ไทยขยับ! ดีลใหม่จีน-รัสเซีย รับมือวิกฤตพลังงาน

อนุทิน หารือ หวัง อี้ กระชับสัมพันธ์จีน ขอช่วยดูแลเส้นทางพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมดันความร่วมมือเกษตร-ลงทุน ย้ำไทยพร้อมเจรจากัมพูชาแต่ต้องตามขั้นตอนวันที่ 24 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.09 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังหารือกับ หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า การพบปะเป็นไปในบรรยากาศที่เป็นมิตร โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์และการสนับสนุนซึ่งกันและกันนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้หารือถึงสถานการณ์พลังงานโลก โดยขอให้จีนช่วยคำนึงถึงประเทศไทย หากมีการเจรจาเปิดเส้นทางพลังงานหรือการขนส่งน้ำมันและก๊าซ โดยเฉพาะเส้นทางผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีความสำคัญต่อการขนส่งพลังงาน ขณะที่ฝ่ายจีนย้ำความสัมพันธ์อันใกล้ชิด พร้อมให้ความมั่นใจว่าไทยไม่ควรกังวล และยืนยันว่าสถานการณ์พลังงานของไทยยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แม้ยังไม่สามารถประเมินระยะเวลาของความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้นอกจากนี้ ยังมีการหารือด้านการเกษตร โดยไทยขอความร่วมมือจากจีนในการสนับสนุนปุ๋ย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร หากสถานการณ์โลกไม่รุนแรงจนกระทบการจัดหา พร้อมระบุว่ารัฐบาลไทยอยู่ระหว่างการเจรจากับ รัสเซีย เช่นกัน เพื่อเพิ่มแหล่งนำเข้าปุ๋ยและสร้างความมั่นคงด้านการเกษตรในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับ กัมพูชา นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า จีนได้สะท้อนท่าทีว่ากัมพูชาไม่ต้องการความขัดแย้ง และยินดีมีบทบาทในการสนับสนุนการเจรจา อย่างไรก็ตาม ไทยยืนยันว่าพร้อมเจรจาแต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอนและความพร้อมของทั้งสองฝ่าย โดยต้องสร้างความเชื่อมั่นร่วมกันในระยะยาวสำหรับความร่วมมือด้านความมั่นคง ไทยยืนยันว่าได้ทำงานร่วมกับจีนอย่างใกล้ชิดในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งมีการดำเนินคดีและส่งตัวผู้กระทำผิดกลับประเทศต้นทางอย่างต่อเนื่องนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า จีนยังแสดงความสนใจลงทุนในไทย โดยรัฐบาลไทยยืนยันความพร้อมเปิดรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ พร้อมหารือโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาในบริบทของการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการค้าโลกส่วนประเด็นข้อตกลงระหว่างไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรีระบุว่า การหารือครั้งนี้ไม่ได้พูดถึงการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไทยต้องดำเนินการภายใต้กรอบนโยบายของตนเอง โดยย้ำว่าทุกการตัดสินใจจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไทยไม่มีนโยบายยั่วยุหรือสร้างความตึงเครียดตามแนวชายแดน และจะใช้ความอดทนควบคู่กับการรักษาอธิปไตยของประเทศอย่างเคร่งครัดชมคลิป


Posted

in

by

Tags: