ทำใจครับ…สามสี่วันมานี้โลกปั่นป่วนเพราะ "ทรัมป์" แทบจะ ๓ เวลาหลังอาหารหุ้น ราคาน้ำมันดิบ ทั่วโลกวิ่งขึ้นลงเป็นว่าเล่นก็แน่นอนครับมีทั้งคนที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์แต่ที่น่าจับตาที่้สุดตอนนี้คือ "จีน"จีนใช้วิธีที่ต่างออกไปจากสหรัฐฯ อย่างสิ้นเชิงสหรัฐฯ ยังเล่นบทนักเลงโต ทำตัวเป็นนักล่าอาณานิคม ใช้กำลังทุบหัวสาวลากเข้าถ้ำอเมริกาไม่เคยเปลี่ยน!ตั้งแต่สงครามเวียดนาม สงครามอ่าวครั้งที่ ๑ และ ๒ แสดงให้เห็นว่า สหรัฐฯ ถนัดใช้กำลังมากกว่าอยู่อย่างเป็นมิตรกับเพื่อนร่วมโลกในขณะที่ "ทรัมป์" ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความสามารถการขยับล่าสุดของซาอุดีอาระเบียบ่งบอกว่า ท่าทีชาติอาหรับกำลังจะเปลี่ยนไปริยาด ได้เตือนไปยังวอชิงตัน ว่าสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ อาจกระตุ้นให้อิหร่านใช้มาตรการแก้แค้นต่างๆ นานา ที่จะส่งผลกระทบกับน่านน้ำสำคัญอื่นๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ที่เชื่อมทะเลแดงไปยังมหาสมุทรอินเดียขณะที่สื่อของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และอิหร่านได้สนทนาทางโทรศัพท์เพื่อหารือเกี่ยวกับการลดความตึงเครียดไม่ธรรมดานะครับ!เพราะเป็นการสนทนาระดับสูงครั้งแรกนับตั้งแต่ความสัมพันธ์เสื่อมลงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านสำนักข่าว WAM ออกแถลงการณ์ว่า รองประธานาธิบดีและรองนายกรัฐมนตรีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ "ชีค มันซูร์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน" ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับ "โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ" ประธานรัฐสภาแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านโดยหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและแนวทางลดความตึงเครียดในภูมิภาคนับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่าน โดยเรียกตัวเอกอัครราชทูตกลับประเทศและปิดสถานทูตหลังจากที่เตหะรานเริ่มปฏิบัติการโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และประเทศอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซียสถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่ามีความกังวลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในบรรดาชาติอ่าวเปอร์เซีย ว่าแนวทางของวอชิงตันเสี่ยงทำให้สงครามกับอิหร่านลุกลามบานปลายจากยุทธการกดดันแบบจำกัดจะเข้าสู่การเผชิญหน้าทางทะเลในวงกว้างในระดับภูมิภาค!ขณะที่ปักกิ่งกลับคึกคัก!การทูตความเร็วแสงปรากฏที่นั่น"เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ" รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เข้าพบประธานาธิบดี "สี จิ้นผิง"เป็นการพบหลังได้พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านไม่กี่ชั่วโมงขณะที่ผู้นำประเทศต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางต่างทยอยเดินทางมายังปักกิ่ง"ลาฟรอฟ" เข้าร่วมการประชุมกับ "สี จิ้นผิง" ในสัปดาห์นี้ ร่วมกับ "เปโดร ซานเชซ" นายกรัฐมนตรีสเปน "เจ้าชายชีค คาเลด บิน โมฮาเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน" มกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบี และ "โต เลิม" ผู้นำเวียดนามประเด็นหารือหลักๆ คือ สันติภาพ และพลังงานบทบาทของ "สี จิ้นผิง" พยายามวางตำแหน่งจีนให้เป็นผู้ไกล่เกลี่ยและพันธมิตรที่มั่นคงในการเผชิญหน้ากับความขัดแย้งที่นำโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล"สี จิ้นผิง" บอกกับมกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบีว่า จีนจะมีบทบาท "เชิงสร้างสรรค์" ในการส่งเสริมการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางในการหารือกับนายซานเชซ ประธานาธิบดีสเปน สี จิ้นผิง เตือนว่าโลกกำลังเผชิญกับ "ความโกลาหลและความปั่นป่วน"เป็น "การต่อสู้ระหว่างความยุติธรรมกับอำนาจ"มีนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตไว้น่าสนใจ"ดิลัน โลห์" รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานยาง ประเทศสิงคโปร์ บอกว่า"…แม้ว่าระดับกิจกรรมทางการทูตของปักกิ่งจะอยู่ในระดับปกติ แต่สงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นความมั่นคงด้านพลังงาน ได้กลายเป็นเรื่องเร่งด่วนใหม่ในการเจรจาทางการทูต…""…จีนมีอำนาจต่อรองและอิทธิพลเหนืออิหร่าน และมีความหวังและความคาดหวังว่าจีนจะสามารถใช้อิทธิพลนี้ในทางที่ตรงไปตรงมามากขึ้น…"จา เอียนชอง นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า"…การที่มีผู้มาเยือนจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่ายกำลังปรับตัวให้เข้ากับความเป็นจริงของโลกที่ไม่แน่นอน การมีปฏิสัมพันธ์กับสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงในประเด็นที่มีความเห็นแตกต่างกัน เป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวนี้…""…แม้ว่าการเยือนหลายครั้งอาจมีการวางแผนไว้ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง แต่การเยือนของตัวแทนจากประเทศในอ่าวเปอร์เซียและลาฟรอฟ ดูเหมือนจะเป็นผลโดยตรงจากความขัดแย้งและความปรารถนาที่จะลดความตึงเครียด…"ก็น่าวางใจได้ระดับหนึ่งว่า จีนจะไม่เข้าสู่สงครามและสงครามจะไม่ขยายตัวเป็นสงครามโลกอย่างที่บอก วิธีของจีนนั้นต่างไปจากสหรัฐฯกรณีของมกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบี นับว่าสำคัญมาก คือการประสานแนวทางใหม่เพื่อเตือนไปยังสหรัฐฯ ว่า รีบจบสงครามให้เร็วที่สุดคุยกับมกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบี ก็เหมือนคุยกับ คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council-GCC)ประกอบด้วย ๖ ชาติยักษ์ใหญ่ตะวันออกกลางบาห์เรนคูเวตโอมานกาตาร์ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์การที่ "สี จิ้นผิง" เสนอ ๔ ข้อ กอบกู้สันติภาพและพิทักษ์เสถียรภาพในตะวันออกกลาง๑.การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ๒.เคารพในอธิปไตย๓.หลักนิติธรรมระหว่างประเทศ๔.แนวทางที่สมดุลสู่การพัฒนาและความมั่นคงนี่คือการส่งสัญญาณไปถึงสหรัฐฯ โลกเราจะกลับไปสู่ยุคหินที่ตีหัวลากเข้าถ้ำไม่ได้อีกแล้วหากสหรัฐฯ ยังไม่ปรับบทบาท โลกจะปรับสถานะให้เองโดยอัตโนมัติหมดยุคของอเมริกาแล้ว.
ถนนทุกสายไปยังจีน
by
Tags: