ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (3 มีนาคม 2569) ว่า เมื่อนักรัฐศาสตร์มองโลก… แต่โลกเปลี่ยนไปแล้วสงครามอิหร่าน อิสราเอล สหรัฐ ครั้งนี้ ทำให้นึกถึง The Clash of Civilizations and the Remaking of World Order ของ Samuel Huntionton ( บรรยาย ปี 1992 ตีพิมพ์ใน Foreign Affairs ปี 1993 และหนังสือปี 1996)งานชิ้นนี้ได้รับการอ้างอิงนับหมื่น และกล่าวถึงอย่างมากหลัง เหตุวินาศกรรม 911 และสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน เพราะช่วยให้เกิดความเข้าใจการขับเคลื่อนของการเมืองโลก ณ. เวลานั้นจุดใหญ่ใจความที่ทำให้งานชุดนี้ทรงพลัง เพราะชี้ว่าระเบียบโลก เริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมแล้วภัยคุกคามถือกำเนิดจากความแตกต่างระหว่างอารยธรรม (civilizations) ซึ่งมีรากฐานจากศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ที่ต่างกัน ไม่ใช่อุดมการณ์ เสรีนิยม ต่อกรกับ คอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็นแต่ในโลกของความเป็นจริง อารยธรรมปะทะกัน ของ Huntington ไม่สามารถอธิบายสงครามภูมิภาคตะวันออกกลางได้ เพราะ โลกอิสลามไม่ได้จัดเรียงตัวทางการเมืองแบบเดียวกัน เหนือสิ่งอื่นใด ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงและดุลอำนาจสำคัญกว่าอัตลักษณ์ศาสนาประเทศเศรษฐีน้ำมัน ที่เรียกว่า Gulf states เป็นพันธมิตรยุทธศาสตร์กับสหรัฐ มายาวนาน ล้วนต้องการหลักประกันด้านความมั่นคงและการดูแลทางทหาร หลายประเทศมีความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ทั้งแบบเปิดเผยและไม่เปิดเผยกับอิสราเอล เช่นUAE และ Bahrain สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลในปี 2020 (Abraham Accords) UAE ใช้เทคโนโลยีและความมั่นคงไซเบอร์ จากอิสราเอลSaudi Arabia ที่แข่งขันกับอิหร่านในฐานะผู้นำโลกมุสลิม หลายประเทศเป็นซุนนี ขณะที่อิหร่านเป็นศูนย์กลางชีอะห์ ความแตกต่างทางนิกาย (Sunni–Shia divide) มีมิติอำนาจแฝงอยู่ และยังมีประเด็นความมั่นคงของราชวงศ์ เช่นเดียวกับ Jordan ความอยู่รอดของสถาบันกษัตริย์ฉะนั้น ความมั่นคงของรัฐ (regime survival) สำคัญกว่าความเป็นพี่น้องทางศาสนา ซึ่งเป็นการคำนวณแบบสัจนิยม Realismประเทศอ่าวเหล่านี้ เลือกพันธมิตรที่ให้หลักประกันทางทหารและเศรษฐกิจ ซึ่งคือสหรัฐ เพื่อถ่วงดุลกับอิหร่าน ที่ระบอบกษัตริย์ (shah) อายุหลายพันปี ถูกโค่นล้มจากการลุกฮือของฝ่ายศาสนาโดยผู้นำทางจิตวิญญาณของการปฏิวัติคือ Ruhollah Khomeini ในปี 1979 แทนที่ด้วยระบอบเทวาธิปไตย (Theocracy)ระบอบเทวาธิปไตยของอิหร่านมีการเลือกตั้ง แต่อำนาจสูงสุดไม่ได้อยู่ที่ประชาชน เพราะแม้ ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้ง แต่ต้องผ่านการคัดกรองโดยสภาผู้พิทักษ์ (Guardian Council) สภาผู้พิทักษ์คือนักบวชและนักกฎหมายที่มีอำนาจคัดกรองผู้สมัครและยับยั้งกฎหมายผู้มีอำนาจสูงสุดในระบอบการเมือง คือ Supreme Leader คนแรกคือ Khomeini และคนที่ 2 คือ Ayatollah Khamenei ที่เพิ่งถูกสังหารไปจากพันธมิตรหลักของสหรัฐ ที่มีการพัฒนาแบบตะวันตกอย่างรวดเร็ว มีโครงการปฏิรูปที่ดิน ส่งเสริมสิทธิสตรี ขณะเดียวกันก็สร้างความเหลื่อมล้ำและคอร์รัปชันสูง การปฏิวัติทำให้อิหร่านกลายเป็นศัตรูสำคัญที่ประกาศต่อต้านจักรวรรดินิยมแม้ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าเป้าหมายของสหรัฐคือ “เปลี่ยนระบอบ”(regime change) แต่ความเป็นไปได้น่าจะใกล้เคียงกับศูนย์สงครามแอฟกานิสถานที่ยืดเยื้อ 20 ปี ควรเป็นบทเรียนที่ดีว่า แม้ สหรัฐและพันธมิตรตั้งรัฐบาลใหม่ในกรุง Kabul แต่ตอลิบัน (Taliban) ก่อความไม่สงบต่อเนื่อง และจบลงด้วย รัฐบาลที่สหรัฐสนับสนุนล่มสลาย การถอนทหารสหรัฐ และการกลับมามีอำนาจของตอลิบานรัฐมนตรีต่างประเทศ Marco Rubio อธิบายว่ารัฐบาลอิสราเอลของ Benjamin Netanyahu ทำให้สหรัฐถูกดึงเข้าสู่สงครามเพราะจำเป็นต้องป้องกันตนเองไม่ว่าจะอย่างไร การบุกอิหร่าน ตอกย้ำยุทธศาสตร์บั่นทอนกำลังทางเศรษฐกิจของจีน ที่สหรัฐมองว่าเป็นภัยคุกคามสูงสุด ด้วยการตัดช่องทางลำเลียงน้ำมันไปยังจีน สอดคล้องกับการโจมตีเวเนซุเอลาเยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษ กังวลกับการที่อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ และสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายในยุโรป เลือกที่จะออกแถลงการณ์ประณามการตอบโต้กลับของอิหร่านต่อประเทศในภูมิภาค แต่ไม่ประณามการสหรัฐ และอิสราเอลในภาวะที่อำนาจคือความถูกต้อง ทุกประเทศตระหนักแล้วว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ประเทศที่พอมีศักยภาพ จะเริ่มสะสมกำลังเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง ประธานาธิบดี Emmanuel Macron ประกาศว่าฝรั่งเศสจะเพิ่มหัวรบนิวเคลียร์ และกล่าวว่า เพื่อจะเป็นอิสระ เราจำเป็นต้องเป็นที่หวาดกล้ว“to be free, we have to be feared”ในแง่ยุทธศาสตร์ทางทหาร แม้สหรัฐและอิสราเอลจะได้เปรียบในด้าน แสนยานุภาพและเทคโนโลยีทางการทหาร แต่ไม่ต้องการสงครามขนาดใหญ่ โพลจากทั้ง CNN (59%) และ Reuters (43%) ชี้ว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการโจมตีอิหร่าน อย่าลืมว่าคนอเมริกันส่วนหนึ่งเลือกทรัมป์ เพราะคำหาเสียงว่า เค้าเป็นผู้นำที่จะสร้างสันติหากมีทหารอเมริกันเสียชีวิตเยอะขึ้น หรือสหรัฐติดหล่มสงครามยืดเยื้อยาวนาน จะเป็นการเดิมพันราคาสูงสำหรับประธานาธิบดีทรัมป์ และพรรค Republican ที่ต้องเผชิญการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้ทางด้านอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจยาวนาน มีเทคโนโลยีทางทหารด้อยกว่าสหรัฐ และอิสราเอล จะทำสงครามแบบยืดเยื้อและใช้เครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาค เช่น Lebanon และ Yemen โดยมีจีน และรัสเซีย คอยสนับสนุนอุ้มชูแนวโน้มในขณะนี้ เป็นไปได้สูงที่จะโจมตีตอบโต้กันเป็นรอบ ๆ แต่ยังไม่ขยายเป็นสงครามเต็มรูปแบบสิ่งที่ชาวโลกอยากเห็นที่สุดคือ ทั้ง 2 ฝ่าย 3 ประเทศ ต่างรักษาหน้าและกลับสู่การยับยั้งกัน (deterrence equilibrium) เข้าสู่โต๊ะเจรจาโดยเร็ว ซึ่งอาจเป็นการเจรจาลับผ่านตัวกลาง คล้ายช่วงข้อตกลงนิวเคลียร์ The Joint Comprehensive Plan of Action ปี 2015 ที่กรุงเวียนนา
ศ.ดร.สิริพรรณ ระบุ สงครามอิหร่าน อิสราเอล สหรัฐ ครั้งนี้ แนวโน้มโจมตีเป็นรอบๆ ขณะที่ชาวโลกหวังทุกฝ่ายเข้าสู่โต๊ะเจรจาโดยเร็ว
by
Tags: