แล้ว(มึง)จะหนาว!

ที่ประเทศเดินหน้าไปไหนไม่ได้….ส่วนหนึ่ง ก็เพราะไอ้พวกนักกฎหมายศรีธนญชัยนี่แหละเลือกตั้งแล้วแพ้ก็หยิบเรื่อง “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” ในบัตรเลือกขึ้นมาชี้ฉับๆ ว่า แบบนี้ การเลือกตั้งก็ไม่เป็นความลับน่ะซีฉะนั้น โมฆะ…ต้องเลือกตั้งใหม่!นี่พวก “โมฆบุรุษ” ทางกฎหมายเขาว่างั้น ถ้าเลือกใหม่ อย่าร้องไห้ก็แล้วกัน เปิดหีบแล้ว ปรากฏว่าภูมิใจไทย จาก ๑๙๓ พรวดขึ้นไป ๓๐๐ กว่า!ที่เป็นเช่นนั้น เพราะชาวบ้านเขาหมั่นไส้ ไอ้พวก “แพ้แล้วพาล” เขาก็เลยเฮโลกันเลือก “พรรคภูมิใจไทย”จะได้เป็น “พรรคเดียวตั้งรัฐบาล”!สิ้นเรื่อง-สิ้นราวกันไป ประเทศชาติบ้านเมือง จะได้เดินหน้าพ้นจากวงจรอุบาทว์ซะที!จะ “โมฆะ-ไม่โมฆะ” ไม่ต้องวุ่นวายเป็นควายแตกฝูงไปหรอก รอฟังคำพิจารณาวินิจฉัยจาก “ศาลรัฐธรรมนูญ” เป็นที่ยุติอีกไม่นานหรอก “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” คงส่งเรื่องไปแล้วมั้ง?เรื่องนี้ ยืดไปนานเท่าไหร่ “ภูมิใจไทย-นายกฯ อนุทิน” เขาก็ยืดสถานะ “รัฐบาลรักษาการ” ยาวไปนานเท่านั้นด้วยเรื่องนี้ตะหากที่ควรสนใจ คือเรื่องที่นายกฯ อนุทินประกาศ“ฉีกทิ้ง MOU 44”คือกรอบเจรจาพื้นที่เขมรอ้างสิทธิทางทะเล (OCA) ในอ่าวไทย บริเวณใต้เกาะกูด ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานมหาศาลเกาะกูดอยู่ในเขตไทยแท้ๆแต่แม่มมันดื้อตาใส ลากเส้นอ้อมย้วยเข้าไปในแผ่นดินใต้เกาะกูด แล้วทึกทักเป็น “พื้นที่ทับซ้อน” ตั้งแต่สมัย “นายพลลอน นอล” ก่อนเขมรจะแตกโน่นแล้วเขมรกับไทย โดยรัฐบาลทักษิณ เซ็น MOU กันเมื่อปี ๒๕๔๔ หลงจ๊ง-เก๋าเจี๊ยะ “มึงมั่ง-กูมั่ง” ทักษิณกับฮุน เซนเซ็นไป-ก็ฝันหวานร่วมกันไปก็คารา-คาซังมากว่า ๒๐ ปี ไม่มีอะไรคืบหน้า รัฐบาลไหนก็ไม่กล้ายกเลิก ทั้งที่รู้ๆ ว่าเขมรขี้โกง ขีดเส้นลากเข้ามาดื้อๆ แล้วอ้างพื้นที่ทับซ้อนความจริงมัน “ทับส้น” มากกว่า “ทับซ้อน”!ก็มารัฐบาลนายกฯ อนุทินนี่แหละ ที่กล้าทุบโต๊ะ ให้กระทรวงต่างประเทศศึกษาข้อมูล เพื่อ “ยกเลิก MOU 44” ให้ทันประกาศในรัฐบาลใหม่!เขมรเห็นไทยเอาจริง ฮุน มาเนต ทำปากแข็ง ท้าให้ฉีก ทั้งที่ตัวเองกินไม่ได้-นอนไม่หลับ อายุแค่ ๔๘ แต่เครียด..กลัว..จนหัวหงอกและวิ่งพล่าน ไปฝรั่งเศส ไปหา “เจ้านายเก่า” ให้ช่วยค้นหาเอกสารและแผนที่ จะเอาไปเป็นหลักฐาน “ฟ้องไทย” ต่อศาลโลกไทยกลัวซะที่ไหนล่ะ…หลักฐานต่างๆ ทำระหว่าง “สยามกับฝรั่งเศส” ส่วนประเทศกัมพูชายังไม่มี ยังเป็นแค่ “ขี้ข้ารับใช้” ในแผ่นดินทาส จะรู้ของจริงได้อย่างไร นอกจากลากเส้นเอาเองดื้อๆ ภายหลังคุณ “Praiboon Surakot” โพสต์เมื่อวาน ว่าเกาะกูดเป็นของไทย 1,000%! เปิดหลักฐานมัดตัวจากฝรั่งเศส สยบทุกข้อพิพาทเขตแดนอัปเดตสถานการณ์ล่าสุด : 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569ความจริงที่ไม่อาจบิดเบือน! ท่ามกลางกระแสข่าวพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ข้อมูลชุด "ไม้ตาย" จากหอจดหมายเหตุปารีสโดยทีม “ทูตทหารไทย” ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ (ศิษย์เก่าโรงเรียนทหารแซงท์ซีร์ ฝรั่งเศส) ได้ตอกย้ำหลักฐานสากลที่โลกต้องรับรู้ :สนธิสัญญา ร.ศ. 125 (ค.ศ. 1907) : ฝรั่งเศสระบุชัดเจน "ยกเกาะกูดให้สยาม" เส้นเขตแดนดั้งเดิมไม่เคยลากทับเกาะกูด เหมือนแผนที่ 1:200,000 ที่กัมพูชาพยายามอ้างสิทธิฝ่ายเดียวในภายหลังหลักฐานบันทึกวาจา (PV) ปี 1908 : พบพิกัดยืนยันจุดเริ่มเขตแดนทางบกที่ "แหลมสารพัดพิษ" ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการลากเส้นเขตแดนทางทะเลที่ถูกต้องตามหลักสากลแผนที่เจ้าอาณานิคม (1920-1933) : แผนที่ราชการของฝรั่งเศสทุกฉบับในยุคนั้น ยืนยันว่า เกาะกูดอยู่ในเขตอธิปไตยของไทย 1,000% ไม่มีพื้นที่ทับซ้อนบนตัวเกาะ!การขุดรากประวัติศาสตร์ครั้งนี้ …..ไม่ใช่เพียงเพื่อรำลึกอดีต แต่คือการใช้ "อาวุธทางปัญญา" เพื่อปกป้องทรัพยากรพลังงานและอธิปไตยในอ่าวไทย ณ ปัจจุบันเรายึดมั่นในสันติภาพ แต่จะไม่ยอมเสียสิทธิอันชอบธรรมแม้แต่ตารางนิ้วเดียว!และตอนปลายปี ๒๕๖๘ “ดร.ศุภณัฐ” ได้โพสต์เป็นความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า“Suphanat Aphinyan”ความลับกัมพูชาที่คนไทยทุกคนควรต้องรู้กัมพูชาเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคแถบนี้ ที่ไม่ยอมเข้าร่วมอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982หรือ United Nations Convention on the Law Of the Sea (UNCLOS) อ่านออกเสียงตัวอักษรย่อ UNCLOS ว่า "อันโคลซ"ซึ่งปัจจุบัน นับได้ว่าเป็น “อนุสัญญาสหประชาชาติ” สำคัญ เป็นที่ยอมรับในการ “แบ่งเขตแดนทางทะเล” ของแต่ละประเทศอันเป็นหลักสากล โปร่งใส และมีความเป็นธรรม สามารถช่วยแก้ไข ตลอดจนระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับการแบ่งเขตแดนทางทะเลระหว่างประเทศได้อย่างสันติเหตุผลประการสำคัญที่กัมพูชาไม่ยอมเข้าร่วม UNCLOS เป็นเพราะทางกัมพูชาทราบดีว่า “จะเสียเปรียบ” ในการเจรจาแบ่งเขตแดนทางทะเลกับประเทศเพื่อนบ้านโดย ดร.วันนาริธ ชเฮียง นักวิชาการชาวกัมพูชา เป็นผู้ยอมรับเอง ยืนยันว่ารัฐบาลกัมพูชากลัวการเข้าร่วมอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยกฎหมายทะเล UNCLOSจะทำให้กัมพูชาเสียเปรียบในการเจรจากำหนดเขตแดนทางทะเลกับประเทศเพื่อนบ้านดังที่กัมพูชาพยายามอ้างสิทธิตามเส้นเขตแดนที่ลากขึ้นในสมัยที่ยังเป็น “รัฐอารักขา” ของประเทศฝรั่งเศสเมื่อทราบความจริงดังนี้…………ประเทศไทยของเราจึงไม่ควรเจรจากับกัมพูชาเป็นอย่างยิ่งตราบใดที่กัมพูชายังไม่ยอมเข้าร่วม UNCLOSเพราะไทยจะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสียเอง หากยังคงยึดข้อพิพาทเดิมตามแนวทาง MOU 2544 ที่ล้าสมัยไปแล้วขนาดรัฐบาลกัมพูชายังไม่ยอมเสียเปรียบไทย ถ้ารัฐบาลไทยยอมเสียเปรียบกัมพูชายอมยกผลประโยชน์ของประเทศชาติและปวงชนชาวไทย มูลค่านับล้านล้านบาทให้กับกัมพูชากล้าเสนอหน้าไปเจรจาโดยที่กัมพูชายังไม่ยอมเข้าร่วม UNCLOS จะเรียกว่า "โง่" หรือ "ขายชาติ" ดีครับ?ดังนั้น UNCLOS จึงเป็นหลักสำคัญในการเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชา ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนจะจบลงทันทีเพราะเส้นเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชาภายใต้ UNCLOS เป็นสากลอยู่แล้วสิ่งที่เหลือให้ไทยและกัมพูชายังต้องเจรจาตกลงกัน คือ“หลุมน้ำมันดิบ” และ “ก๊าซธรรมชาติ”ที่วางตัวอยู่ในแนวเส้นแบ่งเขตแดนทางทะเลของทั้งสองประเทศนอกจากไทยเราจะไม่เสียเกาะกูดเป็นแน่แล้ว ยังจะสามารถครองพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เป็นข้อพิพาทรวมถึงทรัพยากรธรรมชาติในท้องทะเล ทั้งน้ำมันดิบและก๊าชธรรมชาติส่วนใหญ่จะตกเป็นของไทยขนาดนักวิชาการกัมพูชายังยืนยันชัดเจนว่ารัฐบาลกัมพูชาไม่เข้าร่วม UNCLOS เพราะกลัวเสียเปรียบพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนจึงควรตระหนักรู้เกี่ยวกับ UNCLOS เพื่อให้รัฐบาลไทยยื่นข้อเสนอให้กัมพูชาเข้าร่วม UNCLOS เสียก่อนเท่านั้น แล้วจึงค่อยเปิดเจรจาที่เป็นธรรม!ดร.ศุภณัฐ31 ตุลาคม พ.ศ. 2567ครับ…..เราไม่ต้องไปยื่นข้อเสนอให้เขมรเข้าร่วม UNCLOS หรอก เพราะตอนนี้ เขมรเข้าร่วม UNCLOS ไปหมาดๆ เมื่อเดือนมกรา.๖๙ นี่เอง“IMCT News Thai Perspectives on Global News” รายงานไว้ ดังนี้กัมพูชาเลือกใช้ “กฎหมายทะเล” เป็นเกราะใหม่ ปกป้องผลประโยชน์ในอ่าวไทยและทะเลรอบตัวหลังให้สัตยาบัน Unclos เป็นทางการเป็นชาติสุดท้ายในอาเซียน ท่ามกลางแรงกดดันจากความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชาและโจทย์ซับซ้อนกับจีน-อาเซียนในทะเลจีนใต้SCMP รายงานว่า กัมพูชาเดินหน้ารับรองอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2026 หลังปล่อยทิ้งไว้นานกว่า 40 ปีนับจากลงนามครั้งแรกในปี 1983 ทำให้กัมพูชากลายเป็นสมาชิกอาเซียนชาติสุดท้ายที่ให้สัตยาบัน “สนธิสัญญาทางทะเล” ฉบับสำคัญนี้โดยกฎหมายได้รับความเห็นชอบจากสมัชชาแห่งชาติสมัยที่ 5 และจะถูกส่งต่อให้วุฒิสภาลงนามขั้นสุดท้ายนักวิเคราะห์ระบุว่า การให้สัตยาบันครั้งนี้ เกิดขึ้นบนพื้นฐาน “การประเมินภัยคุกคาม” กับไทยหลังเกิดการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาหลายครั้งเมื่อปีที่แล้วบนพื้นฐานข้อพิพาทเขตแดนที่ลากยาวมานับศตวรรษกระแสข่าวลือว่า “กองทัพเรือไทย” อาจปิดเส้นทางส่งกำลังบำรุงในอ่าวไทยแม้กรุงเทพฯ ปฏิเสธตลอด ก็ยิ่งผลักให้พนมเปญต้องหันมาพึ่งกรอบกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อปกป้องสิทธิทางทะเลของตนอับดุล ราห์มัน ยาคอบ จาก Verve Research ชี้ว่า ด้วยกองทัพเรือกัมพูชาที่เล็กและอ่อนแอกว่าการใช้ Unclos เป็น “จุดอ้างอิง” ในการเจรจากับไทยจึงเป็นทางเลือกสำคัญ ทั้งเพื่อปกป้องทรัพยากรพลังงาน เส้นทางเดินเรือ และประมงในอ่าวไทย มากกว่าการแข่งขันด้านกำลังทางเรือโดยตรงนักวิชาการอย่าง ชง เต๋อ เซียน จาก RSIS มองว่าพนมเปญกำลังพยายามขายภาพ Unclos ในฐานะเครื่องมือยกระดับธรรมาภิบาลและวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ ลดความผันผวนของความสัมพันธ์ทวิภาคี ผ่านกติกาที่เป็นที่ยอมรับในสากลแต่ก็เตือนว่า หากกัมพูชาปรับเส้นฐานทางทะเล ออกแผนที่ใหม่ หรือบังคับใช้กฎหมายแข็งกร้าวในพื้นที่ทับซ้อน ก่อนตกลงแบ่งเขตเพื่อนบ้านอาจมองว่า เป็นความพยายาม “ผูกขาด” สิทธิและสร้างข้อเท็จจริงในพื้นที่ ซึ่งอาจนำไปสู่การตอบโต้ และทำให้การเจรจายุ่งยากขึ้น“ปู สถิรัก” ที่ปรึกษาศูนย์ภูมิภาคศึกษาแห่งกัมพูชา ระบุว่า ที่ผ่านมา พนมเปญลังเลเพราะยังไม่เห็นประโยชน์ Unclos ชัดเจนและมองว่า กรอบดังกล่าวยังอ่อนในเรื่องสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีใหม่แต่การให้สัตยาบันครั้งนี้ สะท้อนว่ากัมพูชาตัดสินใจยึดระเบียบโลกที่อิงกฎหมายสากลมากขึ้นและช่วยปลด “ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก” ระหว่างการสนับสนุนจุดยืนอาเซียนในทะเลจีนใต้กับการรักษาความใกล้ชิดกับจีน #imctnews รายงาน………………………………..๒๓-๒๕ กุมภา.นี้ รัฐมนตรีต่างประเทศ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” ท่านจะไปปารีสและนครเจนีวา เพื่อร่วมประชุมระดับผู้นำคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติก็จะได้พบหน้าค่าตากับนายกฯ ฮุน มาเนต เพื่อนบ้านที่รักใคร่กันปานจะกลืนด้วย คงมีโอกาสได้กะหนุง-กะหนิงกันบ้างหรอกท่านเคยสงสัยมั้ย…..พอไทยเล่นไม้แข็งเรื่องเขตแดน ทั้งทางบกและทางทะเล เขมรจะต้องวิ่งแจ้นไปขอแผนที่ ขอเอกสารหลักฐานกับฝรั่งเศส?เพราะเหตุไร เขมรจึงไม่มีเอกสารหลักฐานและแผนที่เขตแดนอยู่ในมือล่ะ?คำตอบง่ายๆ ก็อย่างที่บอก เอกสารประกอบแผนที่ที่เซ็นกันนั้น “ไทย-ฝรั่งเศส” ผู้เป็นเจ้านายเขาเซ็นกันขี้ข้า อย่าสะเออะ!เพราะตอนนั้น เขมรอยู่ในฐานะ “ชาติขี้ข้าฝรั่งเศส” ล้วนๆไม่มีศักดิ์และสิทธิที่จะสะเออะไปรู้เห็นในเรื่องใดๆ ของเจ้านายไทยและเจ้านายฝรั่งเศสเอกสารที่เซ็นตกลงกันพร้อมแผนที่ ฝ่ายไทยก็จะมีชุดหนึ่ง ฝ่ายฝรั่งเศสก็จะมีชุดหนึ่งชุดของขี้ข้า “ไม่มี”!เพราะเช่นนี้แหละ มีเรื่องกับไทยที เขมรก็ต้องวิ่งไปขอให้ฝรั่งเศสค้นหาเอกสารให้ทีและเมื่อวาน มีหัวข้อข่าวในโซเชียลให้เขมรสยิว ว่า…ด่วน! ทูตทหารไทยในปารีส ค้นเจอ “สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส”ชัดเจน เราชนะทุกข้อ!.-เปลว สีเงิน๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙คนปลายซอย


Posted

in

by

Tags: