เปิดคำสั่งศาลฎีการับคำร้องคดี 44 สส.ก้าวไกล ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

วันที่ 24 เมษายน 2569 ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลนัดฟังคำสั่งคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องกล่าวหาอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีถูกกล่าวหาว่าร่วมกันลงชื่อและเสนอแก้ไขร่างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่โดยศาลฎีกา มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา สั่ง 10 สส.ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ผู้คัดค้านทั้ง 10 สส.พรรคประชาชนในปัจจุบัน มีพฤติการณ์กระทำซ้ำหรือกระทำต่อไป ซึ่งการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาตามคำร้องอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายประกอบกับผู้คัดด้านดังกล่าวยังคงมีอำนาจหน้าที่อื่นต้องปฏิบัติในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พฤติการณ์แห่งคดีจึงยังไม่สมควรให้ 10 สส.ปชน. หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 235 วรรคสาม ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 วรรคสาม ประกอบมาตรา 81 และระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 ข้อ 12 วรรคสองจึงมีคำสั่งให้ 10 สส.ปชน. ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยห้ามผู้คัดค้านดังกล่าวกระทำซ้ำหรือกระทำการใด ๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง มิฉะนั้น ศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งศาลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบนัดพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 9.30 นาฬิกา ทั้งสองนัดทั้งนี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ 1 ใน 44 สส.ก้าวไกล โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียทันที ภายหลังศาลฎีกามีคำสั่งดังกล่าวว่า "ขอให้ทำงานเพื่อประชาชนต่อไปอย่างเต็มที่ครับ"


Posted

in

by

Tags: