28 เม.ย.2569-นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความว่าขอพระขอบคุณสำหรับความครีเอทีฟและลงมือวิธีการนอกกรอบ แนวคิดผู้บริหารเอกชน จิตวิญญาณการค้าน่าชื่นชมค่ะแต่อ้อกลัวต้องมาไลฟ์วนไปทุกสินค้าเดี๋ยวจะไม่มีเวลาให้กับยุทธศาสตร์ประเทศเริ่มที่ ทุเรียนสงสัยว่า ทุเรียนไทย ที่ถือว่ามีศักยภาพด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว (ทั้งชื่อเสียง คุณภาพและ GI) พาตัวเองมาถึงจุดๆนี้ได้อย่างไร🇻🇳 ข่าวจากปีที่แล้วและต้นปีนี้ เวียดนามส่งออกทุเรียนไปจีนได้ถึง 3,440 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว ก้าวกระโดดมาจ่อต้นคอทุเรียนไทยที่ส่งออกจีน 4,000 ล้านดอลลาร์ เวียดนามใช้เวลาเพียงไม่ถึง 5 ปีเท่านั้นจากที่ได้รับอนุญาตส่งออกไปจีนอย่างเป็นทางการ (จากส่วนแบ่งมูลค่าตลาด 0% มาเป็น 40+% และปริมาณก็แซงไทยไปแล้ว)เวียดนามเริ่มมีความได้เปรียบอย่างก้าวกระโดดจาก ระยะทางการขนส่ง ต้นทุนโลจิสติกส์ การขนส่งควบคุมอุณหภูมิ มีทุเรียนนอกฤดูกาล สายพันธุ์ที่ออกได้ทั้งปีแต่ถ้าเราแข่งมุ่งแต่ส่งจีนซึ่งปัจจุบันสูงถึง 97% พอๆกับเวียดนาม เราน่าจะถึงจุดตันและเจอความเสี่ยงจากการไม่ diversify market ในขณะที่ตลาด "พรีเมียม" ที่ญี่ปุ่น ฮ่องกง (ที่เวียดนามไปเปิดตลาดพรีเมียมไว้แล้ว) เกาหลี ตะวันออกกลาง และยุโรป ยังเป็นโอกาสสินค้าการเกษตร ไปต่อยังไง ถ้าไม่ตั้งหลักปรับโครงสร้างและนโยบายตอนหาเสียง จัดเก้าอี้รองนายก รัฐมนตรี ที่จะให้รองนายกพี่แต๋มดูทั้งซัพพลายเชน จากผลิตไปจนขาย อัอเห็นด้วยมากเลยค่ะ แต่ตอนนี้มันไม่เป็นอย่างนั้นน่ะสินี่มัน "พรสวรรค์ทิพย์" ของท่านนายกในการมอบหมายงานนิ 🤔มาดูกรณีศึกษาคลาสสิกของประเทศที่ส่งออกผลผลิตเกษตรได้ดี ทั้งๆที่ในเชิงทรัพยากรธรรมชาติมีข้อจำกัดกว่าเราเยอะ🇳🇱 เนเธอร์แลนด์ ทำน้อยแต่ได้มากด้วยเทคโนโลยี precision farming ใช้ทั้งโดรน ตรวจวัดข้อมูลดิน ยกระดับเกษตรกร ระบบโลจิสติกส์คุณภาพสูง มีพื้นที่เพาะปลูกน้อยกว่าไทยถึง 7 เท่า แต่ส่งออกสินค้าเกษตรมูลค่ามากกว่าไทยถึง 4 เท่า เป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากอเมริกา🇳🇿 นิวซีแลนด์ แก้ปัญหาต้นทุนแพงด้วยการดันตัวเองและยกระดับเกษตรกรและสินค้าไปอยู่ในตลาด premium เน้นคุณภาพสูง สร้างแบรนด์ชัดเจน เช่นผลไม้กีวี ที่จริงๆมีชื่อว่า Chinese Gooseberry ยังทำให้เราเชื่อเลยว่าเป็นผลไม้ท้องถิ่นของนิวซีแลนด์ ขายเป็นลูก ไม่ขายเป็นโลบทบาทรัฐ คือ วางยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตและยั่งยืนเราต้องตอบตัวเองให้ได้ว่ากลยุทธหลักของเราคืออะไรเรามาเน้นสร้างกระแสในการอัพเกรดห่วงโซ่อุปทานและเรื่องที่สำคัญกันค่ะMarket signal prediction ใช้ข้อมูลตลาดและเทรนด์การบริโภคมาใช้สนับสนุนการผลิตR&D, Crop diversification, พัฒนาสายพันธ์Precision techเทคโนโลยีแปรรูปในระดับชุมชนระบบ cold chain, ลดต้นทุนโลจิสติกส์เปลี่ยนจากส่งออก "อาหาร หรือ วัตถุดิบ" มาเป็น ส่งออก "สารอาหาร"เปลี่ยนจากการส่งออกยางพาราเป็น medical grade rubberเปลี่ยนจากส่งออกปาล์มเป็น special oilพรีเมียมแบรนด์digital platform เชื่อมเกษตรกรตรงกับผู้ซื้อ ลดขั้นตอนในห่วงโซ่อุปทานที่ไม่เพิ่มมูลค่า, …อื่นๆอีกมากมายเชิญ รมว. เกษตรและสหกรณ์ (ซึ่งควรอัพเกรด กระทรวงเกษตรและอาหาร ได้แล้ว) อว. ดีอี คมนาคม มาตั้งเป้ากันใหม่ค่ะไลฟ์สดขายได้ไม่กี่ชั่วโมงนโยบายและยุทธศาสตร์ที่ดี ช่วยให้ขายได้ขายดี เปลี่ยนคุณภาพชีวิตได้เป็นช่วงอายุคนเลยค่ะบอกกติกาก่อนนะ ใครมาแซะพี่เค้าหยาบคายไร้สาระ อ้อลบนะมาช่วยกันทำงาน ไม่ต้องมาช่วยสร้างดราม่านะคะเพื่อน
เอาแล้ว! ‘ดร.อ้อ’ กรีด ‘พี่แต๋ม’ กลัวว่าต้องไลฟ์วนไปทุกสินค้า จนไม่มีเวลาให้ยุทธศาสตร์ชาติ เหน็บ ‘อนุทิน’ มี ‘พรสวรรค์ทิพย์’
by
Tags: