ปูนบำเหน็จ ‘ขุนพลสีน้ำเงิน’ ‘ทรงศักดิ์’ มท.1 ‘โสภณ’ ประมุขรัฐสภา

นับแต่ปี 2554 “เนวิน ชิดชอบ” นำทีมน้ำเงินลงสนามภาคอีสานสู้กับพลพรรค“ทักษิณ ชินวัตร” ภูมิใจไทยไม่เคยชนะเพื่อไทยกระทั่ง เลือกตั้ง 2569 ค่ายน้ำเงินกวาด สส.อีสานไปได้ 64 ที่นั่ง จากทั้งหมด 133 ที่นั่ง เพิ่มเท่าตัวจากปี 2566 ที่เคยได้ 35 ที่นั่ง ครองแชมป์ สส.อีสานเป็นครั้งแรกเลือกตั้งสมัยที่แล้ว “เนวิน” ยึดเก้าอี้ สส.อีสานใต้ได้เป็นอันดับหนึ่ง แต่อีสานเหนือและอีสานกลาง ยังเป็นตกเป็นรองเพื่อไทยดังนั้น ครูใหญ่บุรีรัมย์จึงส่ง “ทรงศักดิ์ ทองศรี” รมช.มหาดไทย ไปคุมอีสานเหนือ 7 จังหวัด ส่วน “โสภณ ซารัมย์” รองนายกรัฐมนตรี ดูแลอีสานกลาง 4 จังหวัดปรากฏว่า “เสี่ยป้อม” ทรงศักดิ์ ทองศรี ทำยอด สส.เข้าเป้าคือ บึงกาฬ 3 คน ยกจังหวัด อุดรธานี 4 คน หนองคาย 1 คน สกลนคร 1 คน นครพนม 2 คน อำนาจเจริญ 2 คน ยกจังหวัด และยโสธร 3 คน ยกจังหวัด เบ็ดเสร็จรวม 16 คนสำหรับ “ครูโสภณ” ทำเซอร์ไพรส์คือ มหาสารคาม 5 คน ส่วนที่เหลือต่ำกว่าเป้าคือ ขอนแก่น 2 กาฬสินธุ์ 1 คน และร้อยเอ็ด 1 คน แต่สนามร้อยเอ็ดมี สส.ฝากเลี้ยง 1 คนแม่ทัพใหญ่บึงน้ำเงิน“ทรงศักดิ์” เกิดในตระกูล “ทองศรี” ที่ทำธุรกิจโรงสีและโรงไม้ใน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ มีศักดิ์เป็นญาติข้างแม่กับ “เนวิน”ชัย ชิดชอบ ชักชวนให้ทายาทบ้านใหญ่ “ทองศรี” ลงสมัคร สส.ครั้งแรกในปี 2535 สังกัดพรรคสามัคคีธรรม และหลังจากนั้น “เสี่ยป้อม” ก็เป็น สส.บุรีรัมย์มาทุกสมัย ไม่เคยสอบตกเมื่อ “เนวิน” ก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย จึงส่ง “เสี่ยป้อม” ไปขยายฐานอีสานเหนือที่ จ.บึงกาฬ โดยใช้แผนบุรีรัมย์โมเดล พัฒนาบึงกาฬในทุกด้าน เพื่อปักธงสีน้ำเงินในเวทีการเมืองระดับชาติเนื่องจาก “แว่นฟ้า ทองศรี” ภรรยาทรงศักดิ์ เป็นชาวบึงกาฬโดยกำเนิด เสี่ยป้อมจึงส่ง “แว่นฟ้า” ลงสนาม สส.เขต 1 บึงกาฬ แต่ต้านกระแสเสื้อแดงแห่ “ยิ่งลักษณ์”ไม่ไหว แว่นฟ้าพ่ายยับเยินขยับมาปี 2562 แว่นฟ้าสวมเสื้อภูมิใจไทย ลงสนามเขต 1 บึงกาฬ แต่ก็พ่ายแชมป์เก่า-เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ พรรคเพื่อไทย“เสี่ยป้อม” เปลี่ยนเกมใหม่ โดยเบนเข็มยึด อบจ.บึงกาฬ ในปี 2563 ผลปรากฏว่า “แว่นฟ้า” ในนามทีมนครนาคา ชนะคณะก้าวหน้า ได้เป็นนายก อบจ.บึงกาฬปี 2566 “เสี่ยป้อม” ประสบความสำเร็จปักธง สส.บึงกาฬ ได้ 2 ที่นั่งจากทั้งหมด 3 ที่นั่ง และปีนี้ ทรงศักดิ์-แว่นฟ้าเปลี่ยนบึงกาฬเป็น “บึงน้ำเงิน” ยึดเก้าอี้ สส.ยกจังหวัดจะว่าไปแล้ว “ทรงศักดิ์” เป็น รมช.มหาดไทย มาตั้งรัฐบาลประยุทธ์ กระทั่งรัฐบาลเศรษฐา รัฐบาลแพทองธาร จนมาถึงรัฐบาลอนุทิน 1 ฉะนั้นในรัฐบาล“อนุทิน 2” ก็น่าจะได้ขยับเป็น “มท.1” เสียทีครูบ้านนอกตามรอยปู่ชัย“โสภณ ซารัมย์” ลูกชายกำนัน เกิดที่บ้านหนองเก้าข่า ต.เมืองแฝก อ.ปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ สมัยเรียนวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ โสภณถีบซาเล้ง(สามล้อถีบ) หารายได้เสริม จนเรียนจบ และรับราชการครูมาแต่วัยหนุ่มด้วยเหตุที่บิดาเป็นกำนัน จึงสนิทกับกำนันชัย และฝากฝังครูโสภณให้มารับใช้ครอบครัวชิดชอบ ทำให้ปู่ชัยรักใคร่โสภณเสมือนลูกชายคนหนึ่งครูโสภณเริ่มต้นการเมืองในปี 2544 ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.บุรีรัมย์ สังกัดพรรคชาติไทย ก่อนย้ายไปพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน แล้วก็เป็นขุนพลคู่กายเนวิน นำทัพแหกค่ายทักษิณมาตั้งพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมา ครูโสภณเคยดำรงตำแหน่ง รมช.คมนาคม รัฐบาลสมชาย และ รมว.คมนาคม รัฐบาลอภิสิทธิ์การเลือกตั้ง สส.บุรีรัมย์ที่ผ่านมา ครูโสภณได้รับชัยชนะที่เขต 5 อ.นาโพธิ์ อ.พุทไธสง ด้วยคะแนนทิ้งห่างอันดับ 2 ผู้สมัคร สส.พรรคส้ม 4 หมื่นคะแนน ส่วนน้องชาย ศักดิ์ ซารัมย์ ยังได้เป็น สส.เขต 6 อ.ลำปลายมาศ เป็นสมัยที่ 2อีกไม่นานกองเชียร์เซราะกราว คงได้เฮสมใจ หากครูโสภณ ได้นั่งประธานสภาผู้แทนฯ และเป็นประธานรัฐสภาตามรอยปู่ชัย


Posted

in

by

Tags: