ถุย!

ดรามาวันสงกรานต์คนอื่นเขา "สาด"แต่ นายกฯ อนุทิน "ถุย"เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตมโหระทึก วิพากษ์วิจารณ์กันมันหยด คนเป็นผู้นำประเทศ "ถุย" บนเวที ไม่มีวุฒิภาวะ ไม่เหมาะสมก็ว่ากันไปครับ นายกฯ มีไว้ให้ด่าอยู่แล้วก่อน "ถุย" มีคำพูดที่ว่า "รวยไม่ไหวแล้วโว้ย" นายกฯอนุทิน ถูกด่าเละครับเศรษฐกิจกำลังพินาศแต่นายกฯ บอกว่ารวยไม่ไหวนั่นคือบรรยากาศในโลกโซเชียล โซซัดโซเซ จับแพะชนแกะกันสนุกปากคำพูดประโยคนี้ เกิดขึ้นระหว่างการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งที่ จังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ที่ผ่านมานายกฯ อนุทิน ออดอ้อนขอคะแนนเสียงจากชาวบ้านว่า หากได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีก ๔ ปี จะตั้งใจทำงานและยกระดับเศรษฐกิจจนประชาชนต้องร้องว่า "พอแล้วๆ รวยไม่ไหว"๒๘ กุมภาพันธ์ สหรัฐฯ-อิสราเอล เอาไข่ไปหย่อนที่อิหร่าน จากนั้นก็อย่างที่เห็น น้ำมันแพงระยับถ้า…นายกฯ อนุทินพูดหลังสงครามเกิดขึ้นแล้ว ก็สมควรครับ ด่าให้เข็ดแต่ขณะนี้ใครจะสน น้ำมันแพงแต่นายกฯ บอกว่ารวยให้เข็ด แล้วจะรวยกี่โมงเทียบกับ ทหารมีไว้ทำไม รบไปก็แพ้ ไม่มีใครเขารบกันแล้ว บางประเทศไม่ต้องมีกองทัพด้วยซ้ำ แม้จะพูดก่อนเกิดเหตุการณ์เหมือนกัน แต่ความหมายของคำต่างกันอย่างสิ้นเชิงคนทั่วไปรู้ครับว่าวันหนึ่งสงครามมีแน่ เพราะสงครามอยู่ในสันดานของมนุษย์ ประเทศที่ไม่มีกองทัพ เพราะเชื่อว่าเขาไม่รบกันแล้วถ้าพรรคส้มได้เป็นรัฐบาลแล้วทำอย่างที่ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" พูดไว้จริงผลคือสิ้นชาติเอาง่ายๆลองอิหร่านไม่มีอาวุธตอบโต้สหรัฐฯ สิครับ วันนี้ถูกยึดบ่อน้ำมันไปแล้วคำพูด "พอแล้วๆ รวยไม่ไหว" จากนั้นให้หลัง ๑ เดือนดันมีสงครามขึ้นมา แสดงว่า นายกฯ อนุทิน หมดความน่าเชื่อถืออย่างนั้นหรือเอางี้แล้วกัน…หมุนโลกกลับไปก่อนเลือกตั้ง มีพรรคการเมืองไหนรู้บ้างว่าจะเกิดสงครามขึ้นมาเมื่อไหร่ไอ้ที่รู้ว่ามีน่ะมันใช่ แต่จะมีสักกี่คนรู้ว่าจะเกิดหลังประเทศไทยมีการเลือกตั้งไม่ถึงเดือนแล้วไปดูการหาเสียงของทุกพรรคการเมืองสิครับพรรคไหนบอกว่าไม่อยากให้ประชาชนรวยบ้างอัดแคมเปญประชานิยมลดแลกแจกแถมกันทั้งนั้น ไปปราศรัยก็บอกจะทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี จะทำให้หายจนคำพูด "พอแล้วๆ รวยไม่ไหว" อาจจะดูน่าหมั่นไส้ แต่มันคือลีลาการหาเสียงก็เหมือนทุกพรรคไปบอกกับประชาชนว่ามีเงินเป๋าตุงนั่นแหละครับมาถึง "ถุย"!แปลงสารกันขนาดว่า นายกฯ อนุทินขากถุย ถ่มน้ำลายลงพื้นบนเวทีสงกรานต์ก็แล้วแต่ภูมิคุ้มกันการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของแต่ละคนครับมันมีไม่เท่ากันหัวอ่อนหน่อยก็ขุดโคตรนายกฯ มาด่า ว่าอบรมสั่งสอนมาไม่ดีแต่ความจริงคือ พูดคำว่า "ถุย""ถุย" ในบริบทที่จะพูดต่อว่า ไม่ต้องการอ่านสคริปต์ ขอด้นสดๆ พูดคุยกับประชาชน"อัษฎางค์ ยมนาค" โพสต์ความเห็นเรื่องนี้ไว้เห็นภาพทีเดียวครับ———————“ถุย ของนายกฯ ทำให้แบรนด์ 'อนุทิน'ได้พื้นที่สื่อมหาศาล แต่……..เนื้อหาระบุว่า 'ถุย'ของนายกฯ อนุทิน ไม่ใช่แค่คำหลุดบนเวทีสงกรานต์ แต่คือสัญญาณทางการเมืองที่น่าคิดกว่านั้นเพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องมารยาทหรือความเหมาะสม หากเป็นการ 'สื่อสารตัวตน'ของผู้นำอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ต้องการยืนอยู่ในภาพนักการเมืองที่พูดตามโพย พูดตามสคริปต์ และถูกห่อหุ้มด้วยภาษาราชการที่ห่างจากประชาชนจังหวะปัดสคริปต์ พร้อมคำอุทาน 'ถุย'แล้วตามด้วยการบอกว่าจะ 'พูดจากใจ'นั้น มีนัยทางการเมืองชัดมากมันกำลังส่งสารว่า ผู้นำคนนี้อยากให้ประชาชนเห็นว่า เขาพูดเอง คิดเอง และไม่ได้เป็นนักการเมืองกระดาษในทางหนึ่ง นี่คือการลงทุนกับแบรนด์ 'จริงใจ-เข้าถึงง่าย-พูดตรง'แต่มันก็เป็นการลงทุนที่เสี่ยงมากเช่นกัน เพราะอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ได้เป็นแค่หัวหน้าพรรคการเมืองเขาคือนายกรัฐมนตรีและเมื่อนั่งอยู่ในตำแหน่งนั้น ทุกคำพูดไม่ได้สะท้อนแค่บุคลิกส่วนตัว แต่มันสะท้อนน้ำหนักของตำแหน่งผู้นำรัฐบาลทั้งตำแหน่งด้วยสำหรับคนที่ชอบ เขาจะเห็นว่านี่คือเสน่ห์ คือผู้นำที่ไม่เสแสร้ง ไม่ตีหน้าเคร่ง และไม่พูดเหมือนอ่านเอกสารราชการแต่สำหรับคนที่ไม่ชอบ เขาจะเห็นอีกแบบ เห็นว่านี่คือการทำให้แบรนด์ 'นายกรัฐมนตรี'เบาลง เพราะยิ่งแบรนด์ 'กันเอง'เด่นมากเท่าไร แบรนด์ 'ความขรึม ความนิ่ง และวุฒิภาวะของผู้นำประเทศ'ก็ยิ่งถูกกัดเซาะมากขึ้นเท่านั้นนี่จึงเป็นดาบสองคมอย่างแท้จริงมันอาจสร้างความภักดีในหมู่คนที่ชอบผู้นำสไตล์ถึงลูกถึงคน แต่ในเวลาเดียวกัน ก็อาจสร้างกลุ่มคนต้านที่แข็งขึ้นในหมู่คนที่ยึดถือมาตรฐานของตำแหน่งและพิธีการทางการเมืองโจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า 'คำว่า ถุย เหมาะหรือไม่เหมาะ'แต่คือรัฐบาลจะเปลี่ยนโมเมนต์ไวรัลนี้ให้กลายเป็นความเชื่อมั่นได้หรือไม่ถ้าทำได้ มันก็จะถูกจดจำในฐานะสีสันของผู้นำที่พูดกับประชาชนตรงๆแต่ถ้าทำไม่ได้ มันจะกลายเป็นแผลเป็นทางภาพลักษณ์ ที่คู่แข่งพร้อมหยิบกลับมาใช้ซ้ำทุกครั้ง เมื่อสังคมตั้งคำถามเรื่องวุฒิภาวะและความเหมาะสมของผู้นำประเทศและในยุคคลิปสั้น ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ว่าเขาพูดอะไรแต่อยู่ตรงที่ทั้งประเทศจะจำ 'คำเดียว'มากกว่าสาระทั้งหมดที่เหลือนั่นหมายความว่า จากเวทีที่ควรสื่อสารเรื่องท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน และการลงพื้นที่ของนายกฯ สุดท้ายกลับถูกย่อเหลือเพียงโมเมนต์ไวรัลคำเดียวโจทย์สำคัญจึงไม่ใช่การออกมาเถียงว่า 'คำว่า ถุย เหมาะหรือไม่เหมาะ'ให้ยืดยาว เพราะยิ่งเถียง ก็ยิ่งช่วยให้อัลกอริทึมขยายคำนี้ซ้ำๆ สิ่งที่รัฐบาลควรทำ คือรีเฟรมสั้น ๆ แล้วพากลับไปที่สาระทันทียอมรับว่าบรรยากาศงานเป็นกันเอง ย้ำว่าเจตนาคืออยากพูดกับประชาชนตรงๆ แล้วรีบดึงเรื่องกลับมาที่เนื้องาน ว่ารัฐบาลไปทำอะไร ไปสื่อสารอะไร ไปแก้ปัญหาอะไรถ้าปล่อยให้สังคมจำแต่ว่า 'นายกฯ พูดคำว่าอะไร' โดยจำไม่ได้ว่า 'นายกฯ ไปทำอะไร'นั่นแปลว่าเกมสื่อสารพลาดแล้ว…"————————–ครับ "ถุย" คำเดียว ไม่มี "ขาก" ไม่มี "ถ่ม" เหมาะสมหรือไม่อยู่ที่บริบทและคนฟังเป็นใคร"สมัยนี้เขาไม่รบกันแล้ว" ใครเชื่อตามนั้นแล้วบอกว่าไม่มี ก็หมดคำพูดครับนอกจาก…ถุย.


Posted

in

by

Tags: