“โรงละครแห่งชาติ”

ทุกคนคงทราบดี ว่า….ในแต่ละอารยประเทศ จะมี “โรงละครแห่งชาติ” ไว้สำหรับการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อน “เอกลักษณ์ชาติ”ซึ่งมีรูปแบบต่างๆทั้งดนตรี การร้อง การรำ การเต้น เป็นต้นบ้านเราก็มี บางท่านคงได้เข้าไปชมการแสดงโขน ละคร หุ่นกระบอก คอนเสิร์ต ที่ “ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย” กันอยู่แล้วและอาจมีหลายท่านที่เข้าใจว่า “ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย” ก็คือ “โรงละครแห่งชาติ”!เพราะในรอบหลายสิบปี คนไทยไม่เคยได้ยินชื่อ “โรงละครแห่งชาติ” ผ่านหูเลย ก็หลงเข้าใจอย่างนั้นความจริง “โรงละครแห่งชาติ” ของเรามีครับอยู่ข้างๆ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ย่านสนามหลวง ติดกับสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สร้างตอนผมเป็น “บ้านนอกเข้ากรุง” พอดี คือราวๆ ปี พ.ศ.๒๕๐๔เสร็จตอนปี ๒๕๐๘ ก็สำหรับแสดงโขน แสดงละคร แสดงนาฏศิลป์ไทยใหม่ๆ ก็เปิดการแสดงอยู่บ้างแต่ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ “โรงละครแห่งชาติ” ที่ร้องๆ รำๆ ดูแล้วหลับ สู้ “โรงภาพยนตร์” ที่ฉายหนังยิงกันจอตุงไป-ตุงมาไม่ได้อีกทั้งยุคนั้น….ไม่มีฉาก แสง สี เสียง เลิศล้ำ อลังการ ด้วยเทคโนโลยี เหมือนทุกวันนี้ และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะมาดูชมก็ไม่มีโรงละครแห่งชาติจึงค่อยๆ “ลาโรง” ไปโดยปริยายเปิดแสดงก็ไม่คุ้ม ยุงมากกว่าคนดู สถานที่จอดรถก็ไม่มี“โรงละครแห่งชาติ” จึงเลือนหายไปจากความทรงจำคนไทยไปแบบ เปิดๆ ปิดๆ ก็ไม่มีใครจะไปดูจนราวๆ ปี ๒๕๒๖ รัฐบาล “พลเอกเปรม ติณสูลานนท์”มีมติให้สร้าง “ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย” ที่ถนนเทียมร่วมมิตร ห้วยขวางเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ“พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐โดย “รัฐบาลญี่ปุ่น” ให้ความช่วยเหลือในรูปของการ “ให้เปล่า” ในด้านการก่อสร้างและการจัดหาอุปกรณ์ คิดเป็นมูลค่าประมาณ ๖๓๘ ล้านบาทJICA คัดเลือกให้ “บริษัท คุเมะ อาร์คิเทคต์-เอนจิเนียร์” เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง มี “กรมศิลปากร” ของไทยร่วมค่าที่ญี่ปุ่นเป็นผู้สร้างให้….ชาวบ้านจึงเรียกว่า “ศูนย์วัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น” ติดปากคนยุคนั้นจนถึงทุกวันนี้ ก็ยังมีคนเรียกบ้างประปรายที่ผมอารัมภบทมายืดเยื้อ-เรื้อรัง ก็เพียงจะบอก (ด้วยความดีใจ) ว่า“โรงละครแห่งชาติ” ชุบตัวใหม่ พลิกฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาแล้วจ้า ท่านพ่อแม่พี่น้องที่เคารพรักทั้งหลายเมื่อพลิกฟื้นมาใหม่….จะพลิกฟื้นแค่ “โรง” ส่วน “ละคร” หมายถึงการแสดงเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย จะ “ฟื้น” ด้วยหรือไม่?ผมอ่านข่าวที่มีคนเขาโพสต์ไว้แต่สัปดาห์ก่อน ขออนุญาตนำมาประชาสัมพันธ์เพื่อชาติต่อ ดังนี้ครับ……………………………………..ONCEหลังจากปิดปรับปรุงครั้งใหญ่มาตั้งแต่ปี 2565ล่าสุด “โรงละครแห่งชาติ” พร้อมกลับมาอวดโฉมใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้โดยครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การทาสีหรือซ่อมแซมทั่วไปแต่เป็นการยกเครื่องระบบทางวิศวกรรมและการแสดงใหม่ทั้งหมด เพื่อยกระดับสู่ “โรงละครระดับมาตรฐานสากล”ที่พร้อมรองรับ “งานแสดง” ทุกรูปแบบที่น่าตื่นเต้นก็คือ อุปกรณ์และเทคนิคที่ติดตั้งใหม่เป็นเกรดเดียวกับโรงละครชั้นนำในยุโรปโดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้…..เช่น ระบบเสียงอัจฉริยะ (Acoustic Control) ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ สามารถปรับเปลี่ยนค่าสวนศาสตร์ (Acoustic) ให้เหมาะสมกับประเภทการแสดงได้เช่น ปรับให้เหมาะกับดนตรีไทย ดนตรีสากล หรือการแสดงละครร้อง เพื่อให้ผู้ชมได้รับฟังเสียงที่สมบูรณ์ที่สุด ในทุกที่นั่งระบบกลิ่น (Scent Effects)นี่คือมิติใหม่ของการชมศิลปะไทย!มีการติดตั้งระบบ “ฉีดพ่นกลิ่นหอม” ประกอบการแสดง เช่น ในตอน "เกสรทมาลา" ที่ตัวละครเป็นลิงที่มีกลิ่นหอมผู้ชมจะได้สัมผัสกลิ่นหอมไปพร้อมกับการแสดงบนเวทีเวทีระบบลิฟต์ (Stage Lifts) ที่มีการติดตั้งระบบลิฟต์เวทีและเครื่องกลประกอบการแสดงที่ทันสมัยเพิ่มความลื่นไหลและ “ลูกเล่น” ในการเปลี่ยนฉากและสุดท้าย คือความสบายระดับพรีเมียม เปลี่ยนเก้าอี้ใหม่ทั้งหมดจำนวน 1,001 ที่นั่งพร้อมปรับปรุงระบบปรับอากาศและระบบความปลอดภัยแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาคารสมัยใหม่ก่อนจะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ….“กรมศิลปากร” เชิญชวนประชาชนร่วมทดสอบระบบแสง สี เสียง ผ่านการแสดงชุดพิเศษ ในวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 นี้โดยวันที่ 9 พ.ค.2569 จะเป็นการแสดง “วงดุริยางค์สากล” "Classic meets now" (เพลงหวานวันวาน)โขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอน "เกสรทมาลาพลีชีวัน" (ทดสอบระบบกลิ่น)และในวันที่ 10 พ.ค.2569 ชมการแสดง "เสนาะเสียงศิลป์แผ่นดิน" การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทยและละครพันทาง เรื่อง "ผู้ชนะสิบทิศ" ตอน แม่ทัพคนใหม่เริ่มเปิดจอง ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 ทางช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์ ntt.finearts.go.th (จำกัด 1 ท่านต่อ 2 ใบ)หรือสามารถไปจองด้วยตนเองที่ “อาคารหน้าพระพิฆเนศ” ภายในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (เขตพระนคร) ในวันและเวลาราชการสำหรับคนที่จองผ่านออนไลน์และต้องการ "บัตรกระดาษ" เพื่อเก็บเป็นที่ระลึกสามารถติดต่อขอรับบัตรจริงได้ที่จุดประชาสัมพันธ์หน้าโรงละครแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 6-8 พฤษภาคมนี้#ONCE #onceinlife #NationalTheatre……………………………………….บอกตรงๆ ว่าผมดีใจ ที่ชุบชีวิต “โรงละครแห่งชาติ” กลับมา ฟังสรรพคุณแล้ว ผมว่า “ล้นทุกรอบ” แหงๆไม่เพียงผู้ชมชาวไทย ผมว่า “บริษัทนำเที่ยว” ต้องนำการเข้าชมการแสดงใน “โรงละครแห่งชาติ” บรรจุลงโปรแกรมท่องเที่ยวในอนาคตแน่นอน!การเข้าไปชมการแสดงใน “โรงละครแห่งชาติ”ต้องแต่งกายให้เกียรติสถานที่เป็นพิเศษ จะแต่งแบบไหน อย่างไรก็ได้ เหมือนเข้าโรงหนังหรือไปดูคอนเสิร์ต อย่างนั้น ไม่อารยวัฒนธรรมครับไม่ต้องพูดถึงในยุโรปหรือในรัสเซียที่ต้องแต่งเต็มยศเข้าไปดูโอเปร่าที่โรงละครบอลชอยหรอกผมเคยไปที่เกาหลีใต้เมื่อ ๔๐ กว่าปี ยังไม่พัฒนาก้าวหน้ามีกิน-มีใช้ อย่างทุกวันนี้ถึงขนาดนั้น คนเกาหลีไปชมการแสดงในโรงละคร ซึ่งอยู่ในส่วนหนึ่งของกาสิโนสถาน เหมือนโรงละครในลาสเวกัสเขายังแต่งกายสุภาพเรียบร้อย สตรีแต่งชุดประจำชาติ เป็นการให้เกียรติสถานที่“โรงละครแห่งชาติ” ของเรานี่ก็เช่นกัน การจะไปชม ต้องอารยวัฒนธรรม แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยอย่าสวมขาสั้นหรือลากรองเท้าแตะเข้าไปเชียวเวลานั่งชม อย่าคุย อย่ากระแอม-กระไอ หรือกระซิบคุยกัน คนทั้งโรงเขาจะส่งสายตารุมจิก….อายเค้าที่จะอายจนต้องมุดแผ่นดินหนีจริงๆ…ก็ตอนนั่งหลับ แถมส่งเสียงกรน หรือหล่นจากเก้าอี้…โครม นั่นแหละ พ่อเจ้าประคุณเอ๊ยถ้าแฟนไปด้วย เขาขอหย่าตอนนั้นแหงๆ!เปิดใหม่คราวนี้ ก็ไม่ทราบว่า จัดสถานที่จอดรถไว้รองรับผู้ไปชมเพียงพอขนาดไหน ที่สำคัญ สถานที่ให้รถทัวร์นำนักท่องเที่ยวมาจอดจะมีมั้ย?เออ….เมื่อพูดถึงนักท่องเที่ยว ผมก็เห็นด้วยนะ กับเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวน“ยกเลิกมาตรการ…ฟรีวีซ่า”!เมื่อวาน (๒๗ เม.ย.) “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่าเตรียมเสนอ “ยกเลิกฟรีวีซ่า ๖๐ วัน” ทุกประเทศกลับไปใช้เงื่อนไข “วีซ่าปกติ” ของแต่ละประเทศคือใช้ระบบวีซ่าเป็น “ด่านคัดกรอง” นักท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นทาง“กระทรวงการต่างประเทศ” เตรียมนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในเร็วๆ นี้ตั้งแต่รัฐบาล “นายกฯ เศรษฐา” กระหายนักท่องเที่ยว เปิดฟรีวีซ่า เหมือน “ผีป่าช้าแตก”ทั้งโจร ทั้งกเฬวราก ทั้งจีนเทา ฝรั่งเทา ทั้งสแกมเมอร์ ทั้งคอลเซ็นเตอร์ ทั้งนักค้า-นักเสพยา ทั้งหญิง-ชายขายบริการ ทั้งนักล่าดินแดนพระเจ้าแห่กันมาเต็มบ้าน-เต็มเมืองแล้วก็สร้างความวุ่นวายให้บ้านเมืองสารพัดเรื่อง สารพัดปัญหา เข้ามาแล้วก็ไม่ยอมกลับออกไปใช้คนไทยทาสเงินเป็นนอมินี ซื้อที่ดิน ปลูกบ้าน ตั้งนิคม เป็นดินแดนพันธสัญญา ขนาดหาดทรายมันยังยึดครอง แถมห้ามคนไทยเดินผ่านไม่เพียงแค่นั้น เมื่อฟรีวีซ่า พวกมหาโจรก็ยกโขยงเข้ามาตั้งแก๊ง ก่ออาชญากรรม เป็นมาเฟียคุมพื้นที่ถ้าขืนปล่อยไปแบบนี้ เมืองไทยจะกลายเป็นดินแดน “ศูนย์รวมคนเถื่อน” ของโลกฉะนั้น ยกเลิก “ฟรีวีซ่า” เร็วได้เท่าไหร่ยิ่งดี“ประเทศไทย” ไม่ใช่สถานที่ของนักท่องเที่ยว “ตลาดล่าง”มหาดไทย ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว กระทรวงการต่างประเทศควรจัดระเบียบประเทศด้วยการ “กวาดล้าง” นักท่องเที่ยวประเภทขยะให้พ้นไปจากบ้านเมืองได้แล้วขืนปล่อยให้มันฝังรากคนที่จะอยู่ยาก ก็คือคนไทยนี่แหละ!พวกคนไทยนอมินี ซื้อที่ดิน พวกผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ รับจ้างทำบัตรประชาชนปลอมพวกนี้ ต้องให้เจอข้อหา “บ่อนทำลายความมั่นคงชาติ”ถ้าบ้านเมืองจะพินาศ“พวกต่างชาติ” แค่พวกหางกระดิก“พวกเจ้าหน้าที่รัฐ” นั่นตะหาก “ตัวหัวที่ส่าย”จะแก้ให้หาย….ต้อง “ตัดหัว” ที่ส่าย เอาเลือด “เซ่นไหว้” แผ่นดินซะมั่ง!.-เปลว สีเงิน๒๘ เมษายน ๒๕๖๙คนปลายซอย


Posted

in

by

Tags: