพูดคุยกันว่ายังไม่มีความเข้าใจในเรื่องไหน อย่าง นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อดีตสส.กทม. พรรคปชน. ก็อภิปรายตรวจสอบผมอย่างเอาจริงเอาจัง ก็ถูกผมฟ้อง แต่พอได้พูดคุยกันได้ทำความเข้าใจกันให้ได้ทราบถึงข้อเท็จจริงต่างๆ ผมก็ถอนฟ้องหมด""ผมตั้งวอร์รูมอยู่ 3 วอร์รูม ที่ กทม. พะเยา และ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จะมีทนายประมาณ 20 คนพิจารณาแต่ละคดี ที่ผ่านมาฟ้องไป 600 คดี แต่พิสูจน์แล้ว ยกฟ้องไป 400 คดี ซึ่งเป็นอวตาร ยกเว้น โรม ไอซ์ ที่พูดอยู่ตลอด แต่ละวัน พอพูดไปเรื่อยๆ ก็มีคดีเพิ่มขึ้นมาอีก ที่ผมฟ้องไป เชื่อว่า 99.99 % เกี่ยวข้องกับการเมืองแน่นอน บางคนก็เป็นติ่งสีนั้นสีนี้" ร.อ.ธรรมนัส กล่าวเมื่อถามถูกมองว่าเป็นคนเนรคุณ ปัจจุบันกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคุยกันได้หรือไม่ร.อ.ธรรมนัส กล่าว ยังคุยกันได้ ไม่มีปัญหา กับนายทักษิณ ตนไปลามาไหว้ทุกครั้ง ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนถึงพรรคเพื่อไทย"ครั้งนี้ก็เข้าไปกราบลา ได้ไปหานายทักษิณไม่ต่ำกว่า 10 ครั้งก่อนที่จะตัดสินใจแยกออกมา ไม่มีวันไหนที่ไม่ได้คุยกับนายทักษิณ บ้านจันทร์ส่องหล้า ไม่มีอาทิตย์ไหนที่ไม่ได้ไป คิดว่าไปมากกว่าผู้บริหารพรรคเพื่อไทยเสียอีก"ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า หลายสิ่งหลายอย่างก็ได้เตือนท่านว่าช่วงที่ไม่ได้อยู่เมืองไทย อะไรหลายอย่างในการเมืองไทยมันไม่เหมือนเดิม แต่ข้อมูลท่านก็ได้รับฟังหลายด้าน ถึงทุกวันนี้ก็ไม่ได้มีปัญหากับนายทักษิณร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่ากับพล.อ.ประวิตร ก็ไม่ได้มีปัญหาเหมือนกัน ช่วงที่ตรวจสอบกรณีที่ดินส.ป.ก. ท่านให้ตำรวจคนหนึ่งโทรมาหา ตนก็ให้ความเป็นธรรมตามกฎหมาย ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับท่าน ที่ทุกคนมองตนว่าเป็นคนเนรคุณคน ก็อยากบอกว่าทุกอย่างมีที่มาที่ไปหมด บางเรื่องตนก็ต้องยอมกลืนเข้าไปดีกว่าให้พี่น้องต้องทะเลาะกันร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า อย่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ก็คุยได้ ซึ่งได้เจอท่านอีกสถานะหนึ่ง ก็เข้าไปไหว้ท่าน ทุกวันนี้ก็ยังชื่นชมท่าน ตนชอบใครก็บอกชอบ ไม่ชอบก็บอกไม่ชอบเมื่อถามว่ามองสมการการเมืองภายหลังการเลือกตั้งอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การเลือกตั้งมีหลายอย่าง ชูนโยบาย สร้างกระแส ถ้าแบบนี้ตนไปสู้กับเขาไม่ได้ ถ้าเป็นสีแดงกับสีส้ม เขาจะสู้กันได้ แต่สีน้ำเงินเขาเป็นนักปฏิบัติ เขาเป็นรัฐบาลช่วง 3 เดือนจะเห็นว่าได้แก้ปัญหาเรื่องความสงบชายแดนร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า โครงการช่วยเหลือคนฐานรากก็ทำ กระแสที่ได้จากการขายนโยบายของ 2 พรรคใหญ่ กับอีกพรรคหนึ่งที่ได้กระแสจากการปฏิบัติมากกว่า และเขาก็มีความมั่นคงทั้งเรื่องของความรักชาติ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าพรรคอื่นไม่รักชาติ ซึ่งต้องยอมรับความเป็นจริงร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า ดังนั้นการต่อสู้ของ 3 พรรคใหญ่ มองว่าก็มีโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลของทั้ง 3 พรรค แต่ดูแล้วว่า สีน้ำเงินน่าจะมีความพร้อมมากกว่า ยุทธศาสตร์ไม่ใช่แค่เรื่องสร้างกระแสอย่างเดียว แต่มีองค์ประกอบหลายอย่าง อำนาจที่เรามองไม่เห็นก็เป็นส่วนประกอบหลังการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้อำนาจด้านผิดกฎหมายร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า พรรคบางพรรคเขามีบุคคลที่เก่งและเจนจัดทางด้านยุทธศาตร์การเมือง ขณะที่ 2 พรรคสร้างแต่นโยบายที่จะมาสร้างความหวังให้กับคนไทย บางครั้งก็อาจจะสู้บางพรรคไม่ได้เหมือนกัน ตนมองว่าสีน้ำเงินเขามีความพร้อมมากกว่าร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ถ้าส้มได้ที่ 1 แต่ได้ช่องว่างไม่ห่างจากสีน้ำเงิน ก็มีโอกาสที่จะได้เห็นการจัดตั้งรัฐบาลเหมือนครั้งที่ผ่านมา เพราะพรรคที่ได้ที่ 1 ก็ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ถ้าคะแนนที่ 1 กับที่ 2 ห่างกันมาก ก็จะอยู่ที่พรรคตัวแปรอยู่ที่ว่าจะไปจับกับพรรคนั้นๆ ได้หรือไม่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า พรรคกธ.ไม่ได้วางสถานะว่าเป็นพรรคตัวแปร แต่ก็มีสิ่งที่บางพรรคทำไม่ได้ แต่ตนทำได้ อันนี้เป็นเรื่องของพรสวรรค์ของแต่ละคน ที่ตนพูดว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของรัฐบาลในอดีต จึงได้ถูกโจมตีมาถึงทุกวันนี้ ถ้าจะให้มองสมการรัฐบาลวันนี้ยังไม่ชัดเจน ถ้าจะให้ชัดเจนต้องรอหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธรรมนัส ฟุ้งกวาด 70 ที่นั่ง เปิดสมการ ถ้าส้มที่ 1 คะแนนไม่ห่างน้ำเงิน ได้รัฐบาลหน้าเดิมติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th
ธรรมนัส ฟุ้งกวาด 70 ที่นั่ง เปิดสมการ ถ้าส้มที่ 1 คะแนนไม่ห่างน้ำเงิน ได้รัฐบาลหน้าเดิม
by
Tags: