อดีตผู้พิพากษาอาวุโสเจาะลึกฎีกา ‘ลายดอกยางรูปสายฟ้า’ สร้างบรรทัดฐานงานลิขสิทธิ์!

15 เม.ย.2569 – นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เจาะลึกฎีกา “ลายดอกยางรูปสายฟ้า”: ลิขสิทธิ์ หรือแค่แบบผลิตภัณฑ์?” ระบุว่า การต่อสู้ทางกฎหมายระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง "PIRELLI" (โจทก์) กับห้างหุ้นส่วนในไทย "P.RALLY" (จำเลย) ได้เดินมาถึงบทสรุปที่น่าสนใจยิ่งในศาลฎีกา โดยมีประเด็นหลักคือ "ลวดลายดอกยางรูปสายฟ้า" บนยางรถจักรยานยนต์รุ่นดังอย่าง DIABLO SUPERCORSA นั้น ควรได้รับความคุ้มครองในฐานะ "งานอันมีลิขสิทธิ์" หรือไม่?สรุปข้อเท็จจริง: จุดเริ่มต้นของข้อพิพาทโจทก์ (Pirelli) ฟ้องว่าจำเลยละเมิดสิทธิ 2 ประการหลัก:1.ละเมิดลิขสิทธิ์: จำเลยผลิตและจำหน่ายยางรถจักรยานยนต์ที่มีลวดลายรูป "สายฟ้า" ซึ่งเหมือนหรือคล้ายกับของโจทก์2.ละเมิดชื่อทางการค้า: จำเลยใช้ชื่อ "P.RALLY" ซึ่งโจทก์มองว่าจงใจให้คล้ายกับ "PIRELLI" เพื่อสร้างความสับสนแก่ผู้บริโภคโจทก์เรียกค่าเสียหายรวมกว่า 4 ล้านบาท และขอให้จำเลยหยุดใช้ลวดลายและชื่อดังกล่าวทันทีคำวินิจฉัยศาลฎีกา: 3 ประเด็นชี้ชะตา1.ลายดอกยางรูปสายฟ้าเป็นงานอันมี "ลิขสิทธิ์" หรือไม่?ศาลฎีกาวางบรรทัดฐานว่า การจะเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ได้ต้องเป็นงานที่ถูกสร้างสรรค์ด้วยตนเอง (originality) หาใช่เป็นเพียงงาน (work) ซึ่งทำขึ้นโดยทั่วไปเท่านั้นแต่ในกรณีนี้ศาลเห็นว่า:ลายดอกยางรูปสายฟ้าเป็นลวดลายตามธรรมชาติที่มนุษย์ในหลายอารยธรรมโบราณนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของตน แม้รูปของโจทก์จะแตกต่างจากที่จำเลยนำสืบบ้างเล็กน้อย ก็ไม่เป็นสาระสำคัญถึงขนาดที่จะเป็นงานสร้างสรรค์อันควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายส่วนวิธีการจัดเรียงรูปแต่ละรูปจนกลายเป็นลวดลายดอกยางนั้น เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการใช้งานของยางรถจักรยานยนต์เป็นสำคัญ (Functional Design) ไม่เพียงพอที่จะฟังได้ว่าเป็นงานสร้างสรรค์อันควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์สรุป: ลายดอกยางรูปสายฟ้า "ไม่มีลิขสิทธิ์" จำเลยจึงไม่ละเมิดในส่วนนี้2. ชื่อ "P.RALLY" กับ "PIRELLI" สับสนจริงไหม?ศาลพิจารณาเปรียบเทียบภาคส่วนสำคัญของชื่อนิติบุคคลของทั้งสองฝ่าย:รูปธรรมและเสียง: ชื่อ "พี.แรลลี่" กับ "พีเรลลี่" มีความแตกต่างกันทั้งตัวอักษรและเสียงเรียกขานความสับสนของผู้บริโภค: แม้โจทก์จะอ้างว่ามีลูกค้าบางคนสับสน แต่ศาลมองว่าพยานหลักฐานยังไม่ชัดเจนพอที่จะฟังว่าสาธารณชนหลงผิดว่าจำเลยเป็นนิติบุคคลเครือเดียวกับโจทก์สรุป: จำเลย "ไม่ละเมิด" สิทธิในชื่อทางการค้า3.คำพิพากษาศาลฎีกาพิพากษา "ยืน" ตามศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ให้ "ยกฟ้อง" โจทก์ข้อคิดและบทเรียนจากคดีนี้ (Legal Insights)สำหรับนักออกแบบและเจ้าของธุรกิจจดสิทธิบัตรให้ถูกประเภท: หากงานออกแบบของคุณ "เน้นฟังก์ชันการใช้งาน" (เช่น ลายยางรถ, รูปทรงขวดน้ำที่จับถนัดมือ) ควรจด "สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์" เพราะกฎหมายลิขสิทธิ์ (แม้จะคุ้มครองโดยอัติโนมัติ ใต้องจดทะเบียน) อาจไม่ครอบคลุมงานที่มีวัตถุประสงค์เชิงอุตสาหกรรมเป็นหลักโดยขาดความมุ่งหมายให้เกิดผลงานอันมีลักษณะเป็นงานสร้างสรรค์ที่เป็นงานประเภทใดประเภทหนึ่งตามที่กฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครองOriginality คือหัวใจ: การนำสัญลักษณ์สากลหรือรูปทรงธรรมชาติมาใช้ ต้องสร้างความแตกต่างที่โดดเด่นและเป็นอัตลักษณ์ของตนเองจริงๆ ถึงจะได้รับความคุ้มครองทางลิขสิทธิ์สำหรับนักกฎหมายการพิสูจน์พยานหลักฐาน: ในคดีชื่อทางการค้า การพิสูจน์ "ความสับสนของผู้บริโภค" (Confusion) ต้องมีน้ำหนักเพียงพอ ไม่ใช่แค่ความคล้ายคลึงของชื่อเพียงอย่างเดียวเส้นแบ่งที่ชัดเจน: คดีนี้ช่วยตอกย้ำว่า "ประโยชน์ใช้สอย" (Functionality) เป็นกำแพงที่แยกงานออกแบบอุตสาหกรรมออกจากงานลิขสิทธิ์อย่างเด็ดขาดคำพิพากษานี้เปรียบเสมือนบรรทัดฐานที่ย้อนกลับมาเตือนเราว่า "ไม่ใช่งาน (work) ที่สร้างขึ้นมาทุกชนิด จะเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์" และการวางกลยุทธ์จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้ "ถูกฝาถูกตัว" ตั้งแต่ต้น คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในโลกธุรกิจปัจจุบันครับ


Posted

in

by

Tags: